“ประยุทธ์” ลงพื้นที่ก่อนคลายล็อก คนติดเชื้อลด 0% ก็ไม่วางใจ
วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการต่ออายุ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ว่า การต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องการพิจารณาโดยศูนย์โควิด โดยคำนึงถึงมาตรฐานสาธารณสุขเป็นหลัก ไม่ว่าโพลใครทำเป็นเรื่องของโพล แต่เท่าที่ทราบมีสื่อบางสื่อไปทำโพลในเวลานี้ โดยมีคนเห็นชอบให้ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 88% ไม่เห็นชอบ 12% ไม่เคยสั่งการให้ใครไปทำ อาจเป็นการเข้าใจผิด
“ต้องดูมาตรฐานสาธารณสุขเป็นหลัก ให้ความสำคัญไม่ว่ามีผู้ติดเชื้อลดลง 0% ยังนอนใจไม่ได้ ต้องดูถึงความร่วมมือ โดยไม่ทำให้ตัวเลขติดเชื้อมากขึ้น ถ้าตัวเลขอยู่ในเกณฑ์รับได้ ก็พอที่จะเดินหน้าไปสู่การหามาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 2-3 เพราะเห็นใจผู้มีรายได้น้อยในงานที่มีกิจกรรมต่อเนื่องเชื่อมโยงทั้งหมดในห่วงโซ่ การผลิต การแปรรูป การตลาด การท่องเที่ยวถ้าไม่ร่วมมือกันยังเดินไปถึงตรงนั้นไม่ได้ และสิ่งที่เรามีศักยภาพโดยเฉพาะการท่องเที่ยวและบริการมีปัญหา ก็จะกระทบศักยภาพของประเทศโดยเฉพาะเรื่องรายได้”
15 พ.ค. ลงพื้นที่เยี่ยมสถานประกอบการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประมาณวันที่ 15 พ.ค. คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จะไปตรวจเยี่ยมปลดล็อกระยะที่ 2 ว่ามีแผนในการปฏิบัติตามตามมาตรการของรัฐได้ครบถ้วนหรือไม่ หรือมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เป็นแบบอย่างให้สถานประกอบการอื่นๆ มาใช้ให้ทั่วเทียมกัน แต่ทั้งนี้ อะไรก็ตามที่เปิดได้ก็ปิดได้ จำเป็นต้องพูดแบบนี้ ไม่เช่นนั้นทุกคนก็ลืมตัวไปเรื่อยๆ ไม่ร่วมมือ ไม่รักษาระยะห่าง ไม่ใส่หน้ากาก แต่ถ้าอยากได้ก็ต้องร่วมมือกับตน
“ผมไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่ทำงานด้วยศูนย์โควิด ด้วยคณะกรรมการทั้งหมด เป็นผลงานของทุกกระทรวง และพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด แต่ก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นอื่นๆ ในช่องทางที่เหมาะสม เพราะตอนนี้คนไทยต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาโควิดและฟื้นฟูประเทศหลังสถานการณ์นี้ผ่านพ้นไปแล้ว อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอย่างอื่นให้สับสนอลหม่านวุ่นวายกันอีกเลย ประชาชนต้องติดสินใจว่าจะสนับสนุนอย่างไรในการทำงาน หรือการที่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนอลหม่าน ท่านต้องตัดสินใจ ต้องคิดแล้วนะครับ วันนี้ผมต้องการความรักความสามัคคีทุกคนของคนไทยทั้งหมด และส่วนใหญ่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลแล้ว ผมไม่ได้ทำเพื่อการเมือง ทำให้คนไทยที่เดือดร้อนจากโควิด ใครที่เดือดร้อนน้อย หรือไม่เดือดร้อนขอให้ดูแลคนที่เดือดร้อนด้วย รัฐบาลพยายามดูแลให้มากที่สุดแต่ต้องใช้กฎหมายหลายตัว เราไม่สามารถทำอะไรนอกตัวบทกฎหมายได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
รับไม่ได้ ภาพคนแย่งของ “ตู้ปันสุข”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงภาพการแย่งของในตู่แบ่งปันความสุขตามพื้นที่ต่างๆ ว่า ขอชื่นชมภาคเอกชนที่ความร่วมมือจัด “ตู้ปันสุข” ทั้งประชาชน และเอกชน แต่ผู้ที่รับของเหล่านั้นจะต้องสร้างจิตสำนึก เขาให้เฉลี่ยแบ่งปันให้คนอื่น ดังนั้น ภาพที่เกิดขึ้นตนยอมรับไม่ได้ ขออย่าให้เกิดขึ้นอีก ต่อไปให้เห็นถึงคนอื่นด้วย ถ้าทำแบบนั้นต่อไปจะไม่มีคนบริจาค แล้วคนอื่นก็จะไม่ได้ไปด้วย ดังนั้นทุกคนต้องปกป้องสิทธิของตนเอง โดยการเฝ้าระวังไม่ให้คนอื่นมาเอารัดเอาเปรียบแบบนี้ แต่ไม่ใช่ไปทะเลาะเบาะแว้งกัน เพียงแต่ห้ามปรามกันอย่าให้เกิดขึ้น ถ้าทำได้ทุกจังหวัด ทำอำเภอ ทุกหมู่บ้าน คนอื่นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือสังคม เขาพร้อมที่อยากบริจาคสิ่งของใส่ตู้แบ่งปันความสุขเหล่านั้น ต้องทำให้เขาสบายใจทั้งผู้ให้และผู้รับ