ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2563) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ The Routes Asia Development Forum 2020 (RA2020) ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2563 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา
นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า การจัดงาน The Routes Asia Development Forum 2020 ถือเป็นการจัดในรอบ 14 ปีของประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานนับจากครั้งแรกที่เคยจัดขึ้นที่พัทยาในปี 2006 นับว่าเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่ได้ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากธุรกิจการบินทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของท่าอากาศยาน ความก้าวหน้าของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศ รวมทั้งความพร้อมและคุณภาพของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการ
ทั้งนี้ กล่าวได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งในด้านความสะดวกในการเดินทางทางอากาศมายังประเทศไทย (Good Air Accessibility) เป็นเหตุผลให้บริษัท Informa PLC. ซึ่งเป็นผู้จัดงาน The Routes Asia Development Forum พิจารณาคัดเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดการในปีนี้ โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งภายใต้การบริหารของ ทอท.ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ที่ ทอท.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักที่เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 45 ล้านคนต่อปี ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นท่าอากาศยานที่รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก มีบทบาทสำคัญในการรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) และท่าอากาศยานอีก 4 แห่ง มียุทธศาสตร์ในการเป็นประตูสู่ภาคเหนือและภาคใต้
รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สำคัญเพื่อพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน โดยมุ่งเน้นในด้านการบริการและความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล และด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้บริการสายการบินประจำกว่า 135 สายการบิน เชื่อมต่อการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้กว่า 214 จุดทั่วโลก รวมไปถึงสถานที่จัดงานอย่างจังหวัดเชียงใหม่ก็มีความเหมาะสมและน่าสนใจ (Appropriate and Interesting Event Venue) และมีโรงแรมที่พัก (Hotels) ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นายวิชัยกล่าวว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และไทยแลนด์ 4.0 นั้น อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่รัฐบาลให้การส่งเสริม ดังนั้น การจัดประชุม RA2020 จะก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินสร้างเครือข่ายเส้นทางการบิน สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน สร้างเส้นทางการบินเส้นทางใหม่ นำไปสู่การขยายตัวทางด้านท่องเที่ยวและสร้างงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน ตลอดจนยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายของกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าระหว่างการจัดงานจะก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจ 200-300 ล้านบาท และยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นที่สุดด้านการบินแห่งเอเชีย
สำหรับการประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2563 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมราว 1,200 คน มีสายการบินเข้าร่วมประมาณ 100 สายการบิน ท่าอากาศยานทั่วโลกกว่า 200 แห่ง หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวกว่า 30 หน่วยงาน และมีผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจที่จะร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กว่า 20 คน โดยสายการบินที่จะเข้าร่วมงานครั้งนี้ อาทิ Lufthansa Group, Finnair, Cathay Pacific, Austrian Airlines, Jetstar Airways, Air China, Cebu Pacific, Japan Airlines เป็นต้น ล่าสุด มีบริษัทที่ยืนยันเข้าร่วมงานแล้วกว่า 150 บริษัท จำนวนคนกว่า 600 คน ซึ่งคาดว่าจะได้จำนวนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจในงานครั้งนี้ อาทิ Face-to-face meetings ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะมีส่วนร่วมในการประชุมแบบตัวต่อตัวกว่า 2,000 ครั้งตลอดสามวันเต็ม เพื่อแลกเปลี่ยนบริการและความต้องการที่กำลังมองหาอยู่
นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสสำคัญและถือเป็นความภาคภูมิใจของ จ.เชียงใหม่ ในการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ The Routes Asia Development Forum 2020 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ซึ่งมีความพร้อมในแง่ของความสง่างาม หรูหรา และความเหมาะสมในการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักจังหวัดเชียงใหม่มากยิ่งขึ้นด้วยศักยภาพของเมืองและของประเทศไทย ซึ่งเชียงใหม่ในฐานะ 1 ใน 5 หัวเมืองไมซ์ หรือ MICE City มีความพร้อมในการจัดประชุมนานาชาติทั้งด้านสถานที่จัดงาน โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของนักเดินทางธุรกิจ ซึ่งเชียงใหม่มีสถานประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐาน Thailand MICE Venue Standard ในประเภทห้องประชุมและประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้าจำนวนถึง 16 แห่ง รวม 56 ห้อง มีความพร้อมในด้านบุคลากรที่มีความสามารถ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ตลอดจนความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาความปลอดภัยและจราจร ในพื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงาน การส่งเสริมภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์การจัดงานให้คนในพื้นที่รับรู้และภาคภูมิใจผ่านความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ การติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์บนเส้นทางการเดินรถจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ สู่โรงแรมที่พักของผู้เข้าร่วมประชุม และสถานที่จัดงาน เป็นต้น
