ไตรมาสสุดท้ายของทุกปีถือเป็นไฮซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว ทั้งส่วนของตลาดอินบาวนด์และเที่ยวในประเทศ สำหรับปีนี้คาดกันว่าบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจะดีขึ้น เนื่องจากภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย ผ่านโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” และอีก 2 แคมเปญใหญ่ส่งท้ายปีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คือ แคมเปญร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย และ เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้ทำสำรวจการเดินทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ (ตลาดฐานใหญ่ที่สุด) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จากกลุ่มตัวอย่าง 5,550 คน พบว่า มีกลุ่มตัวอย่างแค่ 22.2% มองว่ามาตรการของภาครัฐมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ ส่วนอีก 77.8% เห็นว่ามาตรการต่าง ๆ ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง
โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาไม่ได้มีแผนเดินทางในช่วงที่มีมาตรการ และระบบค่อนข้างยุ่งยากต่อการใช้ ส่วนบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนั้น พบว่า คนกรุงเทพฯ 76.9% ระบุว่า ตนมีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากผลการสำรวจของปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางเพื่อการพักผ่อนกับครอบครัว และกลุ่มเพื่อน รองลงมาคือ การกลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยว
สำหรับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯนั้นกระจายตัวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายขึ้น ซึ่งภาคเหนือยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยเฉพาะเชียงใหม่และเพชรบูรณ์ ตามด้วย ชลบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ และกาญจนบุรี
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าว คนกรุงเทพฯน่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ย 2 ทริป เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีจำนวนวันพักเฉลี่ย 2 คืน เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ี่ราว 7,100 บาทต่อคนต่อทริป เพิ่มขึ้น 1.4% โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าโรงแรม/ที่พัก ตามด้วย ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนค่าใช้จ่ายที่ปรับลดลง คือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อของฝาก
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ น่าจะทำให้เกิดรายได้แก่การท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่า 60,000 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าภาพรวมสำหรับปี 2562 นี้ คนกรุงเทพฯเที่ยวไทยจะทำให้เกิดรายได้แก่การท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่าประมาณ 2.27 แสนล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 2.6%
ส่วนประเด็นที่น่าจับตา คือ นักท่องเที่ยวมีการกระจายการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวเองก็คงต้องเร่งปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่นกัน