เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

Lockdown ทั่วโลก ทุบรายได้ท่องเที่ยวไทยวูบ 1 ล้าน ล.

22 มี.ค. 2563 | 12:25น.

ฉีกโผทุกสำนักไปแล้วสำหรับการคาดการณ์ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ จากเดิมที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่ากระแสการแพร่ระบาดของไวรัสนี้จะเริ่มอ่อนตัวลงในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรืออย่างช้าที่สุดน่าจะราวเดือนเมษายน-พฤษภาคม และจะเริ่มฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงไตรมาส 3 หรือช้าที่สุดไม่เกินไตรมาสสุดท้ายของปี

ปัจจุบันไวรัสโควิดได้แพร่ระบาดไปอยู่ในทุกประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว หลายประเทศประกาศ Lockdown ปิดการเดินทางเข้า-ออกประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างหนัก

นักท่องเที่ยววูบทุกตลาด

สำหรับประเทศไทยนั้น “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า สถานการณ์ยังหนักต่อเนื่อง จากสถิติของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พบว่า ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา (ไวรัสโควิดส่งผลกระทบช่วงปลายเดือนมกราคม) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.81 ล้านคน จากจำนวน 3.72 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.46% 

โดยนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกลุ่มที่มีจำนวนสูงสุดอันดับ 1 จำนวน 1.03 ล้านคนลดลง 3.71% รองลงมาคือ มาเลเซีย 3.2 แสนคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.31%, รัสเซีย 2.5 แสนคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.24% เดือนกุมภาพันธ์มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.04 ล้านคน จากจำนวน 3.6 ล้านคน หรือลดลง 43.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดจีนซึ่งครองอันดับสูงสุดอันดับ 1 มาตลอดตกลงไปอยู่อันดับ 3 ด้วยจำนวน 1.5 แสนคนลดลง 85.34% ส่วนตลาดที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 คือรัสเซีย 2.1 แสนคนเพิ่มขึ้น 12.47% อันดับ 2 คือมาเลเซีย 1.9 แสนคน ลดลง 39.63%

และเดือนมีนาคม (1-11 มีนาคม) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5.5 แสนคนจากจำนวน 1.29 ล้านคน หรือลดลง 57.26% เมื่อเทียบกับมีนาคม 2562 โดยตลาดที่มีนักท่องเที่ยวมากสุดอันดับ 1 คือ รัสเซีย 6.78 หมื่นคน ลดลง 11.55% ตามด้วย มาเลเซีย 5.91 หมื่นคน ลดลง 46.49% ส่วนจีนติดอันดับ 4 มีจำนวน 5.25 หมื่นคน ลดลง 84.34%

นทท.ปีนี้มีสิทธิ์เหลือ 10 ล้านคน

จากแนวโน้มดังกล่าวนี้ “พิพัฒน์” ประเมินว่า ถ้าหากการแพร่ระบาดของไวรัสสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคมจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีนี้อยู่ที่ 27 ล้านคน หรือหายไปราว 12-13 ล้านคน แต่หากสิ้นสุดกันยายนคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยในปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 20 ล้านคนหรือหายไปเกือบ 20 ล้านคน 

Advertisement

และถ้าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดลากยาวไปจนถึงสิ้นปี ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยอาจจะลดลงเหลือเพียงแค่ประมาณ 10 ล้านคน หรือหายไปราว 30 ล้านคน

มี.ค.รัสเซียทำรายได้สูงสุด

“ตั้งแต่วันที่ 1-16 มีนาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย 37,037 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 61.12% โดยนักท่องเที่ยวสัญชาติที่ลดลงมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลดลง 99.94% ซาอุดีอาระเบีย ลดลง 96.85% และคูเวต ลดลง 96.20% ขณะที่นักท่องเที่ยวสัญชาติที่ทำรายได้สูงสุด ได้แก่ รัสเซีย 6,348 ล้านบาท และเป็นชาติเดียวที่เติบโต รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร 2,737 ล้านบาท และเยอรมนี 2,565 ล้านบาท”

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงคาดหวังว่าสถานการณ์โควิด-19 จะยุติการแพร่ระบาดในประเทศไทยได้ภายในเดือนเมษายนนี้ โดยเชื่อว่าถ้าภายในสิ้นเดือนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่ขยับเพิ่มขึ้นและเริ่มนิ่งขึ้นเป็นลำดับ เพื่อให้ประเทศไทยมีเวลาสำหรับฟื้นฟูและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเดินทางภายในประเทศ

จ่อเร่งฟื้นท่องเที่ยวในประเทศ

ทั้งนี้ ได้วางแผนไว้ว่าทันทีที่สถานการณ์สิ้นสุด กระทรวงจะเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศก่อนทันทีผ่านการผลักดันให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ออกสัมมนาข้ามจังหวัด และข้ามภาคต่อไป

สำหรับประเด็นเทศกาลสงกรานต์ที่มีประกาศคณะรัฐมนตรีให้ไม่ถือเป็นวันหยุดนั้น “พิพัฒน์” บอกว่า กระทรวงเตรียมหารือกับคณะรัฐมนตรีว่าจะสามารถโยกวันหยุดไปไว้ในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้เป็นวันหยุดต่อเนื่องจากวันหยุดชดเชยอาสาฬหบูชาได้หรือไม่ เพื่อให้มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 7 วัน 

อย่างไรก็ตาม คงพิจารณาอีกครั้งว่าสถานการณ์โดยรวมในช่วงดังกล่าวมีแรงจูงใจพอจะจัดเทศกาลรื่นเริงหรือไม่ ถ้ามีความเป็นไปได้ก็อาจจะมีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

รายได้ ตปท.วูบ 5-7 แสนล้าน

ด้าน “ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ให้ข้อมูลว่า จากการประเมินสถานการณ์ในปัจจุบัน สทท.คาดการณ์ว่าในกรณีที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดยุติในเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวอินบาวนด์ (ขาเข้า) ลดลงประมาณ 30-40% หรือลดลงประมาณ 11.7-15.7 ล้านคน เหลือเพียง 24-28 ล้านคน จากจำนวน 39.8 ล้านคนในปี 2562

และส่งผลกระทบต่อรายได้ทางด้านการท่องเที่ยวลดลงไปราว 5.44-7.40 แสนล้านบาท หรือเหลือมูลค่ารวมประมาณ 1.19-1.39 ล้านล้านบาทในปีนี้ จากมูลค่า 1.93 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมาสูญรายได้รวม 1 ล้านล้าน

ในขณะที่ตลาดในประเทศนั้น “ชัยรัตน์”คาดว่าคนไทยจะมีการเดินทางท่องเที่ยวปีนี้ที่ราว 166.84 ล้านคน-ครั้ง โดยคาดว่ารายได้จากการเดินทางภายในประเทศจะลดลง 20-25% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2-2.5 แสนล้านบาท หรือเหลือรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศมูลค่าราว 1.08 ล้านล้านบาท 

นั่นหมายความว่า รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งอินบาวนด์และภายในประเทศปีนี้น่าจะลดลงไปประมาณ 7.5-9.9 แสนล้านบาท หรืออาจถึง 1 ล้านล้านบาท  

ไม่เพียงเท่านี้ ยังคาดการณ์ด้วยว่าผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบจนอาจมีการปิดตัวอย่างน้อย 5,000-10,000 ราย จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดในปัจจุบันราว 50,000 ราย และส่งผลกระทบต่อการจ้างงานจากตำแหน่งงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวราว 4 ล้านตำแหน่งงาน

กระทบแรงงาน 3 ล้านตำแหน่ง

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ถูกเลิกจ้างงานไม่ต่ำกว่า 25-30% หรือคิดเป็นจำนวน 1-1.2 ล้านตำแหน่งงาน และมีผู้ถูกลดรายได้จากการถูกลดเงินเดือน การพักงานและการลางานโดยไม่รับเงินเดือนรวมกว่า 3 ล้านตำแหน่ง

พร้อมทั้งย้ำว่า ขณะนี้เอกชนท่องเที่ยวยินดีสนับสนุนรัฐบาล โดย สทท.พร้อมทั้งสมาคมท่องเที่ยว 13 สมาคมมีความเห็นตรงกันว่าพร้อมให้ความร่วมมือในการควบคุมการแพร่ระบาดในระดับสูงสุด โดยพร้อมที่จะลดหรืองดกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเป็นเวลา 15-30 วัน และดำเนินมาตรการทางด้านความปลอดภัยสูงสุดตามที่รัฐบาลกำหนด

ขณะเดียวกัน ก็อยากให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนของการเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้มีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้ เนื่องจากกว่า 2 เดือนที่ผ่านมายังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เลยแม้แต่รายเดียว