ค่าเงินบาทอ่อนค่า หลังจีดีพีไทยทรุดต่อในไตรมาส 2/2563
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/8) ที่รดับ 31.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (18/8) ที่ระดับ 31.14/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเทียบเท่าค่าเงินสกุลหลัก ก่อนการเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนกรกฎาคมของธนาคารกลางสหรัฐในคืนวันนี้ (19/8) เพื่อจับตาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
นอกจากนั้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี และความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นจะทำให้การเลือกตั้งเกิดความไม่โปร่งใส และจะทำให้เกิดการฉ้อโกงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
สำหรับดัชนีททางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยการเริ่มสร้างบ้านใหม่สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.6 สู่ระดับ 1.496 ล้านหลังในเดือนกรกฎาคม โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.22 ล้านหลังในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ การสร้างบ้านในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว
นอกจากนั้นการอนุญาตก่อสร้างบ้านใหม่ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.8 แตะ 1.495 ล้านหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า ภาคการก่อสร้างบ้านกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวรุนแรงเป็นประวัติการณ์จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านใหม่ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.8 แตะ 1.495
ในส่วนของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศ ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวานนี้ (18/8) ปิดบวก 9.20 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากนักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาอนุญาตให้ธนาคารกลับมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ถ้าหากการทดสอบภาวะวิกฤต (stress Test) รอบใหม่ได้ผลสรุปที่น่าพอใจ
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยใหม่ ๆ เพื่อหนุนการซื้อ-ขาย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.14-31.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/8) ที่ระดับ 1.1946/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/8) ที่ระดับ 1.1905/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (19/8) สหภาพยุโรปเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนกรกฎาคม ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 และดัชนีผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1934-1.1952 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1937/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/8) ที่ระดับ 105.26/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/8) ที่ระดับ 105.55/56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าเทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเช้าวันนี้ (19/8) ญี่ปุ่นเปิดเผยดุลการค้าเดือนกรกฎาคมที่ 11,600 ล้านเยน ซึ่งปรับตัวเกินดุลครั้งแรกหลังจากขาดดุลติดต่อกันถึง 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยการส่งออกติดลบร้อยละ 19.2 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ติดลบร้อยละ 21.0 และการนำเข้าติดลบร้อยละ 22.3 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ติดลบร้อยละ 22.8
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.23-105.50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.44/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายจีน (20/8), ดัชนีภาคการผลิตโดยธนาคารกลางรับฟิลาเดลเฟีย-สหรัฐ (20/8), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (20/8), ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นเดือนกรกฎาคม (21/8), ยอดค้าปลีกสหราชอาณาจักรเดือนกรกฎาคม (21/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเยอรมันเดือนสิงหาคม (21/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหภาพยุโรปเดือนสิงหาคม (21/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหราชอาณาจักรเดือนสิงหาคม (21/8), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหรัฐเดือนสิงหาคม (21/8), ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐเดือนกรกฎาคม (21/8), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหภาพยุโรปเดือนสิงหาคม (21/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.55/0.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 2.80/4.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ