เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
ดูทั้งหมด

สหรัฐฯ ‘จมหนี้’ จากพิษโควิด เข้าสู่ยุค ‘ดอลลาร์อ่อน’

01 ส.ค. 2563 | 12:07น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

เป็นที่ทราบกันดีว่าดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินทรงอิทธิพลอันดับ 1 ของโลก โดยธนาคารกลางประเทศต่าง ๆนิยมเก็บไว้เป็นทุนสำรองต่างประเทศ อีกทั้งการซื้อขายทั่วโลกส่วนใหญ่ก็นิยมชำระด้วยดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วงแรก ๆ ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 และศูนย์กลางการระบาดยังไม่ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่งในเดือนมีนาคม เนื่องจากบรรดานักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์ ที่ปลอดภัยด้วยการเข้าซื้อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากสหรัฐอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางการระบาดและขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต ทำให้สถานการณ์กลับกลายเป็นตรงกันข้าม โดยดอลลาร์อ่อนค่าที่สุดในรอบ 2 ปีในวันที่ 27 กรกฎาคม เนื่องจากนักลงทุนหันไปหาทองคำแทน สภาวการณ์ดังกล่าวเริ่มถูกตั้งข้อสังเกตว่านี่คือ สัญญาณของการเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ดอลลาร์สหรัฐ “ถูกเท” เป็นเพราะสหรัฐตามหลังประเทศอื่น ๆ อย่างมากในแง่ของการยับยั้งการระบาด และคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ รวมทั้งยุโรป นอกจากนี้การต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส ก็ทำให้ระดับการขาดดุลของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นภูเขาเลากา ประจวบกับดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ค่าดอลลาร์อ่อนลง

มาร์ก แชนด์เลอร์ หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของแบนน็อกเบิร์น โกลบอล ฟอเรกซ์ ชี้ว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลต่าง ๆ ในลักษณะสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐเกิดขึ้นเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่ค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่เท่านั้นที่เคลื่อนไหวสวนทาง แต่ยังมีผู้เล่นรายอื่นเข้าร่วมมากขึ้นด้วย ทั้งบรรดาผู้จัดการสินทรัพย์ นักเก็งกำไร และกลุ่มใหญ่ ๆ อย่างกองทุนป้องกันความเสี่ยง ต่างเห็นว่าอนาคตดอลลาร์สหรัฐไม่สดใส

REUTERS/Rick Wilking/File Photo/File Photo

นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 4.9% เมื่อเทียบกับยูโร เนื่องจากมีการคาดหมายว่าเศรษฐกิจยุโรปจะฟื้นตัวดีกว่าสหรัฐ อ่อนลง 2.5% เมื่อเทียบกับเยนของญี่ปุ่น อ่อนลง 6.4% เมื่อเทียบโครนาของสวีเดน อ่อนลง 4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ ส่วนค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ก็ล้วน
แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เช่น ค่าเงินเรียลของบราซิลแข็งค่าขึ้นกว่า 6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเปโซของเม็กซิโกแข็งขึ้น 4.9% ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งใช้วัดการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับตะกร้าเงิน พบว่าอ่อนลง 3.77% ในเดือนกรกฎาคม ถือว่าอ่อนค่ามากที่สุดนับจากเดือนเมษายน 2011 ซึ่งในครั้งนั้นลดลง 3.85%

เจนส์ นอร์ดวิก ซีอีโอของเอ็กเซนเต บอกว่า ดอลลาร์สหรัฐเจอปัญหาหนักพร้อมกันหลายอย่าง ทำให้จากที่เคยแข็งค่ามาตลอด 6 ปี ก็เริ่มจะปรับฐาน เพราะมีแนวโน้มว่าสหรัฐจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่ย่ำแย่ที่สุดในแง่การควบคุมการระบาด ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ดังนั้นคิดว่าการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐจะอยู่ในทิศอ่อนค่าต่อไป เป็นการยากที่จะบอกว่าแนวโน้มเช่นนี้จะหยุดเมื่อไหร่

ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ทองคำเป็นฝ่ายได้เปรียบ โดยในตลาดล่วงหน้าเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1941.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยนอกจากเป็นเพราะดอลลาร์อ่อนค่าลงแล้ว ยังเป็นเพราะนักลงทุนหวั่นวิตกปัญหาเงินเฟ้อจากการที่ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ระดมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกู้วิกฤต นักวิเคราะห์บางคนประเมินว่าราคาทองคำอาจขึ้นไปแตะ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ภายใน 2 ปี

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น โดยในเดือนกรกฎาคม ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 4.2% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นของหลายประเทศที่ปรับขึ้นเนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าเพราะทำให้ต้นทุนค่าสินค้าและบริการจากสหรัฐมีราคาถูกลง ตราบใดที่ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า ตลาดหุ้นก็จะปรับขึ้นต่อไป ถ้านักลงทุนออกไปลงทุนหุ้นนอกสหรัฐมาก ๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อตลาดหุ้นสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนเริ่มออกไปลงทุนหุ้นต่างประเทศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และยังเป็นเช่นนั้นจนถึงปัจจุบัน