DOE : Future of Work กรมการจัดหางานกับงานในโลกยุคใหม่
คอลัมน์ ช่วยกันคิด
กองบริหารข้อมูลตลาดแรงงานฯ
เศรษฐกิจยุคดิจิทัลกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องชัดเจนในก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะประเด็นด้านการจ้างงานเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกวิตกกังวลมากที่สุด ถ้าหากงานที่มีอยู่จะต้องถูกทดแทนด้วยเครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ ในมุมมองของประเทศไทย หากเป็นประเด็นด้านการจ้างงานภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการมีงานทำ เป็นหน้าที่ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ดังนั้น เพื่อเตรียมการรองรับการทำงานในโลกยุคใหม่ กรมการจัดหางานจึงต้องเตรียมการรองรับในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
ประเด็นแรก การที่ประชากรไทยจะมีจำนวนมากที่สุด คือ ประมาณ 66 ล้านคน และสังคมไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบในปี 2564 นั้น หากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อช่วยลดการขาดแคลนแรงงานไม่สามารถทำได้เต็มที่ หรือใช้เวลายาวนานกว่าที่ควรจะเป็นในการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบใช้แรงงานจำนวนมาก มาเป็นการใช้แรงงานควบคู่เครื่องจักร ย่อมจะทำให้ยังคงมีความต้องการใช้แรงงานอยู่ ส่งผลต่อการไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้แรงงานต่างชาติได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตนั้นต้องมองว่าการใช้แรงงานต่างด้าวเป็นแค่เครื่องมือเสริมเพื่อการแก้ไขปัญหาระยะสั้นตามความจำเป็นเท่านั้น
ประเด็นที่สอง คนในยุคดิจิทัลจะมีรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่เป็นแบบทางการ เช่น มีอาชีพหลัก และทำงานเป็นเวลาในสำนักงาน เปลี่ยนเป็นทำงานตามเวลาที่สะดวก ไม่มีอาชีพเฉพาะตายตัว สามารถบริหารจัดการทั้งเวลาและค่าตอบแทนได้อย่างอิสระ
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ กรมการจัดหางานต้องปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้สนับสนุน และเชื่อมโยงให้กลุ่ม gig workers เข้ามาแจ้งข้อมูลผ่านระบบบริการจัดหางาน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการคุ้มครองดูแลให้งานของคนกลุ่มนี้เป็นงานที่มีคุณค่า (decent work)
ประเด็นสุดท้าย ในอนาคตความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น มุมมองในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และการสร้างอาชีพเพื่อรองรับ green economy จึงเป็นอีกส่วนสำคัญสำหรับหน่วยงานในการแนะนำอาชีพ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน ในขณะเดียวกันต้องร่วมมือกับทุกสถานประกอบการในการยกระดับคุณภาพของแรงงานให้ตอบสนองต่อกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
กระบวนการจัดหางานและส่งเสริมการมีงานทำในอนาคตนั้น ต้องปรับตัวและเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงานในด้านการบริการที่เข้าถึงได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ และสำนักงานเคลื่อนที่ตามพื้นที่ห่างไกล
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลและการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence-AI) เข้ามาช่วยเสริมการทำงาน ในการคัดเลือกและจับคู่ระหว่างผู้สมัครงานและตำแหน่งงานมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์จะช่วยให้การวางแผนอาชีพสำหรับผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดปัญหาการว่างงานและการขาดแคลนแรงงาน
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จำเป็นต้องพัฒนาคนให้มีทักษะรองรับกับงานหรืออาชีพที่เทคโนโลยีทดแทนได้ยาก เช่น งานที่ใช้ความละเอียดใช้ประสาทสัมผัสและมือ (hand) งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ (head) และงานที่ใช้ความฉลาดทางสังคม (heart)
จะเห็นได้ว่างานที่ใช้ทักษะทางร่างกาย และทักษะทางสมอง ยังเป็นงานที่จำเป็นอยู่เสมอนั้น หมายความว่าหากการทำงานในอนาคตไม่ว่าจะอาชีพใด หากมีการใช้ทักษะความสามารถควบคู่กับการใช้สติปัญญาเข้ามาประกอบกันย่อมทำให้ผู้นั้นสามารถฝ่ากระแสของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เสมอ