เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

เอกซเรย์ “อาเซียน” ท่องเที่ยว “ร่วง-รอด” หลังโควิด-19

19 มิ.ย. 2563 | 13:00น.

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียนนับเป็นตลาดสำคัญมากตลาดหนึ่งของไทย โดยในปี 2562 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมกันกว่า 10 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 รองจากตลาดจีนที่ครองแชมป์ตลาดที่ส่งออกนักท่องเที่ยวมาประเทศไทยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้นตลาดอาเซียนยังเป็นตลาดที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายเป็นอย่างมาก ดังนั้น ช่วงเวลาหลังวิกฤตโควิด-19 ตลาดอาเซียนจึงเป็นความหวังของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ว่าจะเป็นตลาดอันดับต้น ๆ ที่มาสนับสนุนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกลับมาฟื้นได้เร็วขึ้นในระยะเริ่มต้นนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมความเห็นการคาดการณ์ของตลาดในแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียน จากผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงตัวแทนการท่องเที่ยวในหลาย ๆประเทศ ไว้ดังนี้

คาดตลาดมาเลย์หายไป 50%

“นงเยาว์ จิรันดร” ผู้อำนวยการสำนักงานกัวลาลัมเปอร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าที่ผ่านมามาเลเซียประกาศล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึงต้นเดือนมิถุนายนจนอัตราการติดเชื้อเริ่มนิ่ง และธุรกิจกลับมาทำงานได้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ททท.คาดว่าในปี 2563 นี้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้าสู่ไทยจะลดลงจากปกติราว 50%

โดยเชื่อว่าความปกติใหม่จะเข้ามามีส่วนสำคัญกับการตัดสินใจท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสถาการณ์ที่ไวรัสโควิดยังคงแพร่กระจายอยู่ และผู้คนต้องการเวลาสำหรับการฟื้นฟูธุรกิจ นอกจากนั้นหลายประเทศทั่วโลกยังมีมาเลเซียเป็นตลาดเป้าหมายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว อาทิ ไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น เป็นต้น

“แม้การแข่งจะสูงแต่เรามองว่าไทยก็มีโอกาสหลายประการ ทั้งจากระยะทางและจากความเสียหายในวิกฤตโควิดที่ไม่มากนัก โดยเชื่อว่าสายการบินจะกลับมาเปิดการเดินทางอีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้ และการท่องเที่ยวจะกลับมาเริ่มต้นตามปกติได้ในเดือนกันยายน โดยกลุ่มที่จะเดินทางก่อนคือกลุ่มเดินทางอิสระ, นักธุรกิจ และการเดินทางผ่านชายแดนใต้ของไทยส่วนกลุ่มกรุ๊ปน่าจะเดินทางอีกครั้งในช่วงสิ้นปี”

สิงคโปร์ชี้ปีหน้าก็ยังไม่ปกติ

ด้าน “วิลเลียม โลว” ผู้จัดการตลาดสิงคโปร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปัจจุบันสิงคโปร์อยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า เซอร์กิตเบรกเกอร์ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงล็อกดาวน์ของประเทศไทย โดยมีกำหนดจะสิ้นสุดช่วงเวลาดังกล่าวในเดือนมิถุนายน และจะค่อย ๆ ขยับเปิดสิ่งอำนวยความสะดวกห้างร้าน ขนส่งสาธารณะ และกำหนดความปกติใหม่พร้อมฟื้นฟูด้านต่าง ๆ ในระยะถัดไป โดยเชื่อว่าการท่องเที่ยวและการบินจะใช้เวลามากกว่าเซ็กเตอร์อื่น ๆ ในการฟื้นตัว เนื่องจากเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงทั่วโลก

ทั้งนี้ เชื่อว่านักท่องเที่ยวสิงคโปร์จะพร้อมท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคมนี้และจะเข้าสู่ปกติในเดือนตุลาคม ซึ่ง ททท.คาดการณ์ว่าปีนี้นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย น่าจะมีจำนวน 422,734 คน ลดลง 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและในปี 2564 จะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยราว 920,000 คนเติบโต 117.63% จากปีนี้ แต่ลดลงจากปี 2562 ราว 30%

Advertisement

นอกจากนั้น ยังเชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เดินทางจะเป็นกลุ่มแมสและครอบครัว ซึ่งจะเดินทางภายใน 1-3 เดือนหลังการเปิดชายแดนเช่นเดียวกับกลุ่มเดินทางทันที อย่างกลุ่มคนโสด คู่รักมิลเลนเนียล นักธุรกิจที่ไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ ส่วนกลุ่มแอ็กทีฟซีเนียร์จะยังรอและดูการเดินทางก่อนโดยพิจารณาจากความคุ้มค่าในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ค้นหาเป็นอันดับต้น ๆ แม้จะลดลงบ้างเล็กน้อย จากสถานการณ์และเที่ยวบินตรงจะมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว

อินโดนีเซียเลี่ยงการเดินทาง

ฟาก “พอลลีน ซูฮาโน” (PaulineSuharno) เลขาธิการสมาพันธ์ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย (ASITA : Association of the IndonesianTours and Travel Agencies) ให้ข้อมูลว่า จากรายการการสำรวจประชากรชาวอินโดนีเซียพบว่า มีเพียง 2% เท่านั้นที่ต้องการจะออกท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 และนักท่องเที่ยวกว่า 57% เลือกเดินทางภายในประเทศก่อน

เนื่องจากความกังวลทางด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย แต่ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนุ่มสาวที่พร้อมออกเดินทางในระยะเวลาอันใกล้และไม่กังวลด้านสุขภาพ ซึ่งน่าจะเริ่มเดินทางในเดือนกรกฎาคมนี้โดยไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

“พอลลีน ซูฮาโน” บอกด้วยว่า หลังวิกฤตนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียจะให้ความสำคัญกับความสะอาดและการเว้นระยะห่างทางสังคม นอกจากนั้นจะหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่คนหนาแน่นแออัด เลือกเดินทางไปในสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงเลือกเดินทางแบบอิสระด้วยตนเอง และให้ความสำคัญกับงบประมาณและความคุ้มค่ามากขึ้นจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ได้รับ ดังนั้น ในช่วงก่อนการเดินทางจะเริ่มต้นขึ้น ผู้ประกอบการอาจจำเป็นจะต้องอาศัยเวลานี้ยกระดับมาตรฐานทางด้านความสะอาดและสุขอนามัย โดยไทยเองก็มีมาตรฐาน SHA รองรับความต้องการส่วนนี้บ้างแล้ว

เวียดนามยันไทยครองอันดับ 1

ขณะที่ “รติวัณณ บุญประคอง”ผู้อำนวยการสำนักงานโฮจิมินห์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กล่าวว่า ปัจจุบันเวียดนามสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดีมาก โดยไม่มีการติดเชื้อในชุมชนมาตั้งแต่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลเริ่มส่งเสริมการเดินทางภายในประเทศ และสั่งเปิดการเดินทางภายในประเทศได้ทั้งหมดแล้วสายการบินจึงกลับมาให้บริการเกือบครบทุกเส้นทางบิน จึงเชื่อว่าภายในไตรมาส 4 ของปีนี้นักท่องเที่ยวเวียดนามจะสามารถออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยได้อีกครั้ง

โดย ททท.ได้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในสถานการณ์ที่ดีที่สุดไว้ว่า ถ้าหากสถานการณ์เป็นบวกที่สุดในปี 2563 นี้ประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเวียดนามที่ประมาณ 418,000 คน เติบโต 1.89% และในปี 2564 จะมีจำนวนรวมประมาณ670,080 คน หรือเติบโตจากปีนี้ประมาณ 60%

แต่หากสถานการณ์เป็นไปในทางลบที่สุด คาดว่าในปี 2563 นี้ไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเวียดนามราว 314,100 คนลดลง 1.89% และในปี 2564 จะมีจำนวนราว 298,870 คน ถดถอยลงอีกประมาณ 30% จากปีนี้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในใจนักท่องเที่ยวเวียดนาม มีจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2562 ถึง 1,077,000 คน เหนือกว่าไต้หวันและเกาหลีใต้

ดังนั้น หากเวียดนามสามารถจัดการกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วตามที่รัฐบาลวางไว้ว่าจะผลักดันจีดีพีให้เติบโต 5% และไทยสามารถบริหารจัดการความเชื่อมั่น รวมถึงสามารถเสนอขายสินค้าและบริการใหม่ ๆรักษาภาพแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้มราคา นักท่องเที่ยวเวียดนามจะกลับมาอย่างแน่นอน โดยกลุ่มที่จะกลับมาก่อนคือ กลุ่มครอบครัวมิลเลนเนียล, กลุ่มลักเซอรี่ และกลุ่มกอล์ฟ

เมียนมาหวั่นโรคแต่ยังเที่ยว

ส่วน “ออง ทูรา” ตัวแทนการตลาดประจำเมียนมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในเมียนมายังคงขึ้นอยู่กับมาตรการของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการแพร่กระจายในกว้างขวางเพราะข้อกังวลทางเรื่องสาธารณสุข แต่เชื่อว่าเมื่อเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้งนักท่องเที่ยวเมียนมาจะกลับมาท่องเที่ยวโดยใช้เวลาไม่นานมากนัก เพราะความกังวลว่าจะติดเชื้อจากภายนอกประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวเมียนมานั้นมองว่า ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 2 ที่คนเมียนมาจะเลือกออกเดินทางมาท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิด-19 และเป็นตัวเลือกแรกหากไม่ต้องคำนึงถึงงบประมาณในการท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าหลังจากโควิด-19คนเมียนมาจะยังมองหาการท่องเที่ยวที่คล้ายเดิมไม่ใช่การท่องเที่ยวในรูปแบบพรีเมี่ยม แต่เน้นการช็อปปิ้ง ทานอาหารถิ่น และพักผ่อนบริเวณริมชายหาดในพื้นที่กรุงเทพฯ, ภูเก็ต และพัทยา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยวอาเซียน