ทองคำปรับลง หวังสรุปข้อตกลงการค้าเฟสแรก
คอลัมน์ สถานีลงทุน
โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ราคาทองในตลาดโลกช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,475-1,520 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมีปัจจัยบวกจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อ 29-30 ต.ค. ที่มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้
อย่างไรก็ดี ประธานเฟดได้ส่งสัญญาณพักวงจรการปรับลดดอกเบี้ย แต่มีปัจจัยลบจากสัญญาณที่เป็นบวกเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งเดิมนั้นจะมีการลงนามข้อตกลงการค้า เฟสแรกวันที่ 16-17 พ.ย. นอกรอบการประชุมเอเปกที่ชิลี แม้ว่าชิลีจะประกาศยกเลิกการประชุมเอเปกที่กำหนดจัดขึ้นในเมืองซานติอาโกในเดือนนี้ก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่สหรัฐและจีนยังคงหาทางบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกภายในกรอบเวลาที่กำหนด
โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า อาจมีการลงนามข้อตกลงการค้ากับจีนเฟสแรกที่รัฐไอโอวา รวมทั้งจีนต้องการให้สหรัฐยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 15% วงเงิน 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา สร้างความหวังให้นักลงทุนต่อสงครามการค้าของทั้ง 2 ประเทศจะลดความตึงเครียดลงไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศค่อนข้างเปราะบาง และอาจจะพลิกแพลงได้ตลอดเวลา นักลงทุนจึงยังไม่มั่นใจต่อความไม่แน่นอนของการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาทองคำ
ในขณะที่สงครามการค้าที่ยืดเยื้อก็ส่อแววกระทบเศรษฐกิจสหรัฐและจีนเช่นกัน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกก็กำลังเผชิญความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่สูงจากปัญหาความขัดแย้งด้านการค้า โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกสู่ระดับ 3.0% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551-2552
ขยายเส้นตาย Brexit 31 ม.ค. 63
แม้ว่านักลงทุนจะคลายความตึงเครียดต่อการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลงใน 31 ต.ค. ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แต่ความไม่แน่นอนก็ยังคงเกิดขึ้นต่อสถานการณ์การเมืองของอังกฤษ ซึ่งทางสภาอังกฤษได้มีการประกาศวันเลือกตั้งในวันที่ 12 ธ.ค. 62 ซึ่งนับว่าเป็นการเลือกตั้งที่อังกฤษจัดขึ้นในเดือน ธ.ค.เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 100 ปี โดยรัฐสภาอังกฤษจะปิดสมัยการประชุมเพื่อปูทางสำหรับการเลือกตั้งทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ข้อตกลง Brexit ของนายจอห์นสัน เพื่อให้อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิก EU ในวันที่ 31 ม.ค. หรือเร็วกว่านั้น ซึ่งนายจอห์นสัน มีทางเดียวเท่านั้นที่จำเป็นต้องชนะการเลือกตั้งครั้งนี้อีกครั้ง ซึ่งพรรค Scottish National Party (SNP) มีแนวโน้มที่จะชนะการเลือกตั้งส่วนใหญ่ในสกอตแลนด์ ขณะที่คาดว่าพรรค Liberal Democrats ก็จะได้คะแนนเสียงจำนวนมากเช่นกัน หมายความว่าสมาชิกรัฐสภาชุดใหม่มากกว่า 100 คน จะไม่ใช่สมาชิกของพรรคอนุรักษนิยมหรือพรรคแรงงาน ซึ่งนายจอห์นสันจำเป็นต้องได้รับเสียงข้างมาก เพื่อให้สามารถอยู่ในรัฐบาลได้ ดังนั้นเศรษฐกิจของอังกฤษยังคงแขวนบนเส้นด้ายจากสถานการณ์การเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน และยังต้องเผชิญต่อความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้านจากกระบวนการ Brexit ที่ยังยืดเยื้อ
แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับลดลง เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ตึงเครียดลดลง จะทำให้เม็ดเงินไหลเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้นและมีแรงเทขายทองคำออกมา ซึ่งนักลงทุนสามารถเข้าซื้อทองคำได้ เมื่อราคาทองในตลาดโลกปรับลดลงมาที่ 1,465 และ 1,450 ดอลลาร์/ออนซ์
สำหรับเงินบาทคาดมีทิศทางอ่อนค่าลง เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 6 พ.ย. มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.25% หลังจากที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 6 ปี สำหรับระดับราคาทองแท่งในประเทศที่บริเวณ 21,100 บาท และ 20,900 บาท เป็นแนวรับที่น่าสนใจในการเข้าซื้อทองคำในประเทศได้