เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
แสนสิริ จับมือ โตคิว  ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
Real Estate แสนสิริ จับมือ โตคิว ผุด “ไอริส เฮาส์” คอนโดโลว์ไรส์เพ็ทเฟรนลี่ เริ่มต้น 4.99 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,100 บาท
รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
Business รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
Economic ศุภจีชี้ราคาพืชเกษตรขยับดียกแผง ‘ข้าว-ยาง-มัน-ข้าวโพด’ เร่งประคองราคาข้าวผ่านฤดูเก็บเกี่ยว
ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ข้าวไทยต้องเปลี่ยนเกม! พาณิชย์ดัน New Rice Economy ใช้ AI-Big Data ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวนา
บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
Economic บุกโกดังอาหารหมา-แมวลักลอบนำเข้า ยึด 70 รายการ มูลค่า 13 ล้านบาท
เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
Economic เกษตรฯ ใช้ Big Data คุมเกมผลผลิต ดัน Sandbox ข้าว-มัน เชื่อมพาณิชย์หาตลาด
ดูทั้งหมด

บิ๊กมูฟ “กสิกรไทย” 2020 รุกภูมิภาคหนักขึ้น ชูดิจิทัลดันกำไร

04 ก.พ. 2563 | 09:28น.

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยในปัจจุบัน นอกจากจะต้องเผชิญกับพายุ “ดิสรัปชั่น” ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทางการเงินสมัยใหม่แล้ว ภาวะการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้นก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กำลังเข้ามา “ดิสรัปต์” ธุรกิจนี้มากขึ้นเช่นกัน ทำให้ช่วงที่ผ่านมา หลาย ๆ แบงก์จึงต้องปั้น “โมเดลธุรกิจ” ใหม่ ๆ ของตัวเองขึ้นมา เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ เช่นเดียวกับธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่ 5 ผู้บริหารเพิ่งขึ้นเวที ประกาศ “วิสัยทัศน์ 2563” ไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดย “ขัตติยา อินทรวิชัย” กรรมการผู้จัดการ KBANK กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ใหม่ของแบงก์มุ่ง “เพิ่มอำนาจแก่ลูกค้าในการใช้ชีวิตและทำธุรกิจให้ดีที่สุด” ที่ยังยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยขับเคลื่อนธุรกิจบน 8 เส้นทางสู่การยกระดับองค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถใหม่ 8 ด้าน ทั้งการร่วมมือกับพันธมิตร, ปล่อยสินเชื่อบุคคลจากฐานข้อมูลอัจฉริยะ, การจัดการความเสี่ยงเชิงรุก, แสวงหาโอกาสและการเติบโตในระดับภูมิภาค, ใช้ data analytics เป็นหัวใจสร้างโอกาสทางธุรกิจ, ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์, ส่งเสริมให้บุคลากรมีทักษะความสามารถ และเพิ่มศักยภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยียุคใหม่

รุกภูมิภาคสร้างโอกาสเติบโตใหม่

ทั้งนี้ “ขัตติยา” บอกว่า การจะสู้กับเทคโนโลยีดิสรัปชั่น แบงก์ต้องมองตลาดที่ใหญ่กว่าประเทศไทย เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยขยายตัวเพียง 2.5-3% ต่อปี ดังนั้น KBANK จึงตั้งเป้าหมายการเป็นธนาคารระดับภูมิภาค (regional bank)

“หากแบงก์ต้องการเติบโตจะต้องออกไปหาโอกาสในต่างประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมาเราจะวางรากฐานในต่างประเทศมาสักระยะ แต่สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศยังมีแค่ 10% ซึ่งคาดว่าในระยะข้างหน้า รายได้ส่วนนี้จะเพิ่มขึ้น”

ขณะที่ “พิพิธ อเนกนิธิ” กรรมการผู้จัดการ KBANK อีกรายเสริมว่า ในปีนี้จะเห็นความคืบหน้าการจัดตั้งสาขาและทำธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย เมียนมา และเวียดนาม โดยเฉพาะอินโดนีเซียถือเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะมีประชากรกว่า 260 ล้านคน จีดีพีเติบโตเฉลี่ย 5.5% ซึ่ง KBANK ได้เข้าไปถือหุ้นในธนาคารแมสเปี้ยนอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2560 โดยปีนี้จะรุกอย่างชัดเจนมากขึ้น

“การทำธุรกิจแบงก์ในโลกยุคดิจิทัล ธนาคารไม่จำเป็นต้องมีสาขาจำนวนมาก แต่สามารถทำในรูปแบบดิจิทัลได้ โดยเดินตามหลักเกณฑ์ของผู้กำกับดูแล คือ เข้าไปเปิดสาขา 1 แห่ง แล้วหลังจากนั้นก็ใช้ดิจิทัลเข้าไปขยายธุรกิจแทน”

ด้านเมียนมาก็เป็นอีกโอกาสที่แบงก์จะเข้าไปสร้างการเติบโตใหม่ เพราะเศรษฐกิจเมียนมาเติบโตค่อนข้างสูง มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งธุรกิจธนาคารที่มีในประเทศไม่สามารถรองรับความต้องการทางด้านสินเชื่อได้อย่างเพียงพอ ประกอบกับล่าสุดธนาคารกลางเมียนมาได้เปิดให้ใบอนุญาตแก่ธนาคารต่างประเทศ KBANK จึงได้ยื่นขอใบอนุญาตไป ส่วนเวียดนามนั้นแบงก์มีการเข้าไปลงทุนไว้บ้างแล้ว โดยหากทางการเวียดนามเปิดให้ยื่นขอไลเซนส์ได้ ก็พร้อมเข้าไปยื่นทันที

“พิพิธ” กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน KBANK มีเครือข่ายในรูปแบบสำนักผู้แทน สาขา และธนาคารท้องถิ่นรวม 14 แห่งในภูมิภาค และมีธนาคารพันธมิตรในภูมิภาครวม 72 แบงก์ โดยแบงก์ตั้งเป้าว่าภายในปีนี้ จะสร้างช่องทางบริการของธนาคารใน CCLMVI (จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย) ให้ครบ โดยในจีนจะขยายพอร์ตลูกค้าบุคคล

“เรามองว่าตลาดในภูมิภาคเอเชียกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะ CCLMVI ซึ่งเป็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจไป ทั้งนี้ เราจะไปบริการลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องสร้างสาขาที่มีการลงทุนหนัก ๆ แต่จะไปบริการในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น”

K PLUS หัวหอกปล่อยกู้ดิจิทัล

“พัชร สมะลาภา” กรรมการผู้จัดการ KBANK อีกรายกล่าวว่า ในปีนี้แบงก์จะเชื่อมโยงการให้บริการระหว่างธนาคารกับลูกค้าของกลุ่มพันธมิตรที่มีกว่า 1.3 ล้านราย บนแอปพลิเคชั่นเดียว โดยมีแผนเพิ่มศักยภาพการให้บริการบนแอป K PLUS ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อดิจิทัลผ่าน K PLUS เพิ่มเป็น 1.78 แสนล้านบาท จากที่ในปี 2562 ธนาคารได้ทดลองปล่อยสินเชื่อไปได้ 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ส่วนสาขาคาดว่าจะลดลงปีละ 70-80 แห่ง แต่บางส่วนจะเป็นการย้ายโลเกชั่น ดังนั้นยอดปิดสุทธิจะอยู่ราว 40-50 แห่ง

ลงทุนดิจิทัลเพิ่ม 1.7 หมื่นล้าน

“เรืองโรจน์ พูนผล” ประธานกสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าวว่า ในระยะ 3 ปี (ปี 2563-2565) แบงก์ได้ตั้งงบฯลงทุนไว้ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้จะใช้ราว 5,500 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล และพัฒนาแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้เชื่อมโยงระหว่างกสิกรไทยกับพันธมิตร ซึ่งแบงก์จะ open banking API เชื่อมต่อกับพันธมิตร 50-60 ราย

“การ open banking API เพื่อเชื่อมกับพาร์ตเนอร์ และรองรับเป้าหมายจำนวนผู้ใช้ K PLUS ที่ 20 ล้านคน (ปัจจุบันอยู่ที่ 12 ล้านคน) ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนธุรกรรมเกิดขึ้นถึง 1.2 หมื่นล้านรายการ โดยเราจะพัฒนาระบบ K PLUS ให้สามารถรองรับจำนวนธุรกรรมที่มียอดสูงสุดให้ได้มากกว่า 3X (3 เท่า)”

ผุด 2 บริษัทใหม่ปั้นรายได้

นอกจากนี้ ธนาคารได้จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้น 2 บริษัท คือ บริษัท “KAITAI TECH” ที่เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน เป็นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมบริการข้ามประเทศ และจัดตั้งบริษัท “KASIKORN X” (KX) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ๆ ให้กับธนาคารและสร้างฟินเทคยูนิคอร์น บริษัทแรกของไทย

ทั้งหมดนี้ถือได้ว่า เป็น “บิ๊กมูฟ” อีกครั้งของแบงก์สีเขียวเลยทีเดียว ส่วนจะช่วยปั้นการเติบโตใหม่ ๆ ได้อย่างหวังหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกสิกรไทย (KBank)