เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

ยักษ์ส่งออกรับมือ ‘เบี้ยวหนี้’ พุ่ง ปิดความเสี่ยงเก็บเงินสดล่วงหน้า 100%

29 มิ.ย. 2563 | 10:13น.

ส่งออกไทยอ่วมเจอปัญหาหลายเด้ง การค้าโลกหดตัวรุนแรง ยอดส่งออกติดลบหนัก แถมคู่ค้าต่างประเทศดึงเกมจ่ายเงิน สัญญาณ “เบี้ยวหนี้” รุนแรง กลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่เร่งนัดถกรับมือ ก.ค.นี้ หอการค้าไทยเผยผู้ส่งออกไทย 90% ดีลโอนเงินคู่ค้าตรงทำให้ต้องแบกความเสี่ยง หวั่นกระทบสภาพคล่องผู้ผลิตไทย “ศรีตรัง” ยักษ์ส่งออกถุงมือยางเผยลูกค้าใหม่เก็บเงินล่วงหน้า 100% “เอ็กซิมแบงก์” เผย 3 สินค้าที่มีปัญหาหนัก “ข้าว-อาหารกระป๋อง-จิวเวลรี่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจและการค้าโลกหดตัวอย่างรุนแรง โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับประมาณการจีดีพีโลกติดลบ -4.9% รวมทั้งเศรษฐกิจหลักของกลุ่มประเทศสหรัฐ สหภาพยุโรป รวมถึงเอเชียลดลงหมด และคาดว่าจะส่งผลต่อการค้าโลกหดตัว -13.4% ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยซึ่งเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกสินค้าและบริการถึงราว 70%

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประเมินว่า ปีนี้ภาคส่งออกจะติดลบถึง -10.3% ด้านกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือน พ.ค. 2563 มีมูลค่า 16,278 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 22.50% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 130 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2552 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการปิดเมืองของหลายประเทศทั่วโลก และส่งผลให้ 5 เดือนแรก ส่งออกไทยหดตัว -3.7% นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้ส่งออกก็กำลังเผชิญกับปัญหาคู่ค้าต่างประเทศผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ยักษ์ส่งออกประชุมรับมือ

นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางกลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่ได้มีการนัดประชุมหารือเรื่องปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ในต้นเดือน ก.ค.นี้ เพราะหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประเทศคู่ค้าส่งออกหลายประเทศได้ประกาศมาตรการล็อกดาวน์ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ บางประเทศมีลูกค้าประสบปัญหาสภาพคล่อง หรือล้มละลาย จึงมีการเลื่อนชำระเงินค่าสินค้าส่งออก สร้างความเสียหายกับภาคการส่งออกขณะนี้ และกำลังส่งผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงสภาพคล่องของผู้ผลิตสินค้าเรียลเซ็กเตอร์แล้วตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เนื่องจากปัจจุบันการส่งออกไทยปีละ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่ประมาณ 90% จะใช้วิธีการชำระเงินแบบลูกค้าโอนเงินที่ผู้ส่งออกตามที่ตกลงกันไว้ โดยที่ไม่มีการให้แบงก์รับประกัน (TT) เป็นวิธีหลักที่นำมาใช้แทนระบบ L/C หรือ letter of credit เป็นวิธีเก่าที่ใช้เมื่อ 10-20 ปีก่อน เหตุที่ลูกค้าไม่นิยมเปิด L/C กับแบงก์ เพราะต้องวางเงินประกันไว้ที่แบงก์ ทำให้เงินจม และยังต้องเสียค่าธรรมเนียมให้แบงก์เพื่อค้ำประกันอีก มีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งลูกค้ามีปัญหาสภาพคล่องจ่ายไม่ไหว

“แต่เดิมระบบ TT ไม่มีปัญหา เราใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่เพิ่งมามีปัญหาปีนี้จากเศรษฐกิจไม่ดี โควิดทำให้ทำธุรกิจไม่ได้ ไม่มีเงินสดหมุนเวียน ออร์เดอร์สั่งซื้อก็ขอชะลอส่งมอบ เมื่อไม่ได้รับชำระเงินก็กระทบถึงผู้ผลิตสินค้าซึ่งจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ข้อแนะนำตอนนี้คือ ถ้าไม่ใช้วิธีการเปิด L/C กับแบงก์ ก็ต้องสแกนลูกค้าว่ามีฐานะการเงินดีไหม” นายสนั่นกล่าว

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังผู้ส่งออกอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารหลายกลุ่มประสบปัญหาเรื่องการชำระเงินล่าช้าพบว่า กลุ่มผู้ส่งออกข้าวได้เกิดกรณีขอขยายเวลาชำระเงินค่าข้าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเกิดโควิด-19 เนื่องจากบริษัทฟีนิกซ์ โบรกเกอร์ส่งออกข้าวในตลาดโลกประสบปัญหาสภาพคล่องจากค่าเงิน ประเด็นนี้ผู้ส่งออกหลายรายยอมรับว่า ปัญหาการขอยืดเวลาชำระเงินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน ซึ่งแต่ละรายต้องยอมเจรจาผ่อนปรนให้ลูกค้าขยายระยะเวลาชำระเงินเป็นราย ๆ ไป เพราะกังวลว่าหากส่งออกไม่ได้เลยจะกระทบมากกว่า

ศรีตรังฯเก็บเงินล่วงหน้า 100%

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เนื่องจากศรีตรังฯมุ่งเน้นส่งออก สิ่งที่ระวังมากที่สุดคือการเก็บหนี้ ในสถานการณ์ที่ออร์เดอร์จำนวนมากจะมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าลูกค้าเพิ่มขึ้น และดูเครดิตลูกค้า ซึ่งภาวะปกติเรื่องค่าเงินบาทเป็นความเสี่ยงธุรกิจศรีตรังฯมาก จึงเตรียมการเพื่อบริหารความเสี่ยงอยู่ตลอด

สอดคล้องกับที่นายวิทย์นาถ สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลจากโควิดทำให้ตลาดถุงมือยางเติบโตอย่างมาก บริษัทมีแผนขยายตลาดจาก 130 ประเทศ เป็น 180 ประเทศทั่วโลก ขณะนี้มีออร์เดอร์ล่วงหน้าและมีลูกค้าใหม่เข้ามาจำนวนมาก แต่การเลือกรับออร์เดอร์ลูกค้าใหม่จะดูเป็นรายกรณี ซึ่งในส่วนของเงื่อนไขการชำระเงิน ยิ่งเป็นลูกค้าใหม่ต้องจ่ายล่วงหน้า 100% ไม่เช่นนั้นจะไม่ปล่อยสินค้า

ขณะที่นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือทียู กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดทำให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลต่อธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็ง ซึ่งครึ่งหนึ่งขายผ่านช่องทางร้านอาหาร โรงแรมกระทบบ้าง และมีปัญหาของการเลื่อนการชำระเงินบ้าง แต่จากที่ติดตามก็มีปริมาณไม่มาก อยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่บริษัทต้องติดตามการดำเนินงานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด

4 มาตรการแก้ปัญหาเบี้ยวหนี้

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอาหารสำเร็จรูป เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกเริ่มประสบปัญหาในเรื่องการดึงเกมชำระเงินช้า แต่ยังไม่ถึงขนาดเบี้ยวหนี้ อาจเพราะในอุตสาหกรรมอาหารยังเป็นสินค้าพื้นฐานที่มีการซื้อขายได้จริง ซึ่งโดยปกติการขายสินค้าอาหารสำเร็จรูปจะใช้วิธีชำระเงินเมื่อเห็นเอกสาร (at sight) แต่มีบางกรณีที่เป็นลูกค้าระยะยาวก็จะมีการขอเครดิต 60 วัน ผู้ส่งออกได้เตรียมมาตรการป้องกันปัญหาการผิดนัดชำระเงินดังนี้ คือ 1) กรณีลูกค้าใหม่ ผู้ส่งออกควรให้เปิด L/C หรือโอนเงินเต็มจำนวนก่อนส่งมอบสินค้า

2) ในกรณีลูกค้าเก่า ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเครดิต ถ้ามีสาขาในประเทศขอรับเป็นเช็ค ลงวันที่ล่วงหน้า ตามกำหนดการชำระเงิน

3) ในกรณีที่เป็นลูกค้าต่างประเทศ และมีเครดิตดี อย่างน้อยที่สุดควรขอเทอมกำหนดการชำระเงินเป็น DP at sight (ให้เรียกเก็บเงินก่อนส่งมอบเอกสารให้ผู้นำเข้าไปรับสินค้า)

หรือ 4) ลูกค้าที่เป็นกลุ่มก้ำกึ่งเคยซื้อขายกัน ควรขอเป็นชำระเงินล่วงหน้า 50% และอีก 50% ชำระเมื่อเห็นเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ คือ ทำประกันการส่งออกกับธนาคาร

เสื้อผ้าขอเลื่อนรับสินค้า

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มพบว่ามีลูกค้าขอยืดเวลาการรับมอบสินค้า ซึ่งก็หมายถึงยืดเวลาในการชำระเงินด้วย จากเดิมจะใช้วิธีการเปิด L/C ซึ่งภายใน 15 วันก็จะได้รับชำระเงิน หรือบางรายจะใช้วิธีโอนเงินก่อนส่งสินค้าโดยไม่ผ่านธนาคาร หรือ TT ซึ่งจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์

จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวหลังโควิด-19 ผู้นำเข้าต่างประเทศโดยเฉพาะร้านค้าเสื้อผ้าต่าง ๆ ต้องปิดตัวชั่วคราว ทำให้กลุ่มนี้ขอยืดเวลาชำระเงินเกือบทั้งหมด ในช่วงเดือน มี.ค.-ส.ค. 2563 ส่วนใหญ่จะ
กลับมาเริ่มประกอบธุรกิจอีกครั้งในเดือน ก.ย.

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่การผลิตส่งออกไม่ได้ ผู้ประกอบการก็หันมาผลิตกลุ่ม medical textile เช่น ชุด PPE หน้ากากผ้า รองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ มีเข้ามาคิดเป็นสัดส่วน 50% ซึ่งในกรณีการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้ารายใหม่ ๆ ก็จะมีเงื่อนไขเรื่องการชำระเงิน เช่น ให้วางมัดจำเงินสดก่อน 30-50% แล้วจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนที่ส่งมอบ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้

จับตา ก.ย.โรงย้อม-โรงทอปิดตัว

“ถามว่าตลาดไหนเสี่ยงปัญหานี้ ทุกตลาดได้รับผลกระทบเรื่องนี้หมดจากเศรษฐกิจชะลอตัว และน่าแปลกที่อาเซียนเป็นตลาดที่มีเปอร์เซ็นต์ติดลบที่เยอะที่สุด ภาพรวมการส่งออกเครื่องนุ่งห่มคาดว่าทั้งปี ยอดจะติดลบ 25% จากที่เคยทำได้ 2.1 แสนล้านบาท โดยในช่วง 5 เดือนแรก กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มน่าจะลดลงประมาณ 30% แล้ว”

นายยุทธนากล่าวว่า ประเด็นที่น่าห่วงขณะนี้ คือ การที่ตลาดชะลอตัวยาว เพราะร้านค้าผู้ประกอบการปิดตัว ซึ่งกว่าจะกลับมาเปิดก็เดือน ต.ค. ซึ่งในช่วงนี้กลุ่มเครื่องนุ่งห่มยังสามารถส่งออกหน้ากากผ้ามาชดเชยได้ แต่ส่วนใหญ่ก็มีออร์เดอร์ถึงเดือน ส.ค. ทำให้ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบที่แท้จริงของอุตสาหกรรม ยังไม่มีการใช้สิทธิเยียวยา ให้ประกันสังคมจ่าย 62% แต่กังวลว่าพอถึงเดือน ก.ย.ซึ่งหมดออร์เดอร์หน้ากากผ้า อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มจะทรุด

ขณะที่มาตรการเยียวยาของประกันสังคมก็สิ้นสุดเดือน ส.ค.พอดี ภาคเอกชนจึงพยายามจะขอให้รัฐบาลขยายมาตรการช่วยประกันสังคม 62% ออกไปอีก เพราะเริ่มเห็นผลกระทบจากที่ผู้นำเข้าขอเลื่อนรับมอบสินค้า ขณะที่โรงงานยังต้องสั่งผ้า สั่งด้าย ซึ่งคงจะเห็นการปิดตัวแน่นอน โรงย้อม โรงทอปิดตัว ขณะที่ซัพพลายเชนไทยก็จะประสบปัญหา

ห่วงครึ่งปีหลังเบี้ยวหนี้พุ่ง

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า ธนาคารเห็นสัญญาณผิดนัดชำระค่าสินค้าของกลุ่มผู้ส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 2563) ลูกค้าประกันการส่งออกของเอ็กซิมแบงก์ได้ยื่นเอกสารผู้ซื้อในต่างประเทศชำระเงินล่าช้ามูลค่าเพิ่มขึ้น 195% จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกค้างชำระกว่า 617.33 ล้านบาท โดยมีลูกค้ายื่นขอรับค่าสินไหมทดแทน 24 ราย มูลค่า 284.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 12 ราย มูลค่า 87.50 ล้านบาท

สาเหตุส่วนใหญ่ 92% เกิดจากผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า รองลงมาคือ ผู้ซื้อล้มละลายราว 8% ซึ่งประเทศที่มีมูลค่ายื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ส่วนประเภทสินค้าที่มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสูงสุด ได้แก่ ข้าว อาหารกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ ทั้งนี้ ปัญหามีทั้งเกิดจากสินค้าที่ส่งไปมีประเทศเหล่านี้เป็นตัวกลาง แต่ประเทศปลายทางที่สั่งสินค้าไม่จ่ายเงิน จึงกระทบเป็นลูกโซ่ และสินค้าบางประเภทก็แข่งขันสูง
สู้ประเทศคู่แข่งไม่ได้

“ผลกระทบจากโควิดทำให้ทุกคนขาดสภาพคล่อง โดยตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่า ลูกค้าแบงก์ที่ส่งสินค้าออกไปต้องรอ คู่ค้ายังไม่จ่ายเงิน ซึ่งลูกค้าบางส่วนก็ไม่ได้ทำประกันส่งออกไว้ ก็เป็นความเสี่ยง ตอนนี้ก็เริ่มมีเข้ามาขอทำประกันเพิ่มก็มี โดยเราก็พยายามบอกให้ทุกรายทำประกันกันไว้ เพราะช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสจะผิดนัดชำระมากขึ้น การเคลมประกันส่งออกก็คงเพิ่มขึ้น เพราะแคชโฟลว์ธุรกิจเริ่มสะดุด หลายประเทศก็ยังเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่เต็มที่ การค้าการขายก็ยังไม่ฟื้น” นายพิศิษฐ์กล่าว

นายพิศิษฐ์กล่าวอีกว่า แบงก์พยายามแนะนำลูกค้าให้พูดคุยกับคู่ค้าให้มากขึ้น ยังไม่ต้องรีบตัดเครดิต เพราะไม่อย่างนั้นแนวโน้มข้างหน้าอาจจะกระทบการทำการค้าในอนาคตได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดส่งออก