เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
Tech เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
Finance ก.ล.ต.เช็กยิบ ‘สุภาพร’ ยื่นทิพย์…ขบวนการสร้างราคา ?
อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
Real Estate อัดโปรแรงระบายคอนโดฯ ล้น 2 แสนยูนิต
จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
Columns จับตาใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ ปลุกคนทำงาน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำ “ไม่เอาของชำร่วย เราจะเอาสวัสดิการ”
รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
สามัญสำนึก รัฐมนตรีโลกลืม ข้าราชการโควตากลาง
‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
World ‘โรงกลั่น’ รับบทหนักน้ำมันแพง ถูกหั่นกำไร-DSI ไล่บี้คดีกักตุน
ดูทั้งหมด

เก็บตก ครม.สัญจรสุพรรณฯ-อยุธยา! เปิดข้อเสนอแผนพัฒนา-โครงการภาคกลาง-ข้อสั่งการ “บิ๊กตู่”

20 ก.ย. 2560 | 16:52น.

ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 19 กันยายน 2560 โดยมอบหมายให้ สศช.จัดประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชน และเตรียมแผนการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งรวบรวมและจัดทำรายงานสรุป เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี นั้น สศช. ได้เสนอผลสรุป 2 เรื่อง ได้แก่ (1) ผลสรุปการพบปะหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้แทนเกษตรกรในภาคกลาง วันที่ 18 กันยายน 2560 ณ ห้องประชุมอู่ทอง ชั้น 3 โรงแรมคลาสสิค คามิโอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ (2) รายงานผลการติดตามงานและโครงการ รวมทั้งแนวทางและข้อสั่งการการแก้ไขปัญหาของคณะรัฐมนตรีในการติดตามงานในพื้นที่ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 8-18 กันยายน 2560 มีรายละเอียดดังนี้

1.ผลสรุปการพบปะหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้แทนเกษตรกรในภาคกลาง วันที่ 18 กันยายน 2560 ณ ห้องประชุมอู่ทอง ชั้น 3 โรงแรมคลาสสิค คามิโอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีข้อสั่งการโดยสรุปดังนี้

1.1 เรื่องเร่งด่วน 2 เรื่องได้แก่ 1.1.1 ด้านการค้าการลงทุน เร่งรัดดำเนินการเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี โดยขอให้กรมธนารักษ์เร่งรัดดำเนินการเปิดประมูลให้เอกชนเช่าที่ดิน ทั้งนี้ควรจะแบ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน (Phasing) โดยเฉพาะพื้นที่ที่เอกชนมีความสนใจลงทุนประมาณ 500 ไร่ ข้อสั่งการ : มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมกับกระทรวงการคลังรับไปเร่งรัดดำเนินการเปิดประมูลให้เอกชนเช่าที่ดิน โดยให้ความสำคัญกับการแบ่งพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน (Phasing) โดยเฉพาะพื้นที่ที่เอกชนมีความสนใจลงทุนประมาณ 500 ไร่ และให้นำเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ตามขั้นตอนต่อไป

1.1.2 ด้านการบริหารจัดการน้ำ ขอให้พิจารณาจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณชุมชนริมคลองโผงเผง หมู่ที่ 3,4,5,6 ตำบลโผงเผง จังหวัดอ่างทอง ระยะทาง 3.2 กิโลเมตร ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งพิจารณาศึกษาวิธีการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงความจำเป็นในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรหรือแนวทางเลือกอื่นที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณชุมชนริมคลองโผงเผง และขอรับการสนับสนุนตามขั้นตอนต่อไป

1.2 ด้านการพัฒนาคมนาคมขนส่ง 1.2.1 โครงการของพื้นที่ที่สอดคล้องกับโครงการที่บรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่ง ประกอบด้วย (1) การปรับปรุงท่าเทียบเรือแม่น้ำเจ้าพระยา 17 แห่ง (2) การก่อสร้างเส้นทางมอเตอร์เวย์สายใหม่บางปะอิน-นครสวรรค์ (3) โครงการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต (4) การต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 32 และ (5) โครงการสร้างทางหลวงสายเลี่ยงเมือง จากสามแยกวังมะนาว – บรรจบทางหลวง หมายเลข 3510 (หนองหญ้าปล้อง) จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร ข้อสั่งการ :มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอไปพิจารณาจัดลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนและดำเนินการตามขั้นตอน โดยให้คำนึงถึงความเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนรูปแบบอื่น รวมทั้งไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้การปรับปรุงท่าเทียบเรือแม่น้ำเจ้าพระยา 17 แห่งจะต้องสอดคล้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำ

1.2.2 โครงการที่ต้องการให้เร่งรัดดำเนินการ ประกอบด้วย (1) ขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ของกรมทางหลวงชนบท เส้นทางถนนสาย หนองแค – หนองเสือ – หนองจอก – หนองงูเห่า เลียบคลองระพีพัฒน์ (คลอง 13) และ (2) พัฒนาเส้นทาง สิงห์บุรี อยุธยาและบางปะหัน เพื่อกระจายการจราจรบนถนนสายเอเชีย (สาย 32) ในช่วงเส้นทางผ่านจังหวัดชัยนาท ที่กรมทางหลวงได้มีแผนก่อสร้างถนน วงแหวนรอบที่ 3 ซึ่งห่างจากวงแหวนกาญจนาภิเษก ประมาณ 15 กิโลเมตร ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอไปพิจารณาจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็นเร่งด่วน และเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

1.2.3 การแก้ปัญหาอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดบนเส้นทางหลักและระบบขนส่งทางน้ำ ประกอบด้วย (1) เร่งรัดการก่อสร้างสะพานกลับรถรูปเกือกม้าบนถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพให้ดำเนินการเร็วขึ้น ในปี 2561 – 2562 (2) ก่อสร้างทางยกระดับสะพานข้ามคลองรังสิต คลอง 1-14 (ถนนรังสิต – นครนายก) เพื่อทำจุดกลับรถใต้สะพาน (3) เร่งรัดการเปิดให้บริการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางน้ำโดยเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทยเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว และ (4) เร่งรัดการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท่าเรือขนถ่ายสินค้า เส้นทางลำน้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนรับไปพิจารณาเร่งรัดศึกษาในรายละเอียดของความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการลงทุนในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดบนเส้นทางหลักและระบบขนส่งทางน้ำ ทั้งนี้ในการก่อสร้างสะพานกลับรถรูปเกือกม้าบนถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพให้ภาคเอกชนรับไปช่วยสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ในการกำหนดจุดที่ตั้งการก่อสร้าง

1.2.4 ด้านการค้าการลงทุน กำหนดรูปแบบการก่อสร้างสถานี Hi Speed Train ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และสถานีขนส่งทางบกของกรมการขนส่งทางบกในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อสั่งการ :มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาความเหมาะสมของการก่อสร้างสถานี Hi Speed Train ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการออกแบบให้คำนึงถึงภูมิสถาปัตย์และอัตลักษณ์ของความเป็นเมืองมรดกโลก

1.3 ด้านการบริหารจัดการน้ำ 1.3.1 การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำเค็มประกอบด้วย (1) ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณและดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ โดยสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่แม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีน (2) ขอให้พิจารณาพัฒนาแนวทุ่งรับน้ำในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา เป็นแก้มลิงศรีบัวทอง เชื่อมโยงจังหวัดอ่างทองในพื้นที่อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอแสวงหา กับอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อสั่งการ : (1) มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปพิจารณาจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำดังกล่าว ทั้งนี้จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและเกิดการยอมรับในพื้นที่ด้วย

(2) มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับไปศึกษาแนวทางการพัฒนาแนวทุ่งรับน้ำทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน โดยคำนึงถึงต้องการของชุมชนในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยารวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

1.3.2 การแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำ โดยให้เร่งรัดดำเนินการ ได้แก่ (1) ขอให้จังหวัดปทุมธานีไปทำความเข้าใจกับท่าทรายและประสานกรมชลประทานในการปรับปรุงประตูสูบน้ำให้เป็นประตูสูบน้ำอย่างถาวรชิดแม่น้ำเจ้าพระยา และ (2) ขอให้รับข้อเสนอของสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี ประกอบการพิจารณาการก่อสร้างระบบท่อผันน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานลงอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ข้อสั่งการ : (1) มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปพิจารณาจัดลำดับความจำเป็นเร่งด่วนของการดำเนินการปรับปรุงประตูสูบน้ำให้เป็นประตูสูบน้ำถาวร โดยให้กระทรวงมหาดไทยรับไปสร้างความเข้าใจกับท่าทรายถึงเหตุผลและความจำเป็นของการดำเนินการดังกล่าว

(2) มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเร่งศึกษาการก่อสร้างระบบท่อผันน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานลงอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าของแต่ละทางเลือกระหว่างระบบคลองส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วง (Gravity) กับ การใช้ระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า

1.3.3 ข้อเสนอเพิ่มเติม ประกอบด้วย (1) ขอให้พิจารณาความเป็นไปได้ของข้อเสนอการสูบน้ำกลับจากเขื่อนเพชรบุรีไปยังเขื่อนแก่งกระจาน และ (2) ขอให้หน่วยงานที่จะจัดตั้งใหม่ให้ความสำคัญกับข้อมูลธรณีฟิสิกส์และการไหลของน้ำให้มากขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดทำโครงการและสามารถนำไปต่อยอดการจัดทำ Application เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ ข้อสั่งการ : (1) มอบหมายให้กระทรวงพลังงานรับข้อเสนอการสูบน้ำกลับจากเขื่อนเพชรบุรีไปยังเขื่อนแก่งกระจานไปพิจารณาตามขั้นตอน โดยการพิจารณาให้คำนึงถึงความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า รวมทั้งความต้องการของประชาชนในพื้นที่

(2)มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับข้อเสนอไปบูรณาการการบริหารจัดการน้ำ โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลธรณีฟิสิกส์ และการไหลของน้ำให้มากขึ้น เพื่อต่อยอดการจัดทำ Application เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์

1.4 ด้านการเกษตร 1.4.1 การส่งเสริมธุรกิจมะพร้าว โดย (1) ขอให้พัฒนาสายพันธุ์มะพร้าวทานอ่อนและมะพร้าวผลิตกะทิให้เพียงพอ (2) ควบคุมการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติจะมีการอนุมัติให้มีการนำเข้ามะพร้าวแก่จากประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ในห้วงเวลาที่ขาดแคลนของทุกปีและ (3) ขอให้เจรจากับสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศ CLMV ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาการสนับสนุนและส่งเสริมมะพร้าวไทย ตั้งแต่การแก้ไขการขาดแคลนพันธุ์มะพร้าว การควบคุมการลักลอบการนำเข้า และการขยายตลาดไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งขณะนี้มีอัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 0 อยู่แล้ว

1.4.2 เกษตรปลอดภัย โดย (1) ต้นทาง ขอให้จัดให้มีเครื่องหมายรับรองสินค้าเกษตรปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (2)กลางทาง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มห้อง Lab และเพิ่มบุคลากรตรวจรับรองเกษตรปลอดภัย 16 จังหวัดภาคกลาง และ (3) ปลายทาง พัฒนาศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรปลอดภัย ในพื้นที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี อำเภอคลองหลวง ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาการส่งเสริมและการสนับสนุนสินค้าเกษตรปลอดภัยให้เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดโลกรวมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์สถานที่ตั้งห้อง Labตรวจรับรองเกษตรปลอดภัยที่กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง 46 แห่ง เพื่อสร้างความรับรู้ให้แก่ประชาชนในวงกว้าง

1.4.3 การประมง โดยขอรับการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์แปรรูปอาหารทะเลครบวงจรและจำหน่ายอาหารทะเล โดยขอยกเว้นระเบียบกรมธนารักษ์ในการเช่าที่ราชพัสดุ ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาการขอรับการสนับสนุนเพื่อจัดตั้งศูนย์แปรรูปอาหารทะเลครบวงจรและจำหน่ายอาหารทะเล จังหวัดสมุทรสงคราม โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ความคุ้มค่าในการลงทุนและรูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ฯ ที่จะต้องไม่เป็นภาระของภาครัฐในอนาคตทั้งนี้การขอยกเว้นระเบียบกรมธนารักษ์ในการเช่าที่ราชพัสดุนั้น มอบหมายให้กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาลดค่าเช่าตามความเหมาะสมต่อไป

1.4.4 ขอทบทวนมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยขอเพิ่มค่าเก็บเกี่ยวให้เกษตรกรที่กำหนดให้ไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ต่อราย เป็นไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อราย
ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์รับข้อเสนอไปพิจารณาโดยคำนึงถึงงบประมาณและหลักเกณฑ์อื่นๆอย่างรอบคอบ หากมีความเหมาะสมในการปรับปรุงมาตรการ จึงเสนอ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

1.5 ด้านการท่องเที่ยว 1.5.1 การส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง โดย (1) เห็นควรเพิ่มจังหวัดชัยนาทในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางภายใต้ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558 – 2560 (2) เห็นควรเพิ่มจังหวัดสระบุรีในเป้าหมายการพัฒนาภาคกลาง ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและสร้างความเชื่อมโยงเพื่อกระจายการท่องเที่ยวทั่วทั้งภาค และ (3) ขอให้พิจารณาวางระบบการขนส่งมวลชนเชื่อมต่อจากสถานีหลักไปยังแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ข้อสั่งการ : (1) มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการเพิ่มจังหวัดชัยนาทให้อยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางภายใต้ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558 – 2560 นอกจากนี้การพัฒนาการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศจะต้องให้ความสำคัญกับศักยภาพของแต่ละจังหวัดเพื่อสร้างความเชื่อมโยงของเส้นทางและกิจกรรมภายในภาค ระหว่างภาคสู่ภาค และระหว่างภาคสู่กลุ่มประเทศ CLMV

(2) มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรับข้อเสนอการเพิ่มจังหวัดสระบุรีไปพิจารณาประกอบการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาภาคกลางในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12

(3) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปศึกษาในรายละเอียดของการวางระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อจากสถานีหลักไปยังแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่า รวมทั้งความต้องการและผลกระทบที่มีต่อชุมชนในพื้นที่ด้วย

1.5.2 ข้อเสนอเพิ่มเติม ได้แก่ (1) ขอให้มีการกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันกรณีข้ามภาคเป็นการเฉพาะ เนื่องจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย (The Royal Coast) ประกอบด้วยจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในภาคกลาง ส่วนชุมพร และระนอง อยู่ในภาคใต้ และ (2) ขอรับการสนับสนุนการบริหารจัดการตามแผนแม่บทเนรมิตอยุธยา ข้อสั่งการ : (1) มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำแนวทางการทำงานร่วมกันในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย (The Royal Coast) ไปพิจารณาในคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ

(2) มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับประชารัฐกลุ่มการส่งเสริมการท่องเที่ยว& MICE (D3) จัดทำแนวทางการบริหารจัดการตามแผนแม่บทเนรมิตอยุธยาให้ชัดเจนเพื่อเสนอรัฐบาล นอกจากนั้นข้อเสนอบางเรื่องจะเป็นประโยชน์ในการนำไปพัฒนาในแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่อื่นๆ ของประเทศด้วย

1.6 ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม 1.6.1 การพัฒนาเส้นทางรถไฟสายเก่าช่วงสุพรรณบุรี-อ่างทอง-ลพบุรี เชื่อมเส้นทางเหนือ-ใต้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาความคุ้มค่าเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตามขั้นตอนต่อไป

1.6.2 การพัฒนาเส้นทางรถไฟนครหลวง-ภาชี ระยะทาง 1 กิโลเมตร มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาความเหมาะสมในรายละเอียดของการพัฒนาเส้นทางดังกล่าว

1.6.การจัดทำแผนงาน/โครงการพัฒนาของประเทศขอให้คำนึงถึงผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการ SMEs และการส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการของภาครัฐ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับการวางแผนพัฒนาประเทศในระยะยาวตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี

2.ผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่ภาคกลาง ผลการปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคกลางของรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจราชการ รวม 25 คน โดยมีประเด็นการพัฒนาและข้อสั่งการโดยสรุป ดังนี้

2.1 พัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม (1) การส่งเสริมและจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส เด็กและเยาวชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และพัฒนาคุณภาพชีวิต ข้อสั่งการ : 1) มอบให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (อปท.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการขยายผลการสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมให้ครบตามเป้าหมายขยายผลสภาเด็กและเยาวชนให้มีทั่วประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดกิจกรรมและเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่องและขยายผลความสำเร็จในการนำระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ ไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) มอบให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือและจัดสวัสดิการให้เด็กและเยาวชน สตรีและครอบครัว คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ให้มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ส่งเสริมอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

(2) ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ข้อสั่งการ : มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการกระจายสินค้า เตรียมความพร้อมของร้านค้าและสินค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาต่อยอดระบบร้านค้า รวมถึงบูรณาการทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายร้านค้าประชารัฐ

(3) การตรวจเยี่ยมโครงการสาธารณสุข ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ขยายผลความสำเร็จโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล (GCH) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 ไปสู่โรงพยาบาลทุกภูมิภาค 2) ให้โรงพยาบาลทุกแห่งถือปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล (RDU) 3) มอบหมายกระทรวงสาธารณสุขบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (LTC) โดยหารือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบความถูกต้องก่อนประกาศใช้คู่มือ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

(3) แก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปพิจารณาหาแนวทาง/มาตรการในการแก้ไขปัญหา 2) เห็นชอบให้กรมทรัพยากรธรณีจัดสำรวจและทำแผนที่ด้านทรัพยากรแร่เป็นรายพื้นที่ และประสานกรมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ พิจารณาการให้สัมปทานเหมืองแร่ รวมถึงการพิจารณาการอนุญาตใช้พื้นที่ในการทำเหมืองแร่ของกรมป่าไม้ 3) มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ

(4) แก้ไขปัญหาขยะ ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พิจารณาดำเนินการการขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านโดยขอสนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดการประชุม 2) ให้สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาสนับสนุนชุมชนในการคัดแยกขยะ 4) ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานไปดำเนินงานโดยด่วน

2.2 พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว (1) โครงการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการ1) รวบรวมและจัดระบบข้อมูล องค์ความรู้ และหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการค้นพบใหม่ นำเสนอและจัดแสดงสำหรับบริการการเรียนรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการนำเสนอให้น่าสนใจ สะดวกต่อการเข้าถึง 2) เร่งรัดจัดทำแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และมีการศึกษา วิเคราะห์ สภาพปัญหาและแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ โดยบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในลักษณะกลไกประชารัฐ 3) นำผลสรุปการดำเนินงานตามข้อสั่งการข้อ 1 และ 2 เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาโดยเร็ว 4) จัดหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานเป็นการเฉพาะ

(2) การท่องเที่ยวโดยชุมชน ข้อสั่งการ : มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมวลปัญหาและความต้องการของพื้นที่และชุมชนเพื่อสนับสนุนโครงการและงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และให้มีการประสานงานกับกลุ่มประชารัฐ เพื่อช่วยส่งเสริมการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์กระเป๋า รวมทั้งการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

2.3 ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม

(1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการลงทุนภาคกลาง ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสรุปประเด็นนำเสนอของภาคเอกชนที่มีลำดับความสำคัญสูงประมาณ 5-6 เรื่อง อาทิ เรื่องเกษตรยั่งยืน เรื่องน้ำ อุตสาหกรรมเชิงนิเวศเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะเรื่องอาชีวะ หรือเรื่องมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้กระชับและตรงประเด็นว่าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องอะไร โดยให้จัดทำเป็นเอกสารเสนอนายกรัฐมนตรีก่อนวันประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่น 2) มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดไปหารือร่วมกัน ในเรื่องร่างทิศทางการพัฒนาภาคกลาง สถานการณ์การลงทุน ภาพรวมการวิจัยและนวัตกรรมในภาคกลาง รวมทั้งภาพรวมการดำเนินการกองทุนหมู่บ้าน นำเสนอ สศช. เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างทิศทางการพัฒนาภาคกลาง

(2) โครงการดิจิทัลชุมชนด้านอีคอมเมิร์ซ (Digital Community e – Commerce) ข้อสั่งการ : มอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ใช้เครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเป็นจุดติดตั้งระบบ POS เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าของชุมชน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และให้ช่วยเหลือชุมชนในการจำหน่ายสินค้าการเกษตรและอื่นๆ โดยคิดค่าขนส่งในราคาที่ถูกลง รวมถึงพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าที่เน่าเสียง่ายให้จัดส่งถึงผู้บริโภคได้โดยเร็ว

(3) โครงการกำกับดูแลและสนับสนุนให้แรงงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีในการทำงาน ข้อสั่งการ : มอบหมายกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สร้างการรับรู้ผลการดำเนินงาน ในด้านความปลอดภัยและด้านการจัดสวัสดิการให้แก่พนักงานในสถานประกอบการเพื่อเป็นต้นแบบและนำไปขยายผลสู่สถานประกอบการอื่น ๆ ต่อไป

(4) แก้ไขปัญหาและแนวทางช่วยเหลือแรงงาน ข้อสั่งการ : มอบหมายให้ทุกกรมในกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม บูรณาการการทำงานในพื้นที่กับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนให้สามารถแก้ไขปัญหาแรงงานได้อย่างครบวงจร และส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงหลักประกันสังคม (มาตรา 40) โดยเครือข่ายอาสาสมัครแรงงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และในปี 2561 การบริการจัดการแรงงานนอกระบบ ต้องเห็นผลสัมฤทธิ์มากยิ่งขึ้น

(5) โครงการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง ข้อสั่งการ : มอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดติดตามผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถพัฒนา ต่อยอด ยกระดับเป็น Smart farmer อย่างแท้จริง เพื่อให้โครงการที่สำนักงานพลังงานจังหวัดสุพรรณบุรีส่งเสริมเกิดความยั่งยืน

(6) ตรวจเยี่ยมอุทยานสรรค์อ่างทองหนองเจ็ดเส้นฯ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และวิสาหกิจชุมชนการเกษตรปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ข้อสั่งการ : ให้สำนักงานเลขานุการรองนายกรัฐมนตรีประสานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมการเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตของหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.ไผ่ดำพัฒนา อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

(7) ติดตามการดำเนินงานขยายผลการขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด โดยให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานและรับฟังปัญหาข้อเสนอจากเกษตรกรมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

(8) โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุนการเกษตรด้วยพลังงานสะอาด ข้อสั่งการ : มอบหมายให้พลังงานจังหวัด 1) สนับสนุนให้มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ในช่วงที่ไม่ได้นำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้สูบน้ำอาทิการนำไปใช้ในส่วนราชการ 2) ประสานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีการนำแนวทางการดำเนินงานไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

(9) การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรและผู้ประกอบการ OTOP ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นำงบประมาณปี 2561มาส่งเสริมและขยายความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนรายใหม่ และพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนรายเดิมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การยืดอายุผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการพัฒนาให้ได้มาตรฐาน อย. มผช. และ มาตรฐานอื่นๆ ที่สูงขึ้นรวมทั้งสร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาเพื่อให้ความช่วยเหลือชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2) ให้มีการเชื่อมโยงความช่วยเหลือ ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) รวมทั้งประสานแหล่งเงินทุน เพื่อพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์และโรงเรือน 3) ให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขยายผลการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับศักยภาพเกษตรกรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร โดยให้จัดทำข้อเสนอโครงการในพื้นที่ภาคกลาง 5 จังหวัด วงเงิน 40.56 ล้านบาท

(10) โครงการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กำหนดแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้มากขึ้น 2) ให้กระทรวงพลังงานหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ในการบริหารจัดการปริมาณสำรองของน้ำมันปาล์มที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ให้มีปริมาณที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันปาล์ม โดยเฉพาะความชัดเจนและทันเวลาของข้อมูลสต๊อกน้ำมันปาล์มเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(11) ตรวจสอบการดำเนินงานด้านการผลิตปิโตรเลียมของแหล่งน้ำมันดิบอู่ทอง 1-7 ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยในการผลิตปิโตรเลียมของผู้ประกอบการ

(12) การดำเนินการตรวจเครื่องทองโบราณและพิพิธภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Center) ด้านการวิเคราะห์อายุวัตถุโดยใช้วิธีนิวเคลียร์แบบครบวงจร และยกระดับสู่อาเซียน 2) ควรมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีพิพิธภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.) ขยายผลการดำเนินการกับหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

(13) โครงการแนวทางประชารัฐเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ในพื้นที่ภาคกลางเพื่อการเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรเพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง เพื่อให้ได้ผลิตภาพและคุณภาพสูง โดยในอนาคตการแปรรูปการเกษตรจะไปในแนวทาง Bio Economy 2) มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การทำต้นแบบเชิงอุตสาหกรรม (Prototype) การทดลองผลิตแบบ Small Lot การพัฒนามาตรฐาน การทดลองตลาด และการส่งเสริมการลงทุน โดยผ่าน 3 โครงการสำคัญ คือ (1) ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (2) โครงการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน ผู้ประกอบการอาหารเพื่ออุตสาหกรรมอาหารอนาคตและ (3) โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร เพื่อพัฒนาให้เป็นเมืองนวัตกรรมอาหารอนาคตที่ครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าของอาหารหรือผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาธุรกิจ เชื่อมโยงต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำด้วยกัน 3) มอบหมายศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 หารือกับกองส่งเสริมดิจิทัลถึงความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการกิจกรรมส่งเสริม SMEs ทำตลาดสินค้าอุตสาหกรรมในรูปแบบบีทูบี (การค้าบนอินเตอร์เน็ตระหว่างธุรกิจต่อธุรกิจ) ผ่านเว็บไซด์ของไทย 4) มอบหมายสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการ Electronic Design Laboratory และการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) รวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาเพื่อให้ตอบสนองได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยจะร่วมกับ MEKTEC เพื่อดำเนินกิจกรรมดังกล่าว

2.4 บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ

(1) ทรัพยากรป่าไม้ ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้กรมป่าไม้ จัดทำรายละเอียดการดำเนินงานด้านงานป่าไม้ในแต่ละระดับ เพื่อเป็นคู่มือประกอบการดำเนินงาน รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 2) ให้กรมป่าไม้ดำเนินโครงการ “สวนป่าในเมือง เพื่อความสุขของคนไทย” โดยจัดระเบียบ/กำหนดแนวทางให้ประชาชนสามารถเข้าใช้ประโยชน์หรือศึกษาธรรมชาติในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์/สวนรุกขชาติ ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรวมทั้งจัดให้มี “เรือนเพาะชำชุมชน” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเพาะชำกล้าไม้ที่เหมาะสมกับท้องถิ่น โดยให้กรมป่าไม้ทำหน้าที่ให้ความรู้ทางวิชาการแก่ประชาชน 3) ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลช้างป่าทั้งในและนอกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และให้จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดภัยจากช้างป่า
ส่งให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่เกี่ยวข้องทราบเป็นแนวปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อไป 4) ให้ทุกหน่วยงานทบทวนแผนงาน/โครงการ โดยเน้นการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนและการพัฒนาเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ

(2) แก้ปัญหาในลุ่มน้ำท่าจีน ข้อสั่งการ : 1) ให้สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ทราบข้อเสนอแนะของเครือข่ายภาคประชาชนในการแก้ปัญหาในลุ่มน้ำท่าจีนเพื่อนำไปพิจารณาแก้ไขต่อไป 2) ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำข้อเสนอแนะของเครือข่ายภาคประชาชนในการแก้ปัญหาในลุ่มน้ำท่าจีน ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแก้ไขโดยด่วน

2.5 เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย-ภาคกลาง-ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (1) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงให้ความสำคัญกับการควบคุมงานก่อสร้างโครงการฯให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลตามหลักการด้านวิศวกรรม และความปลอดภัย

(2) โครงการสถานีขนส่งสินค้าชายแดนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบ้านพุน้ำร้อน ข้อสั่งการ :ให้กรมการขนส่งทางบกเร่งรัดดำเนินการจัดทำรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการขอใช้พื้นที่ รวมทั้งประสานกรมธนารักษ์ ในการดำเนินการก่อสร้างตามแผนที่กำหนดไว้ต่อไป

(3) ประชุมและรับฟังบรรยายสรุปการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.กาญจนบุรี ข้อสั่งการ : 1) ให้กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการจ่ายค่าทดแทนที่ดินสำหรับที่จะต้องเวนคืนทั้งหมดโดยเร็ว และเร่งรัดประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ต่อไป 2) ให้กรมการขนส่งทางบกเร่งรัดพิจารณาความเหมาะสมในการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรีในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษบ้านพุน้ำร้อน

2.6 พัฒนาความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาค (1) โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – หัวหิน ข้อสั่งการ : 1) ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาดำเนินการ 1.1) สำรวจและจัดทำข้อมูลเส้นทางเข้าออกสถานีรถไฟของโครงการรถไฟทางคู่นครปฐม-หัวหิน ทุกสถานีภายใน 1 เดือน และประสานข้อมูลดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทและอปท. 1.2) วางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในของสถานีรถไฟและพื้นที่โดยรอบสถานีฯ โดยออกแบบให้มีพื้นที่สาธารณะ ที่จอดรถ และจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเหมาะสมและเป็นระเบียบ 1.3) ออกแบบสถานีรถไฟและแนวเส้นทางรถไฟแต่ละประเภท ได้แก่ รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ให้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถขึ้นขบวนรถไฟแต่ละประเภทได้อย่างสะดวกและปลอดภัย 1.4) ออกแบบสถานีรถไฟใหม่ให้มีความเป็นเอกลักษณ์และสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่น สำหรับอาคารสถานีเก่าที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหาแนวทางอนุรักษ์อาคารดังกล่าวไว้ 1.5) ประชาสัมพันธ์เส้นทางการเดินทางโดยรถไฟจากสถานีรถไฟหัวหินไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในการเดินทางในแนวเส้นทางดังกล่าว 2) มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกศึกษาปริมาณผู้โดยสารที่มีความต้องการเดินทางจากสถานีรถไฟไปยังศูนย์กลางเมืองหรือสถานที่สำคัญ เพื่อให้สามารถพิจารณาความเหมาะสมของการจัดให้มีผู้ประกอบการเดินรถโดยสารสาธารณะมาเดินรถให้บริการประชาชนในเส้นทางดังกล่าว

(2) โครงการก่อสร้างขยายช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 367 ตอนทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวง ดำเนินการดังนี้1) ออกแบบก่อสร้างจุดกลับรถตลอดแนวเส้นทางให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม พร้อมทั้งติดตามพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถทราบพฤติกรรมการขับขี่และสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงการก่อสร้างจุดกลับรถให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2) ออกแบบแนวเส้นทางจากเส้นทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรีเชื่อมต่อไปยังด่านพุน้ำร้อน เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต 3) ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและควบคุมต้นทุนการก่อสร้างให้อยู่ภายใต้กรอบงบประมาณและดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ประสานการรถไฟแห่งประเทศไทยในการติดตั้งเครื่องกั้นบริเวณจุดตัดระหว่างถนนและทางรถไฟ

(3) โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา อ.มโนรมย์จ.ชัยนาท ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทพิจารณาดำเนินการดังนี้ 1) ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกก่อนถึงโครงการฯ เพื่อให้ผู้ใช้ทางเกิดความปลอดภัยในการเดินทางข้ามสี่แยก 2) จัดทำแผนงานก่อสร้างขยายถนนทางหลวงหมายเลข 3212 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับให้แล้วเสร็จพร้อมกับโครงการก่อสร้างสะพาน 3) ให้ความสำคัญในการควบคุมการก่อสร้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง

(4) โครงการอุโมงค์ทางลอดบนทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกม.ที่ 97+200 จ.สิงห์บุรี ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงพิจารณาศึกษาแนวทางการก่อสร้างทางลอดอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมโดยขอให้ลดระยะเวลาการก่อสร้างให้ได้น้อยกว่า 6 เดือน และสามารถเปิดให้ประชาชนได้ใช้อุโมงค์ทางลอดได้เร็วขึ้น

(5) โครงการถนนปลอดภัยหน้าโรงเรียนบางปลาม้า ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงดำเนินการดังนี้ 1) ดำเนินโครงการหน้าโรงเรียนปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีรูปแบบการเฝ้าระวัง และป้องกันต่างๆ เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณโรงเรียน เช่น การตั้งด่านที่ไม่ได้กำหนดวันเวลาสถานที่ไว้เป็นการล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ขับขี่มีวินัยในการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น 2) ติดตั้งป้ายเตือนตามแนวเส้นทางให้ชัดเจนก่อนถึงโรงเรียนให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้าและเกิดความระมัดระวังเพิ่มขึ้น 3) ศึกษาและวิจัยการลดอุบัติเหตุโดยการใช้หลักวิศวกรรมจราจรมาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง 4) ให้ประสานกับกรมการขนส่งทางบกในการร่วมกันจัดอบรมกฎระเบียบและสร้างวินัยจราจรที่ดีให้กับเด็กนักเรียน เพื่อเป็นการให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนที่ดีในอนาคต

(6) งานอำนวยความปลอดภัยบริเวณหน้าโรงเรียนวัดสระเนินพระรามในสายทาง ชน. 1002 แยกทางหลวงหมายเลข 1 – แยกทางหลวงหมายเลข 3212 อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กม.ที่ 5+900 ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการดังนี้ 1) ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณทางโค้ง เพื่อใช้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนในเวลากลางคืน และสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย2) ติดตั้งป้าย Your Speed Sign ป้ายลดความเร็วเขตโรงเรียน และให้ตีเส้นจราจรบนผิวทางเพิ่มเติมบริเวณก่อนถึงทางโค้ง เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้ทราบล่วงหน้าและเกิดความระมัดระวัง ซึ่งจะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนและนักเรียนที่ข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียน

(7) โครงการดำเนินแนวทางการติดตั้งป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1) ให้ลงพื้นที่สำรวจและจัดเก็บข้อมูลปริมาณจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม 2) พิจารณาออกแบบปรับปรุงพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนโดยใช้พื้นที่เขตทางให้เต็มพื้นที่ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การออกแบบพื้นที่จุดจอดรถชั่วคราวทั้งด้านหน้าโรงเรียนและฝั่งตรงข้าม การออกแบบที่ตั้งและปรับปรุงศาลาพักคอยรถทั้งสองฝั่งถนนให้เหมาะสม การออกแบบสะพานลอยให้มีความยาวมากขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนและประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกพร้อมทั้งการติดตั้งหลังคาเพิ่มเติม และการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง 3) พิจารณาออกแบบติดตั้งป้ายจราจร และแถบสีจราจรบนถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่ากำลังเข้าเขตพื้นที่โรงเรียนและต้องชะลอความเร็วของรถยนต์

(8) ตรวจเยี่ยมสำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1) สำนักงานขนส่งที่ได้รับรางวัลศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ให้พิจารณาปรับปรุงงานบริการประชาชนที่มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง 2) สำนักงานขนส่งที่ยังไม่ได้รับรางวัลศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ให้เร่งพัฒนาปรับปรุงงานบริการประชาชน ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของ GECC เพื่อให้ได้รับรางวัลในปีต่อไป 3) จัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาการให้บริการประชาชน โดยให้ประสานงานกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาหรือสถานศึกษาต่างๆ ในการสนับสนุนให้นักเรียน/นักศึกษาจัดทำกล่องรับฟังความเห็นของประชาชน ที่มีความทันสมัยและง่ายต่อการใช้งาน 4) จัดทำแผนพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลข้อสอบใบขับขี่ โดยให้พิจารณารวบรวมข้อสอบใบอนุญาตขับขี่ให้อยู่ในฐานข้อมูลกลาง ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ใช้สอยในห้องสอบได้เพิ่มมากขึ้น 5) ขอให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการปรับปรุงข้อสอบใบอนุญาตขับรถให้มีความทันสมัย พร้อมทั้งเผยแพร่กฎระเบียบและกฎหมายการจราจรให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ รวมทั้งจัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่กฎระเบียบดังกล่าวทั้งในลักษณะ e-learning และหนังสือคู่มือ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ครบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่รถบรรทุก

(9) การประชุมเตรียมความพร้อมโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ภาคกลาง ข้อสั่งการ : 1) ให้กรมทางหลวงสำรวจจุดเสี่ยงบนทางหลวงทั่วประเทศ และวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และจัดลำดับความสำคัญโครงการ 2) ให้กรมทางหลวงชี้แจงทำความเข้าใจกับสำนักงบประมาณให้เห็นถึงความสำคัญของแผนความปลอดภัยทางถนน และการนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน 3) ให้กรมทางหลวงสำรวจถนนหน้าโรงเรียนทั่วประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และให้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยทางถนนของโรงเรียนทุกแห่งในปีงบประมาณ 2562 เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการของกรมทางหลวงชนบท 4) ให้กรมการขนส่งทางบกกำกับดูแลการให้บริการรถตู้สาธารณะที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดชัยนาท ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด 5) ให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทพิจารณาการเชื่อมต่อเส้นทางกับสถานีรถไฟทางคู่ สถานีรถไฟความเร็วสูง และท่าเรือแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อพัฒนาให้เป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multi Modal)

(10) จุดเสี่ยงอันตรายบนทางหลวงหมายเลข 3263 กม.ที่ 10+716 ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมทางหลวงดำเนินการ ดังนี้ 1) สำรวจข้อมูลจำนวนประชาชนที่ต้องการข้ามถนนบริเวณแยกวัดบางยี่โท เพื่อก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามและติดตั้งรั้วบริเวณเกาะกลางถนนจะช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) พิจารณาออกแบบติดตั้งป้ายจราจรต่างๆ ก่อนถึงจุดกลับรถให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมจราจร

(11) โครงการปรับปรุงผิวทางแอสฟัสต์ติกคอนกรีต เป็นผิวทางคอนกรีต ริมแม่น้ำป่าสัก ข้อสั่งการ : 1) มอบหมายให้กรมทางหลวงดำเนินการศึกษาออกแบบการขยายถนนทางหลวงหมายเลข 3267 ให้เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้นและเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา 2) มอบหมายให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ดำเนินการศึกษาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทางถนนที่สนับสนุนการขนส่งสินค้าทางลำน้ำของแม่น้ำป่าสัก แก้ไขปัญหาจราจรติดขัด และลดอุบัติเหตุของพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยพิจารณาออกแบบเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมทั้งมีไหล่ทางที่เพียงพอต่อการใช้งาน

2.7 ประเด็นอื่น (1) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ข้อสั่งการ : 1) เห็นชอบให้กองทุนหมู่บ้าน บ้านย่านยาว หมู่ 3 ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก เป็นต้นแบบของการน้อมนำศาสตร์พระราชาและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน 2) หากกองทุนหมู่บ้านมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ขอให้เสนอขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

(2) การจัดการศึกษานอกโรงเรียนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อสั่งการ : มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบฯ (กศน.) ดำเนินการ 1) ประสานงานและบูรณาการร่วมกับ สอศ.ในการสำรวจและตรวจสอบความต้องการในสาขาวิชาชีพ เพื่อวางแผนการผลิตกำลังคนร่วมกันให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงพิจารณาจุดแข็งและโอกาสของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพด้านบริการเป็นอาชีพเสริม 2) กศน.ตำบล พัฒนาศักยภาพในการเป็นศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 4 ศูนย์ เพื่อบริการชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ดิจิตอลชุมชน ซึ่งมีอยู่ในทุกตำบล โดยเน้นในเรื่อง E-Commerce เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์ ตามนโยบายของรัฐบาลและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 3) รวบรวมประเด็นปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่ได้จากการตรวจเยี่ยมพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหา ในเชิงนโยบายด้านอัตรากำลังครู และงบประมาณในการจัดการเรียนรู้ให้แต่ละชุมชน รวมถึงปัญหาด้านอาคารสถานที่ระหว่างหน่วยงานภายใน ศธ.

(3) การดำเนินงานศูนย์ถ่ายทอดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ซองเดอร์ ไทยออร์แกนิคฟู้ด) ข้อสั่งการ : มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผลักดันการผลิต การแปรรูป และการค้าสินค้าอินทรีย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทุกระดับ โดยเริ่มจากตลาดภายในประเทศและขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงตลาดชุมชนกับการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ และกระจายรายได้สู่ชุมชนมากขึ้น

(4) โครงการยุติธรรมสู่หมู่บ้าน นำบริการรัฐสู่ประชาชน ข้อสั่งการ : มอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับประชาชนที่ขอรับคำปรึกษาจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัด

(5) วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงอาหารสัตว์น้ำมีชีวิตและศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ข้อสั่งการ : 1) ขอให้สถานศึกษาประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอน การแนะแนว เพื่อให้เด็กเข้ามาเรียนสายอาชีวะ เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาให้มากขึ้น 2) ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผลงานอาชีวศึกษาผ่านสื่อต่างๆให้มากขึ้น และใช้สื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการช่วยสนับสนุน 3) ให้ผู้บริหารสถานศึกษาจัดการศึกษาที่เน้นคุณธรรมนำความรู้

(6) ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถานศึกษา ได้แก่ 1) การดำเนินงานด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อสังคมและชุมชนของมหาวิทยาลัยในจังหวัดนครปฐม 2) “การจัดการศึกษาด้านคณิตศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ” ของโรงเรียนอนุบาลสุธีธร และมอบนโยบายให้แก่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและคณะอนุกรรมการในพื้นที่ภาคกลาง รวมทั้งบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม 3) วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยาขอรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการโครงการด้านการอาชีวศึกษาตามนโยบายประเทศไทย 4.0 การผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับ EEC

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ