ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้สถานการณ์ของสนามบินต่างจังหวัดที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ทั้งหมด 28 แห่งย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 9 เม.ย. พบว่ามีสนามบินเพียง 6 แห่งเท่านั้นที่ยังทำการบินเชิงพาณิชย์อยู่
ประกอบด้วย 1.สนามบินอุดรธานี 2.สนามบินอุบลราชธานี 3.สนามบินสกลนคร 4.สนามบินสุราษฎร์ธานี 5.สนามบินนครศรีธรรมราช และ 6.สนามบินตรัง
จากเดือน มี.ค.ที่มีเที่ยวบินรวมทั้ง 6 แห่ง ที่ 82 เที่ยวบิน/วัน (แยกเป็นสนามบินอุดรธานี 21 เที่ยวบิน/วัน, สนามบินอุบลราชธานี 14 เที่ยวบิน/วัน, สนามบินสกลนคร 5 เที่ยวบิน/วัน, สนามบินสุราษฎร์ธานี 15 เที่ยวบิน/วัน, สนามบินนครศรีธรรมราช 21 เที่ยวบิน/วัน และสนามบินตรัง 6 เที่ยวบิน/วัน) เหลือเพียงวันละ 1 เที่ยวบิน/วัน ทุกแห่ง
ทำให้ขณะนี้มีข้อมูลผู้โดยสารที่ยังเดินทางใน 5 สนามบิน ณ วันที่ 9 เม.ย. ยกเว้นสนามบินนครศรีธรรมราชที่ยังไม่มีเวลากำหนดการบิน มีผู้โดยสารขาเข้ารวม 274 คน จาก 5 เที่ยวบิน /วัน ส่วนขาออกมีผู้โดยสารที่ 208 คนจาก 5 เที่ยวบิน/วัน

ส่วนสนามบินที่เหลืออีก 17 สนามบิน สถานการณ์ขณะนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1.สนามบินที่ไม่มีเที่ยวบินเลยตลอดเดือน เม.ย. จำนวน 14 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินน่านนคร, สนามบินลำปาง, สนามบินแม่สอด จ.ตาก, สนามบินแพร่, สนามบินแม่ฮ่องสอน, สนามบินร้อยเอ็ด, สนามบินนครพนม, สนามบินบุรีรัมย์, สนามบินเลย, สนามบินนราธิวาส, สนามบินระนอง, สนามบินชุมพร และสนามบินหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
และ 2.สนามบินที่ไม่มีเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ เนื่องจากการยกเลิกเที่ยวบินรายวัน จำนวน 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินพิษณุโลก, สนามบินขอนแก่น และสนามบินกระบี่
ก่อนหน้านี้ ด้านนายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เคยกล่าวกับ ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างย่ำแย่ แต่จะไม่ปลดพนักงานออกเด็ดขาด แต่จะใช้การสับเปลี่ยนตำแหน่ง เพื่อไปทำหน้าที่อื่นๆ ก่อน และหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยอาจจะพิจารณาขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติมหลังจากที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ไปแล้ว 500 ล้านบาท โดยกำลังคาดการณ์ต้นทุนดำเนินการทั้งหมดและคาดการณ์ระยะเวลาที่โควิด-19 จะสิ้นสุดการแพร่ระบาดอีกครั้ง
