“ม.วลัยลักษณ์” ทุ่มสร้างโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ 7.8 พันล้าน มาตรฐานเทียบ รพ.ชั้นนำใน กทม. เฟสแรกคืบหน้าเริ่มเปิดเป็นทางการแล้ว จ่อพัฒนาเฟส 2-3 ตามมา เพิ่มเตียงผู้ป่วยสูงสุด 730 เตียง แพลนอนาคตเป็นศูนย์ฝึกแพทย์-ศูนย์รักษาโรคจากการท่องเที่ยว ร่วมมือกับมหา’ลัยในจีน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางการแพทย์
ตามรายงานของแพทยสภาถึงจำนวนแพทย์ในระบบที่มีในขณะนี้ คือ 60,583 คน แต่ก็ยังไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วยได้ โดยค่าเฉลี่ยของแพทย์อยู่ที่ 1 : 2,500 คน อีกทั้งยังมีจำนวนของมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรแพทย์ในปัจจุบันค่อนข้างน้อย มีเพียง 20 สถาบันการศึกษาของรัฐ และสถาบันการศึกษาของเอกชนเพียง 2 แห่ง และคาดว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จะเปิดหลักสูตรในช่วงปี 2563 ที่จะถึงนี้อีกด้วย ล่าสุดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ได้ตามกำหนดเดิม คือ จะเปิดให้บริการได้ในปี 2564 ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้คนในพื้นที่เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลมีชื่อในไต้หวัน เพื่อพัฒนาทางการแพทย์ร่วมกันอีกด้วย
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ลงนามความร่วมมือกับ Changhua Christian Medical Foundation และ Changhua Christian Hospital ประเทศไต้หวัน มุ่งพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มีความก้าวหน้า ทันสมัย ที่สำคัญคือได้มาตรฐานระดับนานาชาติ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนและฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ การแลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์ และการทำวิจัยร่วมกัน
รวมทั้งการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาระบบสารสนเทศทางการแพทย์ การส่งนักศึกษาของหลักสูตรนวัตกรรมสารสนเทศทางการแพทย์ สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ ไปสหกิจศึกษาที่โรงพยาบาลในเครือของ Changhua Christian Hospital เพื่อสนับสนุนนโยบายการสร้างความร่วมมือกับสถาบันและหน่วยงานที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ การพัฒนาการเรียนการสอน และการทำวิจัยในระดับสากลให้แก่นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มีความก้าวหน้า ทันสมัย มีมาตรฐานระดับนานาชาติ เพื่อทำหน้าที่การเป็นศูนย์กลางของการรักษาพยาบาลของภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย
“เราเตรียมตัวมาอย่างต่อเนื่องสำหรับโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงสร้างต่าง ๆ เรียกได้ว่าครบ 100% สำหรับส่วนที่เหลือ คือ การจัดหาครุภัณฑ์ที่ทันสมัยทางการแพทย์เข้ามาติดตั้ง ถือเป็นขั้นตอนที่ต้องตรวจสอบตลอดว่างานคืบหน้าหรือไม่ เพื่อให้ศูนย์การแพทย์ดังกล่าวสามารถเปิดทำการรักษาได้ครบ 100% ในปี 2564 นี้แน่นอน เพราะในขณะนี้ได้เริ่มทยอยเปิดให้บริการแก่บุคลากรในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก่อน”
ขณะที่ ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ รองอธิการบดี ฝ่ายวางแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ที่ได้รับงบประมาณมาจากสำนักงบประมาณรวม 2,200 ล้านบาทได้ทยอยรับงานงวดสุดท้ายเรียบร้อยแล้วหลังจากที่ดำเนินการก่อสร้างมาแล้วกว่า2 ปี ตามแผนดำเนินการที่วางไว้ คือ จะเปิดศูนย์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2564 ที่จะรองรับผู้ป่วยได้ในช่วงเริ่มต้น 120 เตียงก่อนปีถัดไปจะเพิ่มเป็น 418 เตียง ในช่วงปลายปี 2564 เหตุผลที่จะต้องขยายเตียงผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องนั้น เนื่องจากยังต้องใช้เป็นศูนย์ฝึกให้กับนักศึกษาแพทย์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จากเดิมที่จะใช้ศูนย์ฝึกแพทย์กับในจังหวัดตรังและภูเก็ต โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์นี้ถือว่ามีมาตรฐานเทียบชั้นกับโรงพยาบาลรามาธิบดีในกรุงเทพฯ รองรับผู้ป่วย 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เท่ากับว่านอกจากจะใช้เป็นศูนย์ฝึกแพทย์แล้ว ยังเพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาที่อื่นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ตามแผนการพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์นี้ยังเหลือการลงทุนอีกในระยะที่ 2 เพื่อขยายเตียงผู้ป่วยให้ได้ 550 เตียง ถึงระยะที่ 3 ขยายเตียงผู้ป่วยเพิ่มเป็น 730 เตียง ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ 5,600 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 2 งบประมาณ 2,300 ล้านบาท และในระยะที่ 3 ต้องใช้งบประมาณอีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งเร็ว ๆ นี้ทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จะดำเนินการของบประมาณจากสำนักงบประมาณมาลงทุนขยายเพิ่มเติมตามแผนที่วางไว้
ภายหลังจากที่ขยายโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ให้ได้สูงสุด 730 เตียงแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังได้เตรียมเปิดหลักสูตรแพทย์ให้ครบทั้ง 16 สาขา เพื่อให้ได้มาตรฐานในการเป็น “โรงพยาบาล” ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และในอนาคตได้วางเป้าหมายที่จะพัฒนาให้โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ดังกล่าวเป็นโรงพยาบาลที่มีความโดดเด่นเฉพาะทางที่แตกต่างจากโรงพยาบาลอื่น ๆ ในพื้นที่ คือ การเป็นศูนย์รักษา “โรคจากการท่องเที่ยว” เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี เพราะที่ตั้งของประเทศไทยอยู่ในพื้นที่เส้นศูนย์สูตร ซึ่งมีความแตกต่างจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา