เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“TSI” ลดทุนลดพาร์ล้างขาดทุนสะสมเหลือ 500 ล้าน ตั้งเป้าเบี้ยรวมสิ้นปี 600 ลบ.-ปี’63 ขยายงานต่างจังหวัดเพิ่ม

18 พ.ย. 2562 | 16:27น.

นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย (TSI) เปิดเผยว่า ช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาบริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนเข้ามา 410 ล้านบาท และได้ทำการลดทุนจดทะเบียนและลดพาร์พร้อมกัน ทำให้บริษัทลดขาดทุนสะสมลงมาเหลืออยู่ที่ 522 ล้านบาท จากเดิมที่มีอยู่เกือบ 900 ล้านบาท โดยบริษัทยังคงเดินหน้าในการสร้างฐานะทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยังเดินหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อให้มีความสอดคล้องกับแนวโน้มของธุรกิจประกันภัยในอนาคตและสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้

“ที่ผ่านมาเราได้ทำการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ตั้งแต่โครงสร้างการบริหารและโครงสร้างทางการเงิน เช่น เรื่องการลดทุนลดพาร์เพื่อล้างขาดทุนสะสมก่อนการเพิ่มทุน เพื่อเป็นการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพก่อนเดินหน้าขยายงาน” นางสาวอรลดากล่าว

นางสาวอรลดา กล่าวว่า ส่วนทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวมเข้ามาอยู่ที่ 600 ล้านบาท หลังจากช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.62) ที่ผ่านมามีเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 400 ล้านบาท โดยสัดส่วนเบี้ยยังคงมาจากประกันภัยรถยนต์ 80% และอีก 20% เป็นประกันภัยที่ไม่ใช่รถ (น็อนมอเตอร์) โดยแผนงานไตรมาส 4/62 และในปีหน้าบริษัทจะเน้นการรับงานคุณภาพควบคู่กับการร่วมงานแบบพันธมิตรกับนายหน้าและตัวแทนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Tailor made products) รวมทั้งการขยายการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B)

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ บริษัทได้กระจายการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆ มากขึ้น จากเดิมที่เน้นการขายประกันภัยชั้น 1 ซึ่งเป็นรถใหม่เป็นส่วนใหญ่ ส่งผลมีอัตราความเสียหาย (Loss Ratio) ในระดับสูงมาก ทำให้มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นกับบริษัท โดยเริ่มเปลี่ยนมานำเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 และ 5 ให้กับลูกค้า พร้อมกับกระจายการดีลเลอร์ค่ายรถยนต์รายอื่นมากขึ้น จากเดิมที่เน้นขายให้กับดีลเลอร์ของโตโยต้า ซึ่งจากการปรับการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยในครั้งนี้ ทำให้อัตราการ Loss Ratio ลดลงมาเหลือ 65.03% จากปีก่อนที่ 149.68% ทำให้บริษัทมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง

ขณะเดียวกันบริษัทยังขยายฐานลูกค้าไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทเน้นการขายกับฐานลูกค้าหลักในกรุงเทพฯและภาคกลาง โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รุกเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยในภาคใต้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งภาคใต้เป็นภาคที่ลูกค้าให้การตอบรับกับบริษัทเป็นอย่างดี และส่งผลให้เบี้ยรับของบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังได้รุกเข้าไปในจังหวัดภูเก็ต และหาดใหญ่มาก่อนหน้านี้แล้ว ปัจจุบันขยายฐานลูกค้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนภาคอื่น ๆ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือที่จะเป็นอีกหนึ่งภาคที่จะมีการรุกตลาดมากขึ้น

สำหรับนโยบายและแผนงานในไตรมาส 4/62 และระยะต่อไป บริษัทจะเน้นการรับงานคุณภาพ ควบคู่กับการร่วมงานแบบพันธมิตรกับนายหน้าและตัวแทนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Tailor made products) รวมทั้งการขยายการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) พร้อมกับลงทุนพัฒนางานบริการทุกด้านพร้อมไปกับการให้บริการสินไหมทดแทนที่จะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถตอบรับการรับแจ้ง และการบริการสินไหมให้มีความรวดเร็วขึ้น ซึ่งนโยบายและแผนงานดังกล่าวจะพัฒนาเพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

“ภายหลังการเพิ่มทุน 410 ล้านบาท บริษัทได้นำเงินไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจตามแผนงาน โดยมีการลงทุนพัฒนาระบบการและการรับประกัน (Core Insurance) ไปประมาณ 30 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/63 และจะพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการบริการลูกค้าในระยะต่อไป นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายขยายการลงทุนเพิ่มเติมด้วยการมองหาโอกาสการลงทุนร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายช่องทางรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังการปรับโครงสร้างการบริหารภายใต้การนำของนายธนพล บุญวรุตม์ ประธานกรรมการ ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้ปรับตัวรับการแข่งขัน ในอุตสาหกรรม รวมทั้งยังวางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด ที่ผ่านมามีการเติบโตจากสัดส่วน 15% เป็น 35% ในไตรมาส 3/62 และคาดว่าในปี 2563 สัดส่วนงานรับประกันต่างจังหวัดจะขึ้นไปเป็น 40% งานรับประกันในกรุงเทพอยู่ที่ 60% และคาดว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะอยู่ที่ 950 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ 151.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.7% จากไตรมาส 2 ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 80.6 ล้านบาท จากการเชื่อมระบบการขายและการรับส่งข้อมูลกับนายหน้าและตัวแทน ขณะที่ค่าใช้จ่ายสินไหมและค่าจัดการสินไหมสุทธิลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.7% อยู่ที่ 33 ล้านบาท

นางสาวคณิดา นิมมาณวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี TSI กล่าวว่า งวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทขาดทุนสุทธิจำนวน 3.9 ล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 50.2 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 92%

คณิดา นิมมาณวัฒนา

ทั้งนี้ วันที่ 30 ก.ย.62 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับจำนวน 310.7 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับเฉพาะไตรมาส 3/62 มีเบี้ยจำนวน 151.3 ล้านบาท การจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมปรับปรุงดีขึ้น โดยเฉพาะการเก็บเบี้ยประกันภัยที่เร็วขึ้น และการติดตามเบี้ยค้างรับที่มีอายุเกินกว่า 1 ปี ได้มากขึ้น โดยอัตราการเก็บเบี้ยประกันตามหลักเกณฑ์ ของสำนักงาน คปภ. ปรับปรุงจาก 45% ในปี 61 เป็น 75% ในไตรมาส 2 และ 90% ในไตรมาส 3 ทำให้สำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เคยบันทึกไว้ในอดีตลดลงตามไปด้วย

ส่วนค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหมทดแทนสุทธิในปีปัจจุบันลดลงเช่นกัน ส่วนหนึ่งเกิดจากกรมธรรม์ที่สามารถเรียกร้องคืนจากบริษัทประกันต่อเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับงวด 3 เดือนลดลง 59.1 ล้านบาท หรือ 36% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับในอัตราที่สูงกว่า 80% มีผลทำให้บริษัทต้องสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ (Unearned Premium Reserve : UPR) ตามหลักการบัญชีเพิ่มขึ้น

โดยในไตรมาส 3 บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายจากสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้จำนวนนี้จะสามารถถือเป็นรายได้ในงวดถัด ๆ ไป ตามปีกรมธรรม์ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 3/62 จำนวน 43.1 ล้านบาท เกิดจากค่าใช้จ่ายสำรองเบี้ยประกันที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้นตามที่ได้กล่าวข้างต้น การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 17.6 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงจำนวน 28.7 ล้านบาท ผลขาดทุนสูงขึ้นจากปี 61 ซึ่งมีขาดทุนสุทธิ 26.3 ล้านบาท

“อย่างไรก็ตามสำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลงจาก 50.2 ล้านบาท ในปี 61 เป็น 3.9 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิลดลง 92.2%