เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
Economic กฟผ. เริ่มตั้งไข่โรงไฟฟ้า SMR จ้างที่ปรึกษา-รัฐตั้ง NEPIO ขับเคลื่อน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ต.ค.) ขยับขึ้น 0.45% อยู่ที่ 81,164 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
ดูทั้งหมด

กกร. ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทย ตลาดติดตามตัวเลขสำคัญของสหรัฐ

01 ก.ค. 2563 | 18:53น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/7) ที่ระดับ 30.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ  ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (30/6) ที่ระดับ 30.89/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยกล่าวว่าการเปิดเศรษฐกิจที่รวดเร็วเกินคาดของสหรัฐนั้น ทำให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศเผชิญกับความท้าทายแบบใหม่ โดยจะเห็นได้จากหลักฐานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมาก และจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการควบคุมไวรัสชนิดนี้

ส่วนการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และแนวโน้มในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการดำเนินมาตรการของรัฐบาลในทุกระดับเพื่อให้การเยียวยาและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยผลสำรวจของ conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษกิจระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 98.1 ในเดือน มิ.ย. จากระดับ 85.9 ในเดือน พ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 91.0 โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐต่าง ๆ ในสหรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์  ทำให้เริ่มมีการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.89-30.99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.95/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นางเบอร์กิท ฮานสส์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า รายงานเศรษฐกิจไทยคาดว่า จีดีพีไทยปีนี้จะติดลบกว่า 5% จากเดิมที่เคยคาดติดลบ 3% และน่าจะใช้เวลามากกว่า 2 ปีที่กลับไปสู่จีดีพีระดับก่อนที่ประสบปัญหาโควิด-19 เนื่องจากผลกระทบของการระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ มีคนตกงานกระจายไปทั่ว และกระทบต่อครัวเรือนชนชั้นกลาง และครัวเรือนที่ยากจนก่อนเศรษกิจไทยจะฟื้นขยายตัวที่ 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65 แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน เช่น การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ การท่องเที่ยวที่เปราะบาง รวมถึงการค้าและห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 63 ลงมาเป็น -8.0 ถึง -5.0% จากเดิม -5.0 ถึง -3.0% แม้ในเดือน พ.ค. และมิ.ย. ภาครัฐจะทยอยคลายล็อกให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเปิดดำเนินการ แต่เครื่องชี้เศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะหดตัว จากกำลังซื้อที่อ่อนแอของครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะเดียวกันการส่งออกและการท่องเที่ยวยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและสถาการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศที่ยังไม่ยุติ จึงได้ปรับลดกรอบประมาณการการส่งออกปีนี้มาเป็น -10.0 ถึง -7.0% จากเดิม -10.0 ถึง 5.0% และปรับลดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาที่ -1.5 ถึง 1.0% จากเดิม  -1.5 ถึง 0.0%

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (1/7) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1231/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/6) ที่ระดับ 1.1201/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากตัวเลขดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มิ.ย.ของประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรป (EU) ที่ฟื้นตัวจากเดือนก่อนหน้า แม้ดัชนี PMI ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะหดตัว แต่ตัวเลขที่ปรับตัวขึ้นถือเป็นสัญญาณบวก เนื่องจากสะท้อนถึงการหดตัวในอัตราที่ลดน้อยลง โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลในหลายประเทศของยูโรโซนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการบริโภคที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1214-1.1244 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1231/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (1/7) เปิดตลาดที่ระดับ 108.11/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/6) ที่ระดับ 107.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าหลังจากค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเว่น มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ โดยทั้งสองให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19

นอกจากนี้ค่าเงินเยนยังได้รับแรงกดดันจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 11 ปี โดยดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นปรับตัวลงจาก -8 ในเดือน มี.ค. สู่ -34 ในเดือน มิ.ย. และอัตราว่างงานเดือน พ.ค. 63 อยู่ที่ระดับ 2.9% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.6% ในเดือน เม.ย. 63 โดยอัตราว่างงานของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือน พ.ค. เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้บริษัทหลายแห่งปลดพนักงานหลังจากธุรกิจหยุดชะงัก ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.45-108.16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.51/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน มิ.ย. จาก ADP (1/7) ดัชีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตชั้นสุดท้ายเดือน มิ.ย. จากมาร์กิต (1/7) ดัชนีการผลิตเดือน มิ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (1/7) การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน พ.ค. (1/7) รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (2/7) ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มิ.ย. (2/7) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (2/7) อัตราว่างงานเดือน มิ.ย. (2/7) ดุลการค้าเดือน พ.ค. (2/7) ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือน มิ.ย. จากสถาบันจัดการด้นอุปทานของสหรัฐ (ISM) (2/7) ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน พ.ค. (2/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.15/+0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.6/-1.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกร.