“ธนาธร” เปิดตัวคณะก้าวหน้า ชี้ “ประยุทธ์” ล้มละลายทางการเมือง ควรลาออก
วันที่ 21 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ แถลงเปิดตัว “คณะก้าวหน้า” โดยไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก “คณะก้าวหน้า-Progressive Movement” ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสานต่อภารกิจของพรรคอนาคตใหม่นอกสภา
@ ก้าวหน้า เดินหน้าทั่วไทย
ทั้งนี้ นายปิยบุตร กล่าวว่า 1 เดือนที่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ จากนี้พวกเราจะทำงานภายใต้คณะก้าวหน้า เดินหน้ารณรงค์ในเรื่องต่างๆ ตามแนวคิดและอุดมการณ์สานต่อพรรคอนาคตใหม่อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยมีภารกิจ 3 ข้อหลัก
1.การสร้างเครือข่ายทั่วประเทศไทย 2.รณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศไทย 3.รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับทั่วประเทศไทย และสัญลักษณ์ของคณะก้าวหน้าคือ เป็นวงกลมสีส้ม ล้อมรอบลูกศรสีน้ำเงินที่พุ่งแทงขอบเขตวงกลมออกไป นั่นคือลูกศรที่พุ่งทะยานอย่างก้าวหน้าให้พ้นกรอบเพดานข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคขีดขวางความก้าวหน้าของอนาคตไทย จากนี้จะใช้ช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ เผยแพร่ข่าวสารและงานประชาสัมพันธ์
@ ร่วมฝ่าวิกฤตหนักกว่าปี 40
ขณะที่นายธนาธร กล่าวว่า เราเปิดตัวท่ามกลางวิกฤตประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความศรัทธาผู้นำ ความขัดแย้งทางการเมือง ไวรัสโควิด มีความรุนแรงสาหัสมากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 หนักหนากว่าวิกฤติการเงินโลกปี 2551, 2554 เมื่อสังคมต้องเผชิญวิกฤติเช่นนี้ จำเป็นต้องร่วมมือกันพาวิกฤติออกจากสังคมไทยให้ได้ เรายืนยันจะฟันฝ่าวิกฤตินี้ด้วยอุดมการณ์เดิมของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบ คนไทยเท่าเทียมกัน ไทยเท่าทันโลก ต้องการสร้างฉันทามติ มีความสุขเท่าเทียมกัน คณะก้าวหน้าตั้งขึ้นภายใต้การเผชิญหน้าด้วยเป้าหมายเดิม การสร้างสังคมให้ทุกคนเท่าเทียมกัน และให้ไทยเท่าเทียมโลก เราต้องการรณรงค์พาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างสันติ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ได้รับความเป็นธรรม
@ รัฐล้มเหลว แก้โควิด -19
นายธนาธร กล่าวว่า การแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล เกี่ยวกับมาตรฐานกักกันตัวของกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 มีการเลือกปฏิบัติระหว่างคนไทยและต่างชาติ ศูนย์กักตัวผีน้อยมีเพียงมุ้ง เป็นการสะท้อนความคิดคนไม่เท่าเทียมกัน เลือกปฏิบัติ แบ่งชั้นวรรณะ, การอุ้มผู้ประกอบการดิวตี้ฟรี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 30,000 ล้านบาท, การอุ้มตลาดหุ้น โดยใช้กลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ และตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อไม่ให้หุ้นตกไปมากกว่านี้ หมายถึงการช่วยผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ขณะที่คนเดือดร้อนจากการไม่เดินทางใช้จ่าย ไม่ได้รับการดูแล แต่รัฐบาลจะเอาภาษีประชาชนมาตั้งกองทุนหุ้น พอเสียงค้านดังขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เห็นด้วย จึงไม่มีการนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เผยได้เตรียมไว้แล้ว
“การแก้ปัญหาโควิดที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการดูแลคนไทยไม่เท่าเทียมกัน คนจนได้รับการปฏิบัติอีกอย่าง ฟ้องปิดปาก แทนที่จะหาผู้กระทำผิด ไม่มีความเป็นธรรม ออกแบบนโยบายไม่คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน ไม่รองรับสถานการณ์ สั่งการกลับไปมา ขัดกันเอง การปฏิบัติไม่เป็นรูปธรรม จำเป็นต้องแก้ด้วยกระบวนการทัศน์ใหม่ คือการป้องกัน การสาธารณสุข การเยียวยา ต้องบังคับใช้เป็นหนึ่งเดียว ใช้ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์ สถิติ ยึดหลักการทุกชีวิตสำคัญเท่ากัน ต้องช่วยเหลือให้มากที่สุด สนับสนุนให้นำนโยบายไปใช้จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีขวัญกำลังใจที่ดี” นายธนาธร กล่าว
@ ประยุทธ์ ล้มละลายทางการเมือง
นายธนาธร กล่าวว่า การปิดสถานบันเทิง คนเดือดร้อนสาหัสคือแรงงานนอกระบบ วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ พ่อค้าหาบเร่หน้าสถานประกอบการ พนักงานเสิร์ฟ นักดนตรี ไม่มีความมั่นคงในชีวิต เราสามารถใช้วิกฤตินี้สร้างโอกาส ควรชักจูงให้เข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐ ดึงแรงงานนอกระบบเข้ามา ให้พวกเขามีหลักประกันในชีวิต 33,000 ล้านบาทที่ให้ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรี หากมีการปิดเมือง เอามาดูแลแรงงานนอกระบบ 9 ล้านคน จะดูแลได้คนละ 3,600 บาท ในเวลา 20 วัน ให้เขาสมัครเป็นผู้ประกันตน ในระยะยาวคุ้มค่า คือสิ่งที่เราทำได้ถ้าคิดแตกต่าง ดูแลคนอย่างเท่าเทียมกัน เด็ดขาดในการบริหารจัดการ
“โควิดจะอยู่อีกอย่างน้อย 1 ปี ไม่เห็นว่ารัฐบาลมีศักยภาพเพียงพอในการจัดการปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ ล้มละลายทางการเมือง ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชนไปแล้ว”
@ ชงโรดแมปแก้วิกฤต
นายธนาธร กล่าวว่า คณะก้าวหน้าขอเสนอโรดแมปแก้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ควรลาออก และให้สภาแต่งตั้งนายกฯคนใหม่ โดยมีภารกิจใหญ่เฉพาะหน้า 2 อย่างในกรอบ 1 ปี คือ 1.แก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอ 3 ยุบ 1 เลิก 1 แก้ คือ 3 ยุบ ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ยุบกกต. และยุบวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง
ส่วน 1 เลิกคือ เลิกมาตรา 279 รัฐธรรมนูญปี 2560 คือการยกเลิกนิรโทษกรรมคสช. และ 1 แก้ คือแก้มาตรา 256 ให้แก้รัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และกำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) จากนั้นภารกิจเฉพาะหน้าเสร็จสิ้นภายใน 1 ปีแล้ว ให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ โดยให้มีการเลือกส.ส. และส.ส.ร.ในคราวเดียวกัน เพื่อให้ส.ส.ร.ใหม่มาทำรัฐธรรมนูญใหม่ ได้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ และได้รัฐบาลใหม่
“ข้อเสนอของเราไม่ใช่การช่วงชิงอำนาจทางการเมือง เพราะพวกเราไม่ได้เป็นส.ส.แล้ว ผมไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯแล้ว แต่นี่คือข้อเสนอเพื่อให้ประเทศไทยไปข้างหน้า ผมขอประกาศในฐานะคณะก้าวหน้า พวกเราจะต่อสู้กับความอยุติธรรมต่อไป นี่คือจุดเริ่มต้นของบทที่ 2 พวกเราขอใช้ความรู้ พลัง เครือข่าย ทรัพยากรที่มีอยู่ทำงานเพื่อประชาชน สานต่อความฝันและอุดมการณ์ของอดีตพรรคอนาคตใหม่” นายธนาธร กล่าว