ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด 32 บาท/ดอลลาร์ ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยง
ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุด 32 บาท/ดอลลาร์ ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยง-นักลงทุนกลับเข้าลงทุนบอนด์ตลาดเกิดใหม่
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้ (19 พ.ค.) เงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 32 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันอ่อนค่าไปมากสุดที่ 32.03 บาท/ดอลลาร์ และแข็งค่ามากสุดที่ 31.87 บาท/ดอลลาร์ กระทั่งปิดสิ้นวันที่ 31.91 บาท/ดอลลาร์
โดยสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ประเด็นหลักที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่าในรอบนี้ มีทั้งจากภาพตลาดการเงินที่เปิดรับความเสี่ยง (Risk On) และนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนในตราสารหนี้กลุ่ม Emerging Markets สังเกตได้จากแทบทุกสกุลเงินกลับมาแข็งค่าสวนดอลลาร์และมีเพียงเยนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยเท่านั้นที่อ่อนค่าลง
“เรามีการปรับมุมมองค่าเงินบาท ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้ “แข็งค่า” ขึ้น โดยสมมุติฐานหลักคือ จะไม่มีการกลับมา Lockdown ครั้งใหม่แล้ว โดยมองว่าเงินบาทจะสามารถยืนระยะในกรอบ 31.60-32.25 บาทต่อดอลลาร์ได้ในไตรมาสนี้ และในช่วงปลายปีจะแข็งค่าได้ที่ระดับ 31.5 บาทต่อดอลลาร์” ดร.จิติพลกล่าว
ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจมากขึ้น คือการลดบทบาทของนโยบายการเงิน ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการใช้นโยบายดอกเบี้ยใกล้ 0% พร้อมกันทั้งฝั่งไทยและสหรัฐแบบนี้ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นและยุโรป ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนอัตราแลกเปลี่ยนจะเปลี่ยนไปเป็นประเด็นทางการเมือง และทิศทางของตลาดหุ้นมากขึ้น
ดร.จิติพล กล่าวด้วยว่า สำหรับความเสี่ยงที่สามารถทำให้เงินบาทอ่อนค่ากลับได้ในช่วงที่เหลือของปี จะมาจากความกังวลจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศระหว่างสหรัฐและจีน ที่น่าจะร้อนแรงขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสหรัฐจากการเลือกตั้ง ก็มีโอกาสหนุนให้ตลาดปิดรับความเสี่ยงกลับลงมาด้วยเช่นกัน