เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คลายล็อกดาวน์ 7 วันอันตราย โอเพนนิ่งธุรกิจ-เคลียร์บัญชีแจก 5 พัน

10 พ.ค. 2563 | 14:03น.

ครบรอบ 7 วันของการคลายล็อกดาวน์ “เฟสแรก” 6 กิจการ-กิจกรรม ภายหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) เข้าเลข “หลักเดียว” ต่อเนื่อง

6 ประเภท “ธุรกิจสีขาว” ได้แก่ 1.ตลาด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย 2.ร้านอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนนหวาน ไอศกรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็นและหาบเร่ 3.กิจการค้าปลีก-ส่ง ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน รถเร่ หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย/ร้านอาหารปลีกชุมชน ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 4.กีฬาสันทนาการ ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดินรำไท้เก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟและสนามซ้อม 5.ร้านตัดผม-เสริมสวย ได้แก่ ร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม และ 6.อื่น ๆ เช่น ร้านตัดขน ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์

ทว่า 7 วันที่ผ่านมายังมีกิจการ-กิจกรรมที่ยัง “ติดกับดัก” วิถีชีวิตเก่า ไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่-new normal ไม่สามารถปฏิบัติตาม “มาตรฐานกลาง”

ผลการตรวจประจำวันที่ 4 พ.ค. 63 จำนวน 9,383 ตัวอย่าง ปฏิบัติตามมาตรการ 9,032 ตัวอย่าง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 351 ตัวอย่าง

ผลการตรวจสะสมแยกตามประเภท-ไม่ปฏิบัติตาม ร้านอาหาร 214 ตัวอย่าง ห้างสรรพสินค้า 10 ตัวอย่าง ร้านค้า 41 ตัวอย่าง ร้านตัดผม 61 ตัวอย่าง สนามกีฬา 12 ตัวอย่าง สวนสาธารณะ 6 ตัวอย่าง ร้านดูแลสัตว์ 7 ตัวอย่าง

ผลการตรวจประจำวันที่ 5 พ.ค. 63 จำนวน 12,996 ตัวอย่าง ปฏิบัติตามมาตรการ 12,547 ตัวอย่าง ไม่ปฏิบัติตาม มาตรการ 449 ตัวอย่าง

ผลการตรวจสะสมแยกตามประเภท-ไม่ปฏิบัติตาม ร้านอาหาร เครื่องดื่ม 156 ตัวอย่าง ซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าจำเป็น ในห้างสรรพสินค้า 15 ตัวอย่าง ตลาด ร้านค้าปลีก 161 ตัวอย่าง ร้านตัดผม-ร้านเสริมสวย 89 ตัวอย่าง สนามกอล์ฟ 1 ตัวอย่าง สนามกีฬา 11 ตัวอย่าง สวนสาธารณะ 11 ตัวอย่าง ร้านดูแลสัตว์ 5 ตัวอย่าง

นอกจากนี้ ผลจากการผ่อนคลาย “ธุรกิจน้ำเมา” ทำให้ “วันแรก” ของการผ่อนปรนเต็มรูปแบบ ข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง แบ่งเหตุของการชุมนุมมั่วสุม 3 อันดับแรก อันดับหนึ่ง ดื่มสุรา 60% แซงอันดับ 2 เล่นการพนัน 21% และอันดับ 3 เสพยาเสพติด 11%

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กางแผนคลายล็อก เฟส 2 ในวันที่ 17 พ.ค. 63 เพื่อผ่อนคลาย “ธุรกิจสีเขียว”เช่น การเปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ ร้าน furniture วัสดุก่อสร้าง กิจการด้านสินเชื่อ ประกันภัย ในห้างสรรพสินค้า

ขั้นตอนที่ 1 ระดมความคิดเห็นจากส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง วันที่ 8-12 พ.ค. 63 ขั้นตอนที่ 2 จัดประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการบังคับใช้มาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 วันที่ 13 พ.ค. 63

ขั้นตอนที่ 3 ยกร่างข้อกำหนดตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 และเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ วันที่ 14 พ.ค. 63 และขั้นตอนที่ 4 คือ บังคับใช้มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 วันที่ 17 พ.ค. 63

ขณะที่การเยียวยารายละ 5,000 บาท 3 เดือน จำนวน 16 ล้านราย ในส่วนของกระทรวงการคลังที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “เราไม่ทิ้งกัน” มีผู้ลงทะเบียน 28.8 ล้านคน โดยมีการลงทะเบียนซ้ำ 4.8 ล้านคน และลงทะเบียนไม่ผ่าน 1.7 ล้านคน ซึ่งจะพิจารณามาตรการเยียวยาที่เหมาะสมต่อไป

ทำให้มีผู้ผ่านการคัดกรองเข้าสู่ระบบ 22.3 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์ 13.4 ล้านคนไม่ผ่านเกณฑ์-อยู่ระหว่างขอทบทวนสิทธิ์ 5.6 ล้านคน โดยมี “ผู้พิทักษ์สิทธิ์” ลงพื้นที่จริง-พิสูจน์ความจน และยังมีผู้ที่ยังไม่ได้ข้อมูลเพิ่ม 1.8 ล้านคน โดยจะ “ปิดหีบ” ลงทะเบียนรับสิทธิ์ในวันที่ 17 พ.ค. 63

“เราเดินมาปลายทางแล้ว ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ 13.4 ล้านคน 11 ล้านคน จะมีการโอนเงินให้ในวันที่ 8 พ.ค. อีก 2.4 ล้านคน จะมีการโอนเงินให้ในสัปดาห์หน้า” นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง-โฆษกกระทรวงการคลังระบุ

สำหรับกลุ่มเกษตรกร 10 ล้านครัวเรือน จะได้รับเงินครัวเรือนละ 5,000 บาท 3 เดือน ภายในวันที่ 15 พ.ค. 63 ขณะที่ “กลุ่มเปราะบาง” อื่น ๆ เช่น คนไร้บ้าน ซาเล้ง “พล.อ.ประยุทธ์” สั่ง “เก็บตก” ทุกกลุ่ม เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ

สำหรับความกังวลว่า “เงินไม่พอ” นั้น “อุตตม สาวนายน” รมว.คลัง ยืนยันว่า “เงินพอแน่นอน”

สแกนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 วงเงิน 45,000 ล้านบาท

“แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 555,000 ล้านบาท”

อีก 400,000 ล้านบาท เป็นแผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นงบฯพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น-แหล่งน้ำชุมชน

ดีดลูกคิด แรงงานนอกระบบ-อาชีพอิสระ รวมทั้งหมด 22.5 ล้านคน แบ่งออกเป็น

1.ผู้ผ่านเกณฑ์ 13.7 ล้านคน

2.อยู่ระหว่างขอทบทวนสิทธิ์-รักษาสิทธิ์ 5.6 ล้านคน

3.ลงทะเบียนไม่ผ่าน 1 ล้านคน ซึ่งจะพิจารณามาตรการเยียวยาที่เหมาะสมต่อไป

4.ยังไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม 1.8 ล้านคนและเกษตรกร 10 ล้านครัวเรือนใช้เงินทั้งหมด 150,000 ล้านบาท หากต้องจ่ายเยียวยารวม 2 กลุ่มอาจจะต้องใช้เงินทั้งสิ้น 487,500 ล้านบาท

ไม่นับรวมกลุ่มเปราะบาง-เก็บตก เบ็ดเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะต้องใช้เงินมากกว่างบประมาณที่ตั้งไว้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลายล็อกดาวน์ โควิด-19