เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

ชิงเค้กเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน แจก 5 พัน-27 ล้านคน ระเบิดเวลารัฐบาล

20 เม.ย. 2563 | 06:00น.

รายงานพิเศษ

การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) รุนแรง-รุกหนัก ทำลายล้างทุกสิ่ง ทั้งเศรษฐกิจ-สังคม และการเมืองเป็น “ระเบิดเวลา” รอวันใบไม้ร่วง-หล่นใส่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แต่เพียงผู้เดียว

ระเบิดเวลาบิ๊กตู่

ความปั่นป่วน-โกลาหลหน้ากระทรวงการคลัง อุณหภูมิหลักกิโลเมตรพระรามหก ปรอทแตก-ทะลุจุดเดือด เมื่อ “คนอกหัก” จากมาตรการเยียวยาแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ รายละ 5,000 บาท ปาดน้ำตา ฝ่าด่านคัดกรองชั้นต้น “ยื่นอุทธรณ์”

โดยกระทรวงการคลังจะให้โอกาสประชาชน 12 ล้านราย ที่ “ไม่ผ่านเกณฑ์” กดปุ่ม “อุทธรณ์” ในวันที่ 20 เมษายน 2563 ไทม์ไลน์-ที่มาของความปั่นป่วน-โกลาหล ดอกที่ 1 คือ แพ็กเกจเยียวยาแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ “หัวละ 5 พันบาท” ข้าราชการกระทรวงการคลังเสิร์ฟ ตัวเลข 3 ล้านคน ระยะเวลา 3 เดือน งบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท เป็นตัวเลขกลุ่มอาชีพอิสระ-รับจ้าง-ลูกจ้างชั่วคราว-กิจการส่วนตัว-ค้าขาย เป็นแพ็กเกจไม่ปรุงแต่ง

แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 ตัวเลขจำนวนผู้ได้รับสิทธิเพิ่มขึ้น จาก 3 ล้านคน เป็น 9 ล้านคน ซึ่งมาจากตัวเลขแรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ (ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40) จากแรงงานทั้งหมด 37 ล้านคน

สุดท้ายเมื่อเข้าสู่ที่ประชุม “ครม.นัดพิเศษ” เห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ 1.9 ล้านล้านบาท+แพ็กเกจเยียวยา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาทพ่วงด้วยการขยายระยะเวลาการเยียวยา-โควิด ยืดเยื้อ “หัวละ 5 พันบาท” จาก 3 เดือน เป็น 6 เดือน ความปั่นป่วนซ้อนปั่นป่วน เพราะกลุ่ม 9 ล้านคน-4 อาชีพได้แน่ กลายเป็นว่า กลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ 4.73 ล้านคน ต่อมาเป็น 5 ล้านคน สุดท้าย 12 ล้านคน-ไม่ได้แน่

แม้จะให้ “กดปุ่มอุทธรณ์” แต่กลับตบจูบ-ขู่ลงดาบประชาชน หากพบว่ากรอก “ข้อมูลเท็จ” และให้กระทรวงมหาดไทยลงไปตรวจสอบ “รายตัว” ว่า “จนจริง” หรือไม่ ความปั่นป่วนจึงยกระดับความเข้มข้นขึ้น

Advertisement

ขณะที่กลุ่ม “ขอข้อมูลเพิ่มเติม” 6 ล้านราย “เราไม่ทิ้งกัน” ก็ “ซื้อเวลา” เพราะต้องรอร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ประกาศในราชกิจจานุเบกษา-บังคับใช้ปลาย เม.ย.-พ.ค. ใช้เงินได้ พ.ค.-มิ.ย.

รุมทึ้ง 1.9 ล้านล้าน

ความปั่นป่วน ดอกที่ 2 ในส่วนของสาธารณสุข 4 แสนล้านถูกเปลี่ยนไป-เปลี่ยนมา 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 “วงเล็กทำเนียบ” เคาะตัวเลขเพื่อการแพทย์-สาธารณสุข 6 หมื่นล้านบาท ครั้งที่ 2-หลัง “ครม.นัดพิเศษ” ลดลงเหลือ 3 หมื่นล้านบาท

และล่าสุด-ครั้งที่ 3 ปลัดกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ออกอากาศรายการศูนย์โควิด-19 ว่า กันงบฯไว้สำหรับสาธารณสุข-ซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิดเข็มละ 500 บาท 67 ล้านคน จำนวน 4.5 หมื่นล้านบาท สะท้อนว่าเรื่องสาธารณสุขถูกจัดลำดับความสำคัญเป็น “อันดับรอง” ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 สะท้อนมาจากการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล-รุมทึ้งเงิน 1 ล้านล้านบาท

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังตั้ง “คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจเอกชน” ในศูนย์โควิด-19 โดยมีภาคเอกชนร่วมวงอุ่นหนาฝาคั่ง และโยน 12 ข้อเสนอ เพื่อขอ “แบ่งเค้ก” เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท

1.ปรับลดค่าไฟฟ้า 5% ทั่วประเทศ

2.เอกชนสามารถนำค่าใช้จ่ายสำหรับป้องกันโควิด-19 มาหักค่าใช้จ่ายได้ 3 เท่า

3.ขอให้รัฐออกคำสั่งปิดกิจการโรงแรม เพื่อให้ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือ จากประกันสังคม 4.ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ปีภาษี 2562-2563 กรณี SMEs ไม่เกิน 10% ผู้ประกอบการอื่นไม่เกิน 20% 5.รัฐจัดสรรงบประมาณในการจ้างงานและซื้อสินค้าจากผู้ผลิตภายในประเทศ

6.ผ่อนปรนการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับเอสเอ็มอี

7.อนุญาตให้จ้างงานเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 40-41 บาท 4-8 ชั่วโมงต่อวัน

8.ลดเงินสมทบประกันสังคมของนายจ้างเหลือ 1%

9.ช่วยเหลือ

ค่าจ้างภาคเอกชน รัฐจ่าย 50% ของรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท 10.บริษัทนำค่าใช้จ่ายด้านจ้างแรงงานช่วงโควิด-19 มาหักภาษี 3 เท่า 11.การผ่อนปรนมาตรการเคอร์ฟิวธุรกิจขนส่งสินค้าในเวลากลางคืน และ 12.การช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองให้มีมาตรฐานเดียวกัน

ปลดชนวนหัวละ 5 พัน

แม้ “พล.อ.ประยุทธ์” จะมีทั้งอำนาจรัฐ-อำนาจเงิน แต่ไม่สามารถบริหารจัดการได้ ทำให้เกิด “แนวต้านมุมกลับ” ไม่ผลิดอกออกผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า และอาจจะ “ติดลบ” ทางการเมืองเพราะ 5.5 แสนล้าน จะสูญเปล่า-เป็นระเบิดเวลาก่อนระเบิดเวลาการเมืองจะถูกจุดชนวน พล.อ.ประยุทธ์ take action ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เพื่อแก้ปัญหาการเยียวยาหัวละ 5 พันบาท มี 10 ปลัดกระทรวง กับอีก 1 ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี “ประสงค์ พูนธเนศ” ปลัดกระทรวงการคลัง “นั่งหัวโต๊ะ” ตามมาด้วยกระทรวงการคลังตอบ 35 คำถาม ทำไมยังไม่ได้ 5 พันบาท

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตั้ง 10 ปลัดแก้ปมป่วนกระทรวงการคลัง “ทีมการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ” ได้เข้าไป take action ทันที ตั้งแต่ค่ำวันปั่นป่วนหน้ากระทรวงการคลัง ที่ทำให้ปลัดกระทรวงการคลัง และ “ลวรณ แสงสนิท” ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง-โฆษกกระทรวงการคลัง “รับมือไม่อยู่”

เบื้องหลังของการดึงการเมือง-วัตถุไวไฟในพรรคออกจากกระทรวงการคลัง คือ “กุนซือการเมืองระดับพระกาฬ” ขณะที่อีกข้างหนึ่งเป็นการบริหารจัดการในทำเนียบรัฐบาล

กู้ศรัทธา เยียวยา 27.3 ล้านคน

ปัจจัยชี้ขาดของรัฐบาลในเวลานี้จึงเป็นการแก้ปัญหาโควิด-19 เพราะนอกจากจะรักษาโรคและฟื้นฟูเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องฟื้นฟูประชาชน-คนที่ผิดหวัง 27.3 ล้านคน ที่ลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน”

คนที่ได้รับเงิน 5 พันบาท รัฐบาลอาจจะได้คะแนน ลอตแรก 3.2 ล้านราย แบ่งออกเป็นเงินเยียวยาถึงมือคนทำงานที่เดือดร้อนแล้ว 2.4 ล้านราย 1.2 หมื่นล้านบาท และเริ่มทยอยโอนเงินแล้ว 8 แสนราย 4 พันล้านบาท

ทว่า คนผิดหวังจาก “หลักประกันชีวิต” ในช่วงวิกฤตและไม่ได้รับเงิน 5 พันบาท รัฐบาลจะ “เสียคะแนน” อย่างแน่นอน และไม่ใช่ 1 คะแนน แต่จะเป็นทั้งครอบครัวเป็น 5.5 แสนล้านบาท ที่ไม่อาจเยียวยาคะแนนนิยมและกอบกู้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล-พรรคพลังประชารัฐกลับคืนมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล เงินเยียวยา 5 พัน