เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
YAMAHA YZF-R7 DNA จากสนามแข่ง ฟีเจอร์ล้นคัน
Automotive YAMAHA YZF-R7 DNA จากสนามแข่ง ฟีเจอร์ล้นคัน
คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
Business คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
Economic สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ดูทั้งหมด

‘แบงก์ชาติ’ แปลงร่าง รับโลกเปลี่ยน รื้อกฎหมายปลดล็อก’ค่าเงิน’

28 พ.ย. 2562 | 08:35น.
แบงก์ชาติประกาศยุทธศาสตร์ 3 ปี “แปลงร่าง” รับมือ 7 ความท้าทาย “โลกเปลี่ยน” ความผันผวนรุนแรงเพิ่มทุกด้าน เดินหน้ายกเครื่อง พ.ร.บ.ควบคุมแลกเปลี่ยนเงินยุคสงครามโลก ปรับสมดุลทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดแรงกดดัน “ค่าเงินบาท” ยอมรับบาทแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เครื่องมือนโยบายการเงินการคลังมีข้อจำกัด

ธปท. “แปลงร่าง” รับโลกเปลี่ยน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (ปี 2563-2565) ของ ธปท.ว่า ขณะนี้เราอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และ 3 ปีต่อจากนี้มีแนวโน้มที่โลกจะเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ธปท.จึงจำเป็นต้อง “แปลงร่าง” หรือ “แปลงกาย” (transform) ให้เท่าทันกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ที่จะเข้ามากระทบต่อการทำหน้าที่ของธนาคารกลาง เช่น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในต่างประเทศจะมีส่วนเข้ามากระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนอย่างมาก นอกจากนี้พัฒนาการของการเมืองที่เน้นหรือหวังผลระยะสั้น ทำให้เกิดนโยบายประชานิยมมีเพิ่มขึ้นทั่วโลก ขณะที่การรักษาเสถียรภาพของธนาคารกลางจะต้องมองไกลและมองระยะยาว

“เรากำลังอยู่ในโลกของ “VUCA” ซึ่งย่อมาจากความผันผวน (volatility) ความไม่แน่นอน (uncertainty) ความซับซ้อน (complexity) และความคลุมเครือไม่ชัดเจน (ambiguity) ที่สูง แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นโลกของ “VUCA+” ซึ่งความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือไม่ชัดเจนเหล่านี้จะมีมากขึ้นกว่าเดิม”

7 ความท้าทายของแบงก์ชาติ

นายวิรไทกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ 3 ปีข้างหน้าของ ธปท.จึงให้ความสำคัญกับประเด็น “ความท้าทาย” ที่องค์กรต้องเผชิญ ซึ่งความท้าทายแต่ละด้านประกอบด้วยหลายมิติที่มีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้นทุกฝ่ายงานจะต้องนำความท้าทายเป็นตัวตั้งและทำงานตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านั้น ธปท.มีความท้าทายที่สำคัญอยู่ 7 เรื่อง ได้แก่

1. ระบบการเงินเข้าสู่โลกการเงินดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ซึ่ง ธปท.มีเป้าหมายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานกลางทางการเงินของไทย ที่มั่นคงปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลแบบเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่งข้อมูลทางการเงินเท่านั้น แต่เป็นการต่อยอดไปสู่การนำส่งข้อมูลอื่น ๆ ด้วย

2. กรอบและกลไกการกำกับดูแลเสถียรภาพระบบการเงินต้องเท่าทันกับความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมใหม่ ผลจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำนาน ทำให้เงินไหลออกจากธนาคาพาณิชย์ไปอยู่ในหุ้นกู้ ตราสารหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ ทำให้ภาคการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มีขนาดใหญ่ขึ้น ๆ เรื่อย ดังนั้นความเสี่ยงระบบการเงินในอนาคตจะมาจากนอกระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ธปท.ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลการเงินนอกระบบธนาคารพาณิชย์มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ให้บริการทางการเงินใหม่ ๆ จากบริษัทเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้น ก็จะเป็นผู้เล่นรายสำคัญในโลกการเงินดิจิทัล ซึ่งจะต้องมีวิธีการกำกับดูแลที่เท่าทัน

3. นโยบายการเงินและนโยบายการคลังเผชิญขีดจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจเรื่อง “เงินเฟ้อ” อาจจะไม่ได้มีความเสี่ยงรุนแรงมากเหมือนเดิม แต่ปัญหาเรื่องเสถียรภาพระบบการเงินมีความเสี่ยงมากขึ้น

4. อัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนสูงขึ้นและภาคเอกชนต้องสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดี

5. ภัยคุกคามทางไซเบอร์และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีจะเป็นความเสี่ยงหลักของระบบการเงิน โดยผู้ให้บริการทางการเงินต้องมีกลไกที่ป้องกันไม่ให้บริการสะดุดลง รวมถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลในเดือน พ.ค. 2563 ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อมระบบจัดการข้อมูลลูกค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่สูงขึ้น

6. การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงเรื่องการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่ง ธปท.ได้สื่อสารกับธนาคารพาณิชย์ ว่าเรื่องของ”หนี้ครัวเรือน” ก็เป็นเรื่องสำคัญในการสร้างความยั่งยืน ความเปราะบางและฐานะการเงินของครัวเรือนจะเป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องเสถียรภาพของระบบการเงินในอนาคต

7. การรักษาความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลายขึ้น

ดอกเบี้ยไทยต่ำสุดในภูมิภาค

ผู้ว่าการแบงก์ชาติกล่าวว่า ความท้าทายจากเรื่องนโยบายทางการเงินและนโยบายทางการคลังของไทยมีขีดจำกัดมากขึ้น เนื่องจากวันนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.25% หรือต่ำสุดในภูมิภาค ยกเว้นเกาหลีและญี่ปุ่น ส่งผลให้ปัจจุบันเราไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงไปได้แรงมาก ซึ่งดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2551-2552 ซึ่งเป็นการปรับลดลงมาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ประมาณ 3% เพื่อเป็นยาแรงอัดฉีดเศรษฐกิจ ซึ่งดอกเบี้ย 1.25% ในปัจจุบันไม่สามารถใช้เป็นยาแรงแบบเดิมได้แล้ว เนื่องจากไม่สามารถปรับลดลงไปได้มากกว่านี้ และไม่คิดว่าประเทศไทยควรจะมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ติดลบ เพราะจะสร้างปัญหาด้านเสถียรภาพตามมาในอนาคต

“ค่าเงิน” ผันผวนรุนแรง

นายวิรไทอธิบายเพิ่มเติมว่า เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่จะมีความผันผวนสูงขึ้นแน่นอน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าค่าเงินบาทจะไปในทิศทางไหน เพราะมีโอกาสไปได้ทั้ง 2 ทิศทาง โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และไม่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจหรือปัจจัยพื้นฐานของสภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็อาจจะกลับทิศได้หากเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับผลกระทบจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลก หรือสภาพคล่องของระบบการเงินโลก

“เพราะฉะนั้นภาคเอกชนควรจะต้องมีความทนทานกับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น ขณะที่บางประเทศที่เป็นประเทศเกิดใหม่เหมือนกับประเทศไทย ธนาคารกลางไม่แทรกแซงค่าเงินเลย แต่ภาคเอกชนยังสามารถบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ดี ซึ่งสิ่งสำคัญคืออีโคซิสเต็มของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนต้องทำให้ดีขึ้นตอบโจทย์คนที่หลากหลายมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีโปรดักต์และผู้เล่นใหม่ ๆ มากขึ้นที่จะมาช่วยบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนช่วยทำให้ต้นทุนถูกลง”

ยกเครื่อง กม.ปลดล็อก “ค่าเงิน”

นายวิรไทกล่าวว่า ขณะที่ในการไหลเข้าออกของเงินตราต่างประเทศต้องมีความสมดุลมากขึ้น เช่นที่ล่าสุด ธปท.ได้ออกมาตรการเปิดเสรีให้คนไทยนำเงินตราต่างประเทศออกไปต่างประเทศมากขึ้นจากเดิมที่ทุนสำรองระหว่างประเทศต้องอยู่ที่ “ธนาคารกลาง” ใครทำธุรกิจค้าขายได้เงินมาจากทั่วโลกก็ต้องนำมาแลกเป็นเงินบาทไว้ในประเทศ และเงินดอลลาร์ก็มาอยู่ในทุนสำรองของ ธปท. แต่ทุกวันนี้ไม่ต้องเป็นแบบนี้ เพราะประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ คนไทยค้าขายได้จะนำเงินตราต่างประเทศเก็บไว้ที่ไหนในโลกก็เป็นทุนสำรองของระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งช่วยปรับสมดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายและลดแรงกดดันที่มีต่อค่าเงินบาท ขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่า คนไทยไม่ควรลงทุน หรือเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับเมืองไทยก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงสูง ถ้ามีโอกาสก็ต้องกระจายการลงทุน

ดังนั้นในแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีของ ธปท.จึงมีแผนทบทวน พ.ร.บ.ควบคุมแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ซึ่งใช้มาราว 78 ปี เขียนมาในยุคที่เราไม่มีทุนสำรองระหว่างประเทศ ต้องเปลี่ยนโดยสิ้นเชิงเพื่อให้สอดคล้องกับการทำธุรกิจยุคใหม่

“ถึงเวลาต้องยกเครื่องกฎหมายครั้งใหญ่ ซึ่งคิดว่าจะเสนอกฎหมายใหม่เลย เพราะกฎหมายเดิมออกมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่มีทุนสำรองน้อย เกณฑ์ก็คือทำอย่างไรให้ทุนสำรองอยู่ในประเทศไทยมากที่สุด แต่ทุกวันนี้คนไทยธุรกิจไทยก็ไปลงทุนต่างประเทศ ธปท.ก็ต้องปรับแก้เกณฑ์ให้คนไทยหรือธุรกิจไทยนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายแม่เดิม ซึ่งก็ค่อนข้างยุ่งยาก และไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน”

ผู้ว่าการ ธปท.อธิบายว่า กฎหมายเดิมจะมองในมุม positive risk คือใครที่จะออกไปลงทุนจะต้องเข้าเกณฑ์1-2-3-4… แต่โลกใหม่ต้องเป็นมุม negative risk คือทำได้หมดทุกอย่างยกเว้น 1-2-3-4.. เพราะถ้าเขียนกฎหมายแบบ positive risk เราจะไม่สามารถไประบุได้ครอบคลุมว่าจะทำธุรกรรมอะไรบ้าง แต่ถ้าเขียนแบบ negative risk เช่น ห้ามนำไปเก็งกำไรค่าเงิน ก็เขียนกฎหมายแค่ห้ามเรื่องนั้น ๆ และถ้าคนไทยหรือธุรกิจไทยจะนำเงินออกไปทำธุรกรรมอื่น ๆ ก็ทำได้หมด เป็นการเปิดเสรีเพิ่มความคล่องตัวนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งก็จะทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศในอนาคตจะมีความสมดุลที่ดีขึ้น ซึ่งก็จะช่วยลดแรงกดดันเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

ทุนสำรองประเทศไม่ใช่ของฟรี

นายวิรไทยอมรับว่า การบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศของ ธปท.ที่ผ่านมาก็ค่อนข้างเป็นแบบโลกเก่า ลงทุนในสินทรัพย์แบบเดิม สกุลเงินต่างประเทศแบบเดิม ขณะที่โครงสร้างการเงินที่เปลี่ยนไป เช่นถ้า “ลิบรา” เกิดขึ้นจริง เป็นสกุลเงินใหม่ขึ้นมาที่สามารถใช้ในการชำระเงินระหว่างประเทศได้ มุมมองก็ต้องเปลี่ยนไป ดังนั้น ธปท.ก็ต้องพิจารณากรอบความเสี่ยงในการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศที่เหมาะสมสอดคล้องกับการเงินโลกที่เปลี่ยนไป

นอกจากนี้นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า เรื่องทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่เห็นว่าอยู่ในระดับที่สูงนั้น “ไม่ใช่ของฟรี” ต้องมีความรับผิดชอบในการดูแล ดังนั้นไม่ใช่ว่าจะเอาไปทำอะไรก็ได้ อย่างไรก็ตามการบริหารทุนสำรองของ ธปท.ได้มีการนำไปลงทุนกระจายในหลายรูปแบบ ตั้งแต่พันธบัตรรัฐบาลทั้งของประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา ไปจนถึงการลงทุนในหุ้นกู้เรตติ้งดี ๆ ของบริษัททั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการนำไปลงทุนเพื่อหวังกำไรเยอะไม่ได้หมายความว่าจะได้กำไรอยู่ข้างเดียว เพราะมีความเสี่ยงจากผลกำไรที่สูงขึ้นด้วย

นอกจากนี้ปัจจุบัน ธปท.ได้รับอนุมัติให้นำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนในหุ้นได้แล้ว แต่ก็มีข้อจำกัดว่าจะลงทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงของการลงทุน ซึ่งอาจมีส่วนหนึ่งที่มองเรื่องผลตอบแทนการลงทุน แต่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของ ธปท.