Skip to content

สรท.จี้รัฐปลดล็อกท่าเรือแออัดหลังโควิดหวั่นส่งช้า

18 เม.ย. 2563 | 09:00น.
สรท.จี้รัฐปลดล็อกท่าเรือแออัดหลังโควิดหวั่นส่งช้า

โควิด-19 สร้างความแออัดในการขนส่งสินค้าทางเรือสร้างต้นทุนให้ผู้ประกอบการเพิ่ม วอนการท่าเรือแห่งประเทศไทย-กรมศุลกากรปลดล็อกปัญหา กำหนดจุดจอดเรือให้ชัด-ปริมาณตู้สินค้า พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานและสนับสนุนข้อมูลการขนส่งสินค้าภายในประเทศ

นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือประเทศไทย (สภาผู้ส่งออกหรือ สรท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้การขนส่งทางอากาศลดจำนวนลง และสัดส่วนการขนส่งทางบกและทางเรือเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาความแออัดจากระบบการตรวจสอบสินค้าส่งออกที่เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนเกิดขึ้นตามมา กลายเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการ

เช่น ล่าสุดทางภาคใต้ประสบปัญหาจากการขนส่งสินค้าทางรถบรรทุกไปยังท่าเรือปีนังมีความแออัด ประกอบกับข้อจำกัดของท่าเรือน้ำลึกสงขลา เช่น ความลึกร่องน้ำ จำนวนเรือและตารางเรือที่ให้บริการไม่เพียงพอ ผู้ส่งออกได้พิจารณาว่า หากใช้เรือขนส่งชายฝั่งรับตู้สินค้าที่ท่าเรือในเขตจังหวัดภาคใต้ แล้วนำไปบรรทุกเรือแม่ เพื่อส่งออกที่ท่าเรือแหลมฉบัง จะมีค่าใช้จ่ายในการยกตู้ซ้ำซ้อน (dou-ble handling) ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 17,000 บาท/TEU สูงกว่าการใช้เรือ feeder ที่ส่งสินค้าไปต่างประเทศ

“สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่ภาวะการค้าปกติ การส่งออกต่างชะลอตัวจากปัญหาที่เกิดขึ้น ความต้องการสินค้าบางรายการลดลง เพื่อเป็นการช่วยเหลือลดต้นทุนให้ผู้ส่งออก จึงเสนอว่าทางการท่าเรือแห่งประเทศไทยควรพิจารณาแก้ไขประกาศเรื่องการกำหนดอัตราค่าภาระของเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ท่าเรือแหลมฉบัง ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ในส่วนของค่ายกตู้สินค้า เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการขนส่งให้กับผู้ส่งออก นอกจากนี้ ผู้ส่งสินค้าทางใต้ยังเสนออีกแนวทาง คือ การนำตู้สินค้าที่ผ่านพิธีการศุลกากรส่งออกแล้ว ทำการขนส่งลงเรือขนส่งชายฝั่ง (barge) แล้วไป lighter เพื่อขึ้นเรือใหญ่ทะเล ในบริเวณน่านน้ำเขตภาคใต้ของไทย เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวกับสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์”

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นจริง จำเป็นต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างกรมศุลกากร กรมเจ้าท่า เพื่อกำหนดจุดจอดเรือกลางทะเลที่จะรอรับบรรทุกสินค้า โดยกรมเจ้าท่าจะเป็นผู้กำหนดจุดที่เหมาะสมในการจอดเรือ และศุลกากรจะต้องประกาศให้เป็นทำเนียบท่าเรือ ซึ่งต้องเป็นเขตควบคุมของศุลกากร โดยทางอธิบดีกรมศุลกากรสามารถใช้อำนาจในการออกประกาศกรม เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การดำเนินงานที่ชัดเจนมารองรับ เพื่อให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างทั่วกัน และให้มีการหารือร่วมกับสายเรือผู้ให้บริการเรือชายฝั่ง เกี่ยวกับปริมาณตู้สินค้าที่จะขนส่งกลางทะเล รวมถึงต้องพิจารณาการทำประกันภัยสินค้าเพิ่มเติม เนื่องจากการขนส่งในรูปแบบนี้จะมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับตู้สินค้าได้

ขณะที่การขนส่งสินค้าทางถนนข้ามจังหวัดภายในประเทศเพื่อการส่งออกภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปัจจุบันแต่ละพื้นที่ประกาศระเบียบเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 แต่ละจังหวัดแตกต่างกันไป และได้มอบอำนาจให้ท้องถิ่นใช้มาตรการเพื่อจำกัดการแพร่ระบาด ทำให้เจ้าหน้าที่ในบางจังหวัดใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้รถขนส่งสินค้าเข้าไปส่งสินค้าในบางพื้นที่ เช่น โรงงานข้ามเขตจังหวัด หรือแรงงานที่อยู่คนละจังหวัดกับโรงงาน หากเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้สินค้าเกิดการขาดตลาดเป็นวงกว้าง การกำหนดระยะเวลาในการปิดถนนหรือเส้นทางขนส่งที่ไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถทราบถึงแนวทางปฏิบัติและวางแผนขนส่งได้

ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติในการขนส่งสินค้าที่อ้างอิงตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กำหนดให้ผู้ขับรถต้องพกใบอนุญาตขับรถและบัตรประชาชน พร้อมทั้งเอกสารใบกำกับการขนส่ง ใบส่งของที่มีการระบุต้นทาง-ปลายทาง และแบบฟอร์มสอบถามสุขภาพ ต.8-คค ทั้งผู้ขับรถและพนักงานติดรถ ซึ่งทั้งสองจะต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ มีข้อเสนอเพิ่มเติมต่อกระทรวงคมนาคม ขอให้ห้ามปิดท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สำหรับการขนส่งสินค้า และจัดตั้งศูนย์ประสานงานและสนับสนุนข้อมูลการขนส่งสินค้าภายในประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกและการนำเข้า การขนส่งวัตถุดิบ และสินค้าระหว่างผลิตภายในประเทศ ในกรณีที่มีการ lockdown กรุงเทพฯ และประเทศไทย เพื่อให้กระบวนการผลิตและการส่งออกยังสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง รวมถึงขอให้กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานผู้ออกใบรับรอง/ใบอนุญาตส่งออกและนำเข้า

อีกทั้งให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย เร่งพัฒนาระบบการขอใบรับรอง/ใบอนุญาตส่งออกและนำเข้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สมบูรณ์ สามารถป้อนข้อมูลแบบ single submission ผ่าน national single window สามารถตรวจสอบเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมด ณ ด่านศุลกากรทั่วประเทศ และสนับสนุนการพัฒนา national digital trade platform (NDTP) พร้อมทั้งสามารถยกเลิกการยื่นและรับเอกสาร ณ ด่านศุลกากรและท่าเรือขนส่งสินค้า เพื่อเชื่อมต่อกับระบบภาครัฐ ช่วยลดความเสี่ยงการติดต่อ ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้เอกชนดำเนินการได้อย่างรวดเร็วด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูล Shanghai Containerized Freight Index (SCFI) ระบุว่า ช่วงเดือนมีนาคมพบว่า เส้นทางที่มีการปรับขึ้นค่าระวางมีหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางอเมริกาฝั่งตะวันตกและตะวันออก ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย รวมถึงญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลี ส่วนเส้นทางที่ค่าระวางปรับลดลง ได้แก่ ยุโรป เมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกาฝั่งตะวันตก และตะวันออก และอเมริกาใต้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขนส่งทางเรือ ท่าเรือ