ช่วยเอสเอ็มอีก่อนวิกฤตลุกลาม
บทนำ
นับถอยหลังเข้าสู่ปี 2563 เศรษฐกิจไทยยังไม่มีข่าวดี ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ยังคงอยู่เช่นเดิม แม้สงครามการค้าจะพักรบ แต่ปัญหาและความเสี่ยงยังคงอยู่
ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัว 2.6% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี และคาดว่าปี 2563 จะขยายตัวที่ 2.7-3.2% ทรง ๆ ทรุด ๆ เพราะตัวเลขส่งออกเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยวิ่งอยู่ในแดนลบตลอดทั้งปีที่ผ่านมา สรุปตัวเลข 11 เดือนแรกลดลง 2.8%
ส่วนภาคท่องเที่ยวอีกหนึ่งตัวจักรสำคัญ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติผงกหัวขึ้นเล็กน้อย แต่ที่น่ากังวล คือ “ยอดใช้จ่ายต่อหัว” ลดลงติดต่อกัน 5 ไตรมาส ส่วนหนึ่งมาจาก 3 ปีที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้น 20%
ภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งปัจจัยภายในภายนอก ทำให้ปลายปี 2562 เกิดปรากฏการณ์โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งประกาศลดชั่วโมงทำงาน-ลดพนักงาน-จนถึง “ปิดกิจการ” เพราะยอดสั่งซื้อทั้งในประเทศ-ต่างประเทศลดลง กระทบเป็นลูกโซ่ถึงกำลังซื้อในภาคแรงงาน
สัญญาณอันตรายที่จะปะทุตามมาคือการ “ผิดนัดชำระหนี้” ของหนี้ครัวเรือนและเอสเอ็มอี ที่เพิ่มขึ้นอย่างมี
นัยสำคัญ โดยแบงก์ชาติส่งสัญญาณชัดว่า ปัญหา “สินเชื่อด้อยคุณภาพ” ขยายวงจากธุรกิจขนาดเล็กไปสู่ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
กระทั่ง ผู้ว่าการ ธปท.วิรไท สันติประภพ ออกมาเตือนพร้อมกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับนโยบาย “ปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก” ก่อนเป็นหนี้เสีย เป็นคดีฟ้องร้อง เพราะหากปล่อยให้ลุกลามเอสเอ็มอีซึ่งมีปัญหาสภาพคล่องจะไม่สามารถเดินต่อได้ หมายถึงแรงงานอีกจำนวนมากจะมีปัญหาตามมา
สัปดาห์สุดท้ายปี 2562 จึงเห็นภาพรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการ ธปท. ภาคเอกชน โดยเฉพาะซีกธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐ ให้ร่วมมือกันดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอี ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมผนึกกำลังปฏิบัติการ “เชิงรุก” ก่อนปัญหาจะลุกลาม
เพราะปัญหาเศรษฐกิจรอบนี้ก่อตัวในกลุ่มเอสเอ็มอีและรายย่อย ต่างจากวิกฤตปี 2540 ที่เป็นปัญหาของกลุ่ม “ธุรกิจขนาดใหญ่” จากหนี้ท่วม ลงทุนเกินตัว ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายจำนวนมาก
สิ่งสำคัญนอกจากรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปลดล็อก ปรับกฎกติกาเอื้อให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่ายขึ้น กลับมาชำระหนี้ ทำธุรกิจต่อไปได้แล้ว ลูกหนี้ก็ต้องยอมรับความเจ็บปวด ปรับตัวให้เข้มแข็ง เพราะโลกธุรกิจยุคต่อไปไม่อาจทำแบบเดิมได้