เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ดูทั้งหมด

“สุเมธ” ติดสปีดบินไทย แก้โจทย์ “เพิ่มรายได้-หยุดการขาดทุน”

17 พ.ย. 2562 | 13:30น.

ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่จะเข้ามานั่งบริหารในตำแหน่ง “ประธานบอร์ด” ของการบินไทย รวมถึงทิศทางการบริหารงานของการบินไทย หลังจากที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการบริหารเพื่อนำองค์กรการบินไทยฝ่าวิกฤตและมีผลประกอบการที่ดีขึ้นไว้ ดังนี้

“สุเมธ” บอกว่า การลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดของคุณเอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาศ) ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานของตนแต่อย่างใด เพราะภารกิจที่ได้มอบหมายมายังไม่เสร็จ ดังนั้น ตนจะไม่สนใจว่าทางข้างหน้าจะเป็นแบบไหน หรือต่อให้รู้ว่ามีขวากหนามก็จะยังลุยต่อ เพราะวันนี้บริษัทย่ำแย่มาก โดนสถานการณ์ต่าง ๆ รุมเร้า ขาดทุนสะสมมาเป็น 10 ปี จึงไม่ง่ายนักที่จะบริหารให้มีกำไรได้ในเวลาอันรวดเร็ว

“แม้สถานการณ์จะยังไม่ดีแต่ผมก็ยังมีเรื่องต้องทำ ผมก็เชื่อว่าถ้าพนักงานช่วยกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกัน คนให้นโยบายมองในมุมเดียวกัน แล้วช่วยกันขับเคลื่อนให้ทุกอย่างเดินไปในทิศทางเดียวกันองค์กรนี้อยู่รอดแน่นอน”

ยัน (ยัง) มีศักยภาพแข่งขัน

“สุเมธ” บอกด้วยว่า ตนเข้ามาบริหารการบินไทยเมื่อ 1 กันยายน 2561 (ถึง 31 สิงหาคม 2565) แต่ก่อนที่จะเข้ามาบริหารได้ทำการศึกษางบการเงินปี 2561 ไว้ระดับหนึ่ง ซึ่งในวันนี้เห็นอยู่แล้วว่าสาเหตุหลักที่ทำให้การบินไทยขาดทุนมาจาก 3 เรื่องหลัก คือ อัตราแลกเปลี่ยน, ราคา และการด้อยค่าของเครื่องบิน หากสามารถจัดการ 3 ประเด็นใหญ่นี้ได้ก็มีโอกาสที่จะหยุดการขาดทุนได้

“หากวิเคราะห์เฉพาะต้นทุนในการบริหารจัดการ บริษัทยังมีกำไรจากการดำเนินงานได้ จึงมองว่าการที่บริษัทยังมีกำไรจากการดำเนินงานแปลว่าบริษัทยังมีความสามารถในการแข่งขันอยู่ พอเข้ามาเราก็เร่งเดินหน้าทำงานตามแผนฟื้นฟู พร้อมมุ่งการหารายได้ พร้อมทำโปรเจ็กต์ฟื้นฟูการบินไทยแบบเร่งด่วน ชื่อว่า “มนตรา” ขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องมือทำให้แผนฟื้นฟูเดิมที่วางไว้บรรลุเป้าหมาย เช่น ขายเครื่องบินปลดระวาง หารายได้เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นครัวการบินไทย ขายสินค้าออนไลน์ ส่งเสริมการขายผ่านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ฯลฯ”

และเสริมด้วยอีก 2-3 เรื่อง คือ 1.เรื่องรายได้ ธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจที่มีโลว์ซีซั่น การทำครัวการบิน แคเทอริ่ง ช็อปปิ้งออนไลน์ จึงเป็นตัวเสริมรายได้ช่วงโลว์ซีซั่น 2.เรื่องการบริการ โดยดูว่าจะให้บริการอย่างไรให้เกิด smooth as silk ตั้งแต่ภาคพื้นถึงบนเครื่องบิน และ 3.เรื่องเครื่องบิน หรือเครื่องบินใหม่ 38 ลำที่อยู่ในแผนการจัดซื้อ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต (เครื่องบิน) รองรับตลาดที่ยังเติบโตได้

“ศก.โลก-ค่าเงิน” ทุบรายได้ร่วง

ต่อคำถามว่าแล้วโครงการ “มนตรา” ที่ทำขึ้นมานั้นสำเร็จไหม “สุเมธ” บอกว่า ก็ถือว่าสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะถ้าดูผลประกอบการที่ผ่านมาของปีนี้ “การบินไทย” ไม่ได้ขาดทุนจาก 3 ปัจจัยข้างต้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน, ราคา และการด้อยค่าของเครื่องบิน เพราะประเด็นเหล่านี้ได้ถูกจัดการไปหมดแล้ว

แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นสำหรับปีนี้ คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า รวมถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวทั่วโลก รวมถึงเส้นทางบินหลักอย่างตลาดญี่ปุ่นถูกโลว์คอสต์แอร์ไลน์อัดสงครามราคาหนักมาก ทำให้การบินไทยเสียมาร์เก็ตแชร์บางส่วนไป ขณะที่ตลาดยุโรปก็โดนผลกระทบเรื่องค่าเงินบาท

“ใครจะคาดคิดว่ารายได้ปีนี้จะตกไปมากขนาดนี้ แต่ถ้าหากปีนี้เรามีรายได้เท่ากับปีที่ผ่านมา ผลประกอบการปีนี้เราจะมีกำไรได้ถึงประมาณ 2,000 ล้านบาท เพราะปีนี้เราสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นมาก”

งัดการตลาดเฉพาะกลุ่มแก้เกม

“สุเมธ” ยังบอกด้วยว่า ขณะนี้การบินไทยได้กำหนดกลยุทธ์ใหม่ว่าเราจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ personalize หรือแบบเจาะจงเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช้กลยุทธ์เดียวกันทั่วโลก ที่สำคัญจะไม่ลงเล่นเรื่องราคาแน่นอน ทั้งนี้ เพื่อแก้โจทย์ในแต่ละตลาดให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น สำหรับตลาดญี่ปุ่นซึ่งการบินไทยให้บริการเส้นทางบินอยู่ 6 เมืองนั้นเข้าด้วยกัน โดยเอาเมืองเซนไดเส้นทางใหม่ล่าสุดเป็นจุดขายหลัก โดยใช้นโยบายที่เรียกว่า “มัลติซิตี้” ทำโปรโมชั่นราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่บินกับการบินไทยจากกรุงเทพฯไปเมืองไหนก็ได้แล้วบินกลับจากเมืองเซนได หรือบินเข้าเมืองเซนไดและบินกลับจากเมืองไหนก็ได้ โดยลูกค้าที่แวะเซนไดจะได้ประโยชน์เวลาไปรับประทานอาหารหรือใช้จ่ายในเมืองเซนได เนื่องจากรัฐบาลเมืองเซนไดได้อัดงบฯการตลาดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองเซนไดลงไปกว่า 200 ล้านเยนในปีหน้า

หรือในส่วนของตลาดยุโรปเราก็มีแผนนำโปรแกรม ROP ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษของสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัสมาบริหารดาต้าเต็มรูปแบบ และทำโปรโมชั่นพิเศษที่สอดรับกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวรายบุคคล เช่น เสนอขายตั๋วบินไปลอนดอนในราคาลด 50% เป็นต้น เป็นการเสนอรายบุคคลไม่เล่นกลยุทธ์ราคาทั่วไปเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเก่าด้วย

ตั้งเป้าหยุดขาดทุนในปี”63

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่า สิ่งที่เราทำอย่างเข้มข้นในขณะนี้ คือ เตรียมแผนสำหรับปี 2563 ไว้แล้ว ทั้งเรื่องการวิเคราะห์เส้นทางการบิน, กลยุท ฯลฯ ส่วนเรื่องการลดต้นทุนนั้นปัจจุบันถือว่าสามารถจัดการได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว หลังจากนี้ จะเน้นเรื่องการปรับโครงสร้าง กระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานให้ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนบริหารจัดการให้เส้นทางการบินของการบินไทยและไทยสมายล์เชื่อมต่อโครงข่ายกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตผู้โดยสาร (ASK) อีกทั้งยังเป็นการบริหารการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินให้มีชั่วโมงบินมากขึ้นด้วย

“วันนี้เราแก้โจทย์เรื่องการบริหารต้นทุนได้แล้ว จากนี้ไปจะเป็นเรื่องของการบริหารประสิทธิภาพและเพิ่มรายได้”

จากแผนดังกล่าวทำให้มั่นใจว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดีสำหรับทั้งการบินไทยและไทยสมายล์ และด้วยสถานการณ์ปีนี้ที่อยู่ในจุดที่แย่ที่สุดแล้ว คนในการบินไทยทุกคนรับรู้และช่วยกันอย่างเต็มที่ จึงเชื่อว่า “การบินไทย” จะสามารถหยุดขาดทุนได้ในปี 2563 นี้