เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

ธปท.อุ้มตลาดหุ้นกู้ 3.6 ล้านล้าน ตั้งกองทุน 4 แสนล.ต่อลมหายใจธุรกิจ

09 เม.ย. 2563 | 08:27น.

วิกฤตโควิด-19 ทุบตลาดหุ้นกู้ 3.6 ล้านล้านบาทสะเทือน นักลงทุนผวาเทขาย “ถือเงินสด” จับตาไตรมาส 2 หุ้นกู้ครบดีลเกือบ 2 แสนล้าน หวั่นธุรกิจหมดแรงระดมทุน เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง แบงก์ชาติลุยออก พ.ร.ก. ตั้งกองทุนรวม 4 แสนล้านเข้าลงทุน “หุ้นกู้” เป็นแหล่งเงินทุนสำรอง ต่อลมหายใจภาคเอกชน ขณะที่บริษัทใหญ่ปรับแผนหันกู้แบงก์เสริมสภาพคล่อง “บินไทย” ระทึกหุ้นกู้ครบดีล 9,000 ล้านบาท

ตั้งกองทุน 4 แสนล้าน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า มาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนวงเงินรวมไม่เกิน 4 แสนล้านบาท จะเป็นมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินไทย เนื่องจากปัจจุบันตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนมีความสำคัญเพิ่มขึ้นมาก โดยมีมูลค่าคงค้างในระบบสูงถึง 3.6 ล้านล้านบาท หรือกว่า 20% ของจีดีพีประเทศ และเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงเมื่อเศรษฐกิจถูกผลกระทบ โดยเฉพาะเวลาที่นักลงทุนกังวลต่อสภาพคล่อง ซึ่งเห็นชัดจากขณะนี้ที่ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศถูกกระทบ ก็ลามมากระทบต่อเนื่องต่อกองทุนรวมตราสารหนี้ของไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศด้วย

 

ฉะนั้นมาตรการดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือที่เก็บใส่กระเป๋าไว้พร้อมใช้ในสถานการณ์ที่มีความจำเป็นต้องใช้ เปรียบเสมือนมาตรการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของสาธารณสุข ซึ่งเป็นมาตรการที่มาเพิ่มเติมจากกลไกหลัก แต่หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้ก็จะดีที่สุด

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ ธปท.ออก พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยการจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตราสารหนี้ภาคเอกชน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็น “แหล่งเงินสำรอง” เวลาที่ตลาดบาง (สภาพคล่องจำกัด) ทำหน้าที่ได้ไม่ปกติ บริษัทที่มีความมั่นคงอาจจะไม่สามารถออกตราสารหนี้ได้ กองทุนดังกล่าวจะเข้าไปช่วยเติมเต็ม โดยมีเงื่อนไขสำหรับบริษัทที่จะมาใช้เงินของกองทุนนี้ ต้องมีการระดมทุนจากตลาดปกติ หรือไปหาวงเงินสินเชื่อใหม่จากธนาคารก่อน และจะต้องมีเงินของเจ้าของกิจการมาลงทุนด้วย โดยส่วนที่ขาดที่เป็นส่วนน้อยถึงจะมาขอความช่วยเหลือจากกองทุนนี้ โดยมาตรการนี้จะช่วยเหลือครอบคลุมปี 2563-2564

“เราให้ความสำคัญมากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา คือการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน เพราะระบบการเงินมีความเชื่อมโยงกันสูงมาก ถ้าตลาดการเงินใดไม่สามารถทำหน้าที่ได้ก็อาจจะส่งผลข้างเคียงเป็นลูกโซ่ไปสู่ตลาดการเงินอื่นและระบบการเงินโดยรวมได้”

หุ้นกู้ครบดีลปีนี้ 6.25 แสนล้าน

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2563 พบว่ามีตราสารหนี้ภาคเอกชน (หุ้นกู้) ที่จะครบกำหนดชำระและจะต้องต่ออายุ (roll over) มูลค่ารวม 6.25 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.ตราสารหนี้ระดับลงทุน (investment grade bond) 6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตราสารระยะยาวกว่า 4 แสนล้านบาท และระยะสั้น 2 แสนล้านบาท

Advertisement

ส่วน 2.ตราสารหนี้ต่ำกว่าระดับลงทุน (nonrated bond) มูลค่าประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตราสารระยะยาว 2.3 หมื่นล้านบาท และระยะสั้น 2 พันล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการของ ธปท. อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้น็อนเรตสูงขึ้น เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงตามความเสี่ยงในภาวะดอกเบี้ยขาลง

โดยพบว่าอุตสาหกรรมที่มีการออก nonrated bond ระยะยาว สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท พลังงาน 3.6 พันล้านบาท และท่องเที่ยว 2.7 พันล้านบาท ส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นพบว่ากระจายตัวอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งนี้ กรณีบริษัทที่ออกตราสารหนี้ที่มีเรตติ้งต่ำกว่าระดับลงทุน เชื่อว่าจะได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบซอฟต์โลนจาก ธปท.ที่ให้แก่บริษัทเอกชนเพื่อไปเสริมสภาพคล่องแทน

“กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็ถือว่ามีความเสี่ยง เพราะได้รับแรงกดดันตั้งแต่ประเด็นควบคุมสินเชื่อผ่านมาตรการ LTV ตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมถึงปีนี้ก็ยังเผชิญกับความต้องการซื้อที่ต่ำซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจ เราเชื่อว่าแบงก์ชาติก็น่าจะเห็นตัวเลขส่วนนี้เหมือนกัน จึงมีการออกมาตรการออกมาช่วยเหลือ” นายณัฐพลกล่าว

อสังหาระทึกครบดีล 8 หมื่นล้าน

ด้านนายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เฉพาะในไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) ปีนี้ จะมีหุ้นกู้เอกชนครบดีลทั้งสิ้นราว 1.85 แสนล้านบาท โดยเซ็กเตอร์ที่มีหุ้นกู้ครบดีลมากที่สุด ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็นธุรกิจการเงิน ทั้งแบงก์ ไฟแนนซ์ และลีสซิ่ง รวมกันกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ถัดมาเป็นกลุ่มธุรกิจบริการ-โรงแรมกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท และพลังงาน 2,599 ล้านบาท ที่เหลือเป็นกลุ่มอื่น ๆ เกือบ 2 หมื่นล้านบาท

“ถ้าดูตามเงื่อนไข ธปท. ที่จะดูแลหุ้นกู้เกรดคุณภาพขึ้นไป ก็น่าจะหมายถึงหุ้นกู้ที่มีเครดิตเรตติ้งตั้งแต่ BBB ขึ้นไป จนถึง AAA ซึ่งพบว่า จะครบดีลในช่วงไตรมาส 2 นี้ รวมทั้งสิ้นกว่า 1.44 แสนล้านบาท คิดเป็น 77% ของหุ้นกู้ที่ครบดีลช่วงนี้ทั้งหมด ดังนั้นก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดได้ว่าจะมีคนดูแล ซึ่งเมื่อตลาดมีความเชื่อมั่นเงินที่ตั้งไว้ก็อาจจะไม่ได้ใช้” นายนริศกล่าว

อย่างไรก็ดี หุ้นกู้อีก 23% ที่จะครบดีลในไตรมาส 2 นี้ หรือกว่า 4.1 หมื่นล้านบาท เป็นหุ้นกู้ nonrated โดยส่วนใหญ่อยู่ในเซ็กเตอร์อสังหาฯกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท รองลงมาเซ็กเตอร์บริการเกือบ ๆ 1 หมื่นล้านบาท จึงต้องจับตาความเสี่ยงของกลุ่มนี้

เทรนด์ตลาดหุ้นกู้ขาลง

นายนริศกล่าวด้วยว่า เนื่องจากปัจจุบัน corporate spread หรือส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ที่เทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นสูงมาก สะท้อนว่าตลาดมองการออกหุ้นกู้มีความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ปัจจุบันบอนด์รัฐบาลอายุ 5 ปี ผลตอบแทนอยู่ที่ 0.97% ดังนั้นหากเอกชนจะออกหุ้นกู้เกรด BBB ก็จะต้องให้ผลตอบแทนถึง 4%

“corporate spread ปรับตัวสูงขึ้นเกือบเท่าช่วงปี 2551-2552 ที่มีความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจสูง ดังนั้นแนวโน้มต่อไปนี้ คิดว่ากลุ่มบริษัทที่เคยออกหุ้นกู้ nonrated ก็คงจะไม่ออก หรือออกน้อยลง รวมถึงภาพรวมทั้งตลาด ก็น่าจะหันไปกู้แบงก์กันมากขึ้น เพราะต้นทุนไม่ต่างกันมาก บริษัทเป็นลูกค้าอยู่กับแบงก์ไหนก็คงไปกู้แบงก์นั้น เพราะมีหลักประกันวางไว้อยู่แล้ว” นายนริศกล่าว

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนเปิดเผยว่า ในภาวะที่ทุกคนกำลังประสบกับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ความต้องการ “ถือเงินสด” เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของภาคธุรกิจจะรุนแรงมากขึ้น เพราะทำให้โอกาสของภาคธุรกิจในการระดมทุนออกหุ้นกู้เพื่อ roll over ที่จะครบดีลเป็นได้ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดลดลงในทุกทิศทุกทาง ดังนั้นเพื่อพยุงให้ธุรกิจไม่ผิดนัดชำระ ทางแบงก์ชาติมีมาตรการตั้งกองทุนเข้ามาซื้อหุ้นกู้ในส่วนที่ภาคเอกชนไม่สามารถขายได้หมดเนื่องจากที่ผ่านมาภาคธุรกิจหันมาใช้การระดมทุนออก “หุ้นกู้” มากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าการกู้แบงก์ แต่จากภาวะวิกฤตครั้งนี้ทำให้สถานการณ์พลิกผัน

หวั่นรายย่อยเทฉุดสภาพคล่อง

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มสถานการณ์ตลาดหุ้นกู้ไม่ค่อยดีนัก แม้ว่า ธปท.จะตั้งกองทุนไว้รับซื้อกรณีที่บริษัทเอกชนออกหุ้นกู้ roll over มาในช่วงนี้แล้วขายไม่หมดก็ตาม เนื่องจากหุ้นกู้ในตลาดปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ที่มีเครดิตเรตติ้งระดับต่ำกว่า “A-” ที่นักลงทุนสถาบันรับซื้อ ที่ออกมาส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกู้ระดับ “BBB” ที่สำคัญคือหุ้นกู้เหล่านี้อยู่ในมือรายย่อยเป็นหลัก หากรายย่อยกังวลในตัวบริษัท หรือไม่เชื่อมั่น ก็อาจจะไม่ซื้อหุ้นกู้อีก

“ที่น่าเป็นห่วงคือหุ้นกู้เกรดที่สถาบันไม่ลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกู้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ก่อนหน้านี้ออกกันมาเยอะ สิ่งที่น่ากลัวคือ ส่วนใหญ่อยู่ในมือรายย่อย ถ้ารายย่อยแห่ขายทิ้งหรือไม่ซื้อต่อจะทำอย่างไร หรืออย่างหุ้นกู้ บมจ.การบินไทย (THAI) ที่ปีนี้จะครบดีลร่วมหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินของรัฐ และรายย่อยที่ถืออยู่ จึงค่อนข้างน่ากังวลว่าพอครบกำหนดแล้วรายย่อยจะซื้อต่อหรือไม่ ซึ่งหากขายไม่หมดรัฐบาลจะให้ธนาคารออมสินเข้าไปรับซื้อสัดส่วน 20% แรกก่อน” แหล่งข่าวกล่าว

บริษัทใหญ่ปรับแผน “กู้แบงก์”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ภาวะปัจจุบันพบว่าบริษัทเอกชนที่หุ้นกู้ใกล้ครบกำหนด หลาย ๆ รายหันไปขอเงินกู้แบงก์เตรียมไว้ อย่างเช่น บมจ.ช.การช่าง (CK), บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH), บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ที่เพิ่งขอกู้จากธนาคารออมสิน รวม ๆ กันราว 4,500 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่มีเครดิตดี มีหลักประกัน ในการขอกู้แบงก์ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นบริษัทที่เครดิตไม่ดีก็น่าจะลำบาก เพราะแบงก์อาจจะไม่กล้าปล่อยกู้ จากเดิมที่ภาคธุรกิจเน้นระดมทุนขายหุ้นกู้กับประชาชน ซึ่งต้นทุนต่ำกว่ากู้แบงก์ แต่สถานการณ์ตอนนี้โอกาสการระดมทุนจากประชาชนยากมาก เพราะไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจต่าง ๆ เกรงว่าจะมีปัญหาทางธุรกิจจนไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ โดยเฉพาะบริษัทที่เครดิตเรตติ้งไม่ดี ดังนั้นทุกคนต้องการเก็บเงินสดไว้แทน”

“ตอนนี้บริษัทต่าง ๆ ต้องวิ่งไปหาเงินกู้จากแบงก์กันแล้ว แต่ถ้าใครเครดิตไม่ดี ก็ไม่มีทางได้” แหล่งข่าวกล่าว

“ทีจี” หุ้นกู้ครบดีล 9 พันล้าน

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2563 บมจ.การบินไทย มีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระ 9,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัท เนื่องจากบริษัทได้ประกาศหยุดบินเป็นเวลา 2 เดือน (เม.ย.-พ.ค. 63) ส่งผลให้บริษัทไม่มีรายได้ระหว่างหยุดบิน และนอกจากหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระ 9,000 ล้านบาทแล้ว ยังมีหนี้สินอื่น ๆ อีก 16,000 ล้านบาท

โดยสิ้นปี 2562 การบินไทยมีเงินสดในมือประมาณ 21,000 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้สำหรับการดำเนินงานในระหว่างปี 2563 ราว 11,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินสดเหลือเพียง 10,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอกับการชำระหนี้ เพราะนอกจากหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระ 9,000 ล้านบาทแล้ว การบินไทยยังมีหนี้สินอื่น ๆ อีก 16,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่เกิดขึ้นไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากกระทรวงการคลังยืนยันจะค้ำประกันเงินกู้เสริมสภาพคล่องให้แก่การบินไทย