เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

คิกออฟ “ระบบตั๋วร่วม 2020” มิ.ย.ไร้รอยต่อ “BTS-MRT” “แอร์พอร์ตลิงก์-สายสีแดง” ปลุกไม่ขึ้น

24 มี.ค. 2563 | 17:30น.

ผ่านมาร่วม 10 ปียังคงเป็นโปรเจ็กต์ “ก้าวทีละก้าว” สำหรับการพัฒนาระบบตั๋วร่วมในประเทศไทย แม้ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เจ้ากระทรวงคมนาคม จะบัญชาให้ “ระบบรถไฟฟ้าสารพัดสี” ที่กำลังเปิดบริการในปัจจุบัน 3 ระบบ มีผู้ถือบัตรของแต่ละระบบรวม 14.6 ล้านคน

ให้ไปสู่เป้าหมายใช้บัตรโดยสารใบเดียวนั่งได้ทุกระบบเหมือนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสายสีน้ำเงินมี “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” เป็นเจ้าภาพ และมี “BEM-บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ” เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถ

สายสีเขียวหรือบีทีเอส มี “กทม.-กรุงเทพมหานคร” เป็นเจ้าภาพ โดยมี “BTSC-บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ” รับสัมปทานเดินรถทั้งโครงการ

และแอร์พอร์ตลิงก์ มี “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เป็นเจ้าของโครงการและบริหารงานโดยบริษัทลูก “บจ.รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.” เป็นผู้รับจ้างเดินรถ

งานนี้มี “ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ” ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันดันโครงการในฝันให้เป็นจริง นำร่องจาก “ระบบตั๋วต่อ” โดยเดดไลน์ในเดือน มิ.ย.นี้ ทุกระบบจะต้องใช้บัตรโดยสารแตะข้ามระบบกันได้แบบไร้รอยต่อ

แม้จะประกาศเปรี้ยงออกไปแล้ว แต่ยังคงมีปัญหาอุปสรรคแต่ละระบบยังแก้ไม่สะเด็ดน้ำเสียทีเดียว โดยเฉพาะ “แอร์พอร์ตลิงก์” ภายใต้ปีกรถไฟไทย ยังทดสอบระบบให้รองรับระบบตั๋วร่วมไม่เสร็จซักที ทั้งที่ผ่านมา 11 เดือนแล้ว

BTS-BEM ติดข้อตกลงธุรกิจ

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (บอร์ดตั๋วร่วม) วันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการในส่วนของ BTS และ BEM กับ รฟม.ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและผู้ที่จะต้องรับผิดชอบปรับปรุงระบบให้เชื่อมต่อกันได้

Advertisement

“เบื้องต้น BTS มีค่าใช้จ่ายในการจัดทำระบบและดำเนินงาน 120 ล้านบาท ส่วน BEM และ รฟม. อยู่ที่ 225.4 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมให้ทั้งสองหน่วยงานออกค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบดังกล่าวเอง”

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อตกลงทางธุรกิจ มีข้อสรุปร่วมกันหลายประเด็น เช่น การออกบัตรโดยสาร ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละระบบ หรือการอยู่ในระบบรถไฟฟ้า ในส่วนของ BTS กำหนดไว้ที่ 5 ชั่วโมง ส่วน BEM อยู่ที่ 3 ชั่วโมง ที่ประชุมได้กำหนดให้เป็นไปตามเงื่อนไขเดิมของแต่ละระบบ เช่นเดียวกับการคำนวณค่าโดยสารที่ยังให้เป็นไปตามระดับราคาของแต่ละระบบรถไฟฟ้า เป็นต้น

แต่มีประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือ การใช้บัตรข้ามระบบแต่ในบัตรมีเงินไม่พอ ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนเงินที่อนุญาตให้ติดลบ และมูลค่าขั้นต่ำเพื่อเข้าใช้งานระบบ ให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เร่งสรุปข้อตกลงทางธุรกิจของทั้ง BTS และ BEM รายงานให้บอร์ดตั๋วร่วมรับทราบต่อไป

ARL ยังวุ่นพัฒนาระบบ

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า น่ากังวลคือระบบแอร์พอร์ตลิงก์ หลังจ้าง บจ.สมาร์ท เทคโนโลยี ทดสอบระบบที่ลงทุน 105 ล้านบาท อัพเกรดใหม่ให้รับกับระบบตั๋วร่วมแมงมุมหรือตั๋วระบบอื่นได้ แต่จากการทดสอบระบบทั้ง 3 ครั้ง ยังทดสอบได้ไม่ครบถ้วนตามขอบเขตงาน อีกทั้งผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนด

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจรับมองว่า ควรยกเลิกสัญญาและนำเงิน 105 ล้านบาทไปพัฒนาระบบเอง แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรพิจารณาให้รอบคอบโดยเฉพาะด้านข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องในภายหลัง และให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า หากยกเลิกสัญญาแล้วจะพัฒนาระบบเองหรือจ้างใหม่ ซึ่งขอให้เร่งดำเนินการเร็วที่สุด

ยังมีข้อสงสัยในความชัดเจนข้อกำหนดทางธุรกิจเปิดให้บัตรแมงมุมและบัตร MRT Plus เข้ามาใช้ในระบบ โดยเฉพาะการเติมเงินที่แอร์พอร์ตลิงก์ยังสงสัยจะดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เช่น การซื้อบัตรแมงมุม ใบละ 80 บาท (ไม่รวม VAT 7%) การอบรมพนักงาน และนำส่งรายได้ให้ ร.ฟ.ท. จะลดลงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องมีรายละเอียด หารือกับ ร.ฟ.ท.ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ต่อไปจึงจะเสนอบอร์ดตั๋วร่วม

สายสีแดงรอเปลี่ยนเป็น EMV

ส่วนรถไฟชานเมืองสายสีแดงจะเปิดบริการในเดือน ม.ค. 2564 ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ทาง ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างรอผลสรุปการดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรฐานของระบบ โดยเฉพาะข้อกำหนดทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนกุญแจรหัสบัตรระหว่างบัตร Rabbit และ MRT Plus เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้วจะนำไปเจรจากับผู้รับเหมาของโครงการต่อไป เพื่อไม่ให้กระทบกับกำหนดการเปิดบริการที่วางไว้ โดย ร.ฟ.ท.จะปรับระบบภายหลัง

แต่ที่ประชุมให้ ร.ฟ.ท.นำระบบ MRT Plus มาใช้เลย ให้การเชื่อมต่อระบบเกิดขึ้นได้เร็ว แต่ ร.ฟ.ท.ชี้แจงว่ามาตรฐานที่ ร.ฟ.ท.พัฒนาอยู่ไม่ใช่มาตรฐานของ MRT Plus และขออัพเกรดเป็น EMV อาจจะทำให้การเชื่อมต่อสายสีแดงกับรถไฟฟ้าสายอื่นล่าช้าไปอย่างน้อย 2 ปี นับจากวันที่สายสีแดงเปิดบริการ

เซ็น MOU ตั๋วร่วม 27 มี.ค.นี้

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานบอร์ดตั๋วร่วม กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) วันที่ 27 มี.ค. มีศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน การลงนามจะมี 5 หน่วยงานร่วมลงนาม ประกอบด้วย สนข. รฟม. กทม. BEM และ BTS โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยลงนามในฐานะพยาน

สาระสำคัญ MOU คือ 1.รฟม. กทม. BEM และ BTS ต้องร่วมกันลงทุนและพัฒนาการเชื่อมต่อระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC) และระบบศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ให้ใช้บัตรแมงมุม, MRT Plus และ Rabbit 2.ทั้ง 4 หน่วยต้องให้ความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคนิคและบริหารจัดการเท่าที่จำเป็น ต้องไม่ขัดกับข้อตกลงทางธุรกิจที่มีระหว่างกัน และ 3.สนข.จะเป็นผู้ทำงาน ในคณะทำงานร่วมพิจารณาแนวทางปฏิบัติและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน

บอร์ด รฟม.เบรกกรุงไทย EMV

ส่วนการพัฒนาระบบ EMV แหล่งข่าวระบุว่า รฟม.ได้รายงานว่าคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.มีมติให้ทบทวนการเสนอให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบ ให้เปรียบเทียบกับข้อเสนอของธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ ทั้งรัฐและเอกชน และให้ รฟม.เร่งพัฒนาการเชื่อมระบบรถไฟฟ้าให้ทันกำหนด มิ.ย.นี้ก่อน

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าของการจัดทำร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. … ขณะนี้อยู่ระหว่างได้เสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามขั้นตอน ขณะนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังดูระเบียบดังกล่าว อีกทางหนึ่งก็ได้ส่งร่างระเบียบดังกล่าวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจทาน คาดว่าจะเสนอ ครม.ได้เร็ว ๆ นี้