เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากมีฝนตกในพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะเขต จ.เมืองสาด และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำสายชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดกับ จ.ท่าขี้เหล็ก มีระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยหลังจากเที่ยงวันเป็นต้นมาระดับน้ำค่อยๆ สูงขึ้นจนล้นขอบฝั่งไทยบริเวณใต้สะพานมิตรภาพข้ามลำน้ำสายไทย-พม่า แห่งที่ 1 ลึกถึงกว่า 4 เมตร ทำให้น้ำเข้าท่วมใต้สะพานเหมือนเดิมและไม่สามาถใช้สัญจรผ่านไปมาได้รวมทั้งร้านค้าหลายรายที่อยู่ใกล้ใต้สะพานต้องเก็บข้าวของหนีน้ำกันอีกรอบ ขณะที่ร้านอาหารใกล้สะพานก็พลอยหยุดร้าน ไปด้วยเนื่องจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมระเบียงริมน้ำ
ขณะที่ฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก พบว่าน้ำได้ทะลักเข้าท่วมด้านข้างหลังแนวที่ทางวิศวกรชาวพม่าได้นำหินมาเรียงเป็นแนวกันเอาไว้ทางตอนเหนือ โดยน้ำทะลักเข้าท่วมลานจอดรถของศูนย์การค้าปลอดภาษีจนท่วมทั้งหมด และยังเข้าท่วมทางเข้าตลาดท่าล้อซึ่งเป็นตลาดชายแดนทำให้ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าต้องเดินลุยน้ำกันไปมาโดยระดับน้ำลึกประมาณ 30 ซม. ทำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดได้พากันเก็บขนย้ายสินค้าชายแดนไปไว้บนพื้นที่สูงโดยเหลือเฉพาะร้านค้าที่ตั้งอยู่บนที่สูงที่ยังคงเปิดกิจการตามปกติ ขณะที่นักท่องเที่ยวและผู้คนยังคงเดินข้ามฝั่งไปมา
ด้านเทศบาล ต.แม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำกระสอบทรายไปปิดกั้นตามจุดสำคัญเพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน รวมทั้งเตรียมกำลังคนเอาไว้รองรับอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการจะเข้าต้องไปช่วยเหลือชาวบ้านภายในซอยสายลมจอยและชุมชนไม้ลุงขนที่อยู่ขนานกับลำน้ำ เพราะเคยเกิดเหตุน้ำท่วมหนักจนต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ขนทั้งคนและข้าวของออกมาแล้วในช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาและต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาอย่างหนักแล้วด้วยขณะเดียวกันช่วงกลางเดือน ก.ย.น้ำก็ยังเคยเข้าท่วมเป็นรอบที่ 3 แต่ไม่มากเท่า 2 ครั้งแรก ทั้งนี้จนถึงช่วงเย็นระดับน้ำยังคงไม่ลดลงทำให้ต้องเฝ้าระวังกันตลอดทั้งคืน
น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย และนักธุรกิจไทยที่ท่าขี้เหล็ก กล่าวว่าน้ำที่ไหลมาครั้งนี้มีปริมาณมากกว่าครั้งก่อนและยังนำมาขอนไม้ เศษไม้และวัชพืชไหลมาด้วยทำให้ยังคงต้องเฝ้าระวังกันต่อไปเพราะสภาพอากาศยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝนอยู่
ที่มา มติชนออนไลน์