ใต้รับมือ”ทุเรียน-มังคุด”8แสนตันออก รับสมัครรถเร่กระจายสินค้า-ห้องเย็นเก็บสต๊อก
ภาคใต้วางแผนรับมือ “ทุเรียน-มังคุด” 800,000 ตัน ออกสู่ตลาด มิ.ย. หวั่นโควิด-19 ทำตลาดหลักจีนยังไม่แน่นอน เปิดรับสมัครเข้าร่วม “โครงการรถเร่ 135 คัน” เร่งกระจายผลไม้ไปทั่วไทย เตรียมห้องเย็นเก็บสต๊อก พร้อมทำเปิดเว็บเพจ ซื้อขายทางออนไลน์ ทำตลาดพุ่งตลาดภาคอีสาน เทียบกับตลาดไท ราคายังเคลื่อนไหว 110 บาท/กก. แต่ผวาสินเชื่อ “แบงก์” อุปสรรคสำหรับต้นทุนระยะสั้น เพื่อเก็บสต๊อก
นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา (สสก.ที่ 5 จ.สงขลา) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางกรมส่งเสริมการเกษตร และ สสก.ที่ 5 จังหวัดสงขลา ได้เตรียมแผนการรับมือฤดูกาลผลไม้ทางภาคใต้ที่จะออก โดยเฉพาะทุเรียน และมังคุด ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกเดือนมิถุนายน-ตุลาคม หากสถานการณ์การตลาดต่างประเทศยังมีอุปสรรค จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งออก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลไม้ไทย โดยเตรียมกระจายสินค้าสู่ตลาดภายในประเทศ และการค้าทางออนไลน์ โดยมีเว็บเพจของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นตัวกลาง ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ
โดยเฉพาะทางภาคอีสาน และภาคเหนือ มีโครงการรถเร่ 135 ร่วมจำหน่ายสินค้าผลไม้ เร่ขายไปยังท้องถิ่น ชุมชน และตลาด โดยเปิดรับสมัครรถเร่จำนวน 135 คัน ขณะนี้มีผู้สมัครเข้าโครงการแล้ว จำนวน 100 คัน เป็นทั้งรถกระบะที่ใส่รั้วกัน และรถ 6 ล้อ ซึ่งเป็นรถของผู้ประกอบการขายสินค้าผลไม้อยู่แล้ว สำหรับรถเร่ขายสินค้าผลไม้ในโครงการ จะต้องเข้าสู่กระบวนการอบรมผ่านขั้นตอนที่ได้รับการรับรอง และโลโก้จากสำนักงาน สสก.ที่ 5 จ.สงขลา เป็นผู้จำหน่ายสินค้า ซึ่งผู้บริโภคจะไม่ต้องวิตกกังวล
“ในฤดูกาลนี้ มังคุดประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะมีผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 200,000 ตัน จะออกสู่ตลาดมากในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2563 ส่วนทุเรียนประเมินเบื้องต้น คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 600,000 ตัน โดยผลผลิตจะออกมากในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2563 ต้องดูตลาดจีนช่วงนั้นว่าเป็นอย่างไร” นายสุพิทกล่าว
นายสุพิทกล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการทำตลาดภายในประเทศนั้น จะมีโครงการทำการตลาดส่งถึงมือผู้บริโภค ใช้รถห้องเย็นประมาณ 3 คัน ซึ่งเมื่อปีที่แล้วใช้ประมาณ 1 คัน บรรจุทุเรียนได้ประมาณ 40 ตัน นำทุเรียนไปจำหน่ายที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางสินค้าเหมือนกับตลาดไท และ ฯลฯ ทั้งนี้จะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ประสบความสำเร็จมาแล้ว และทางภาคใต้จะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นอกจากนั้นยังมีโรงงานอุตสาหกรรมห้องเย็นแปรรูปทุเรียน ที่ อ.เทพา จ.สงขลา ไว้รองรับ และยังมีแนวโน้มเปิดขึ้นอีก 1 แห่งที่ จ.ปัตตานี
แหล่งข่าวระดับสูงจากชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะผลไม้ในปี 2563 ทิศทางสำหรับตลาดต่างประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะประเทศจีน ในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ทุเรียน แต่สำหรับพ่อค้าในพื้นที่มีแผนการรองรับ และล้งจีนยังเปิดรับซื้อทุเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานอุตสาหกรรมห้องเย็น โรงงานอุตสาหกรรมแช่เย็นแช่แข็งได้ซื้อเก็บเอาไว้ ทุเรียนเกรดดีราคา 105-110 บาท/กก. เป็นต้น โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นตลาดทุเรียนอันดับต้น ๆ ของภาคใต้ และล้งจีนจำนวนมากเข้ามาลงทุนในพื้นที่รับซื้อผลไม้ และเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปทุเรียน
โดยทุเรียนทางภาคใต้ส่งออกไปยังประเทศจีนประมาณ 90% และที่เหลือส่งออกกลุ่มประเทศยุโรป ที่ส่งออกประเทศจีนจะเป็นทุเรียนเนื้อ ส่วนกลุ่มประเทศยุโรปจะเป็นผลทุเรียนทั้งลูก
“สำหรับในปีนี้หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งออก ผู้ประกอบการค้าทุเรียนก็จะต้องนำทุเรียนเก็บสต๊อกไว้กับโรงงานอุตสาหกรรมห้องเย็น และอุตสาหกรรมแปรรูปทุเรียน และโรงงานอุตสาหกรรมฟรีซดราย”
“อุตสาหกรรมห้องเย็นสามารถนำไปเก็บรักษาไว้ได้ทั้งลูก ส่วนอุตสาหกรรมแปรรูปจะเป็นเนื้อทุเรียน ส่วนฟรีซดรายเป็นการแปรรูปทุเรียนที่สุกและลูกหล่นจากต้น เป็นเนื้อเหลวแปรรูปให้แข็ง”
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญอีกประการของผู้ประกอบการทุเรียนขณะนี้ คือ เรื่องเงินลงทุนในระยะยาว ทำให้ผู้มีเงินทุนระยะสั้นประสบปัญหา โดยบางรายทำเรื่องเสนอขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนกับธนาคารไปแล้ว ปรากฏว่าทางธนาคารบางแห่งได้ตอบปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อ เช่น ที่ จ.ชุมพร
แหล่งข่าวจากพ่อค้าระหว่างไทย-จีน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลไม้ไทยในปีนี้โดยเฉพาะสำหรับที่ส่งไปยังประเทศจีน ไม่น่าจะมีปัญหามากนักเพราะสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี และผลไม้ไทยส่งประเทศจีนเป็นหลัก แต่เรื่องราคายังไม่แน่ เพราะวิกฤตไวรัสโควิด-19 ผู้บริโภคจีนน่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค
นายคล้อย อารยะ เจ้าของสวนตาแซม สวนทุเรียนรายใหญ่ หมู่ 3 บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ตนเองทำสวนทุเรียน ปลูกประมาณ 60 ต้น ขณะนี้ทุเรียนมีอายุ 4 ปี 20 วัน ประมาณอีก 1 ปี รวม 5 ปีจะให้ผลผลิต และขณะนี้ราคาทุเรียนมีการซื้อขายในตลาดอยู่ที่ราคาประมาณ 100 บาทเศษ/กก.