พม่ายกเลิกยูเอ็นเข้าตรวจยะไข่ ไม่เผยสาเหตุ แถมไม่มีช่องเชื้อชาติ “โรฮีนจา”
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ประเทศพม่า หลังเกิดการสู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังติดอาวุธปลดปล่อยชาวอาระกันโรฮิงยา หรืออาร์ซา ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ส่งผลให้มีชาวโรฮิงยาอพยพหนีภัยสงครามข้ามพรมแดนไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 480,000 คน จนประชาคมโลกกดดันให้พม่ายุติการใช้ความรุนแรงและให้หน่วยงานสหประชาชาติเข้าถึงพื้นที่
ล่าสุด โฆษกสหประชาชาติที่นครย่างกุ้ง แจ้งว่า จู่ๆ ทางการพม่าประกาศยกเลิกหมายที่ให้ผู้สังเกตการณ์ นักการทูตจากสหประชาชาติ เดินทางเข้าไปสืบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว โดยไม่ระบุสาเหตุ ทั้งที่นางออง ซาน ซู จี เพิ่งแถลงว่ายินดีให้หน่วยงานสากลเข้าไปสังเกตการณ์ หลังจากกองทัพพม่าถูกครหาว่าใช้กำลังทำร้าย ข่มขู่ และเผาไล่ชุมชนชาวโรฮิงยา

ด้านบรรยากาศในค่ายอพยพที่ชายแดนของบังกลาเทศ มีแนวโน้มแย่ลงเรื่อยๆ เนื่องจากความแออัดที่เกิดขึ้น เพราะมีชาวโรฮิงยาอพยพเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การช่วยเหลือและแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์นั้นไม่เพียงพอ
วันเดียวกัน กระทรวงสารนิเทศของพม่าระบุว่า อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อดำเนินการประเมินจำนวนของชาวโรฮิงยาที่พม่าจะสามารถรับกลับเข้ามาในประเทศเพื่อเข้าร่วมตามขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติตามที่นางซู จีเคยประกาศไว้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสงสัยมากว่าพม่าจะรับคืนชาวโรฮิงยาอย่างไร
องค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ผู้อพยพจะสอบผ่านการพิสูจน์สัญชาติ เพราะเอกสารส่วนตัวส่วนใหญ่สูญหายและถูกทำลายไปหมดแล้วในระหว่างการสู้รบและอพยพ นอกจากนี้เพียงแค่การกรอกเอกสารขอกลับประเทศก็มีปัญหา เนื่องจากในช่องที่ถามว่า ท่านเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใด แต่กลับไม่มี “โรฮิงยา” ให้เลือก
ที่มา ข่าวสดออนไลน์