เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
Biz Movement ชาวฝรั่งเศส แย่งกันซื้อแอร์ เตรียมรับคลื่นความร้อนระลอกใหม่
เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
EV เอ็มจี แจงกรณีรถอีวี ‘MG4’ ไฟไหม้ ยันไม่เกี่ยวคุณภาพผลิตภัณฑ์
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
Finance ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” นักลงทุนจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-สงคราม-เฟด
เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
Business เส้นทางธุรกิจ ‘โน้ส อุดม’ กว่า 30 ปีสร้างอาณาจักรเดี่ยวไมโครโฟน
BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
EV BYD SEAL 6 เพิ่มรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท 
เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี
Finance เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี
‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
Biz Movement ‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
นายกฯ พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ยันทำตามนโยบาย
Politics นายกฯ พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ ยันทำตามนโยบาย
ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
Biz Movement ชวนชมนิทรรศการ “Six Landscapes: 6 ภูมิทัศน์แห่งถ้วยชาญี่ปุ่น” ที่สยาม ทาคาชิมายะ
“ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
Tech “ญี่ปุ่น-มาเลย์” ปั้นชิป AI เจาะน่านน้ำใหม่ 4.1 แสนล้าน ชน Nvidia
ดูทั้งหมด

เปิดพิมพ์เขียว แก้รัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจ ส.ว. ยกเลิกนิรโทษกรรม คสช.

21 ส.ค. 2563 | 19:43น.

เปิดพิมพ์เขียว ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจ ส.ว. ยกเลิกนิรโทษกรรม คสช.

นาทีนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 กลายเป็นฉันทามติทั้งในสภา – นอกสภา โดยจุดเริ่มต้นมาจากม็อบนิสิต นักศึกษา

กลายเป็นการเมืองกระแสหลักที่รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ที่ประชุมมีมติจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แต่ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นด้วย

สอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 6 พรรคฝ่ายค้านที่ให้มีการตั้ง ส.ส.ร. แต่ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 แต่มีเงื่อนไขของพรรคกก้าวไกลที่ขอ “สงวนความเห็น” ไว้ไปอภิปรายเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการ

ซีกรัฐบาล คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ชุดที่มี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธานกรรมาธิการ เตรียม “ชง” ข้อเสนอให้รัฐบาลไปพิจารณา

ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะแนบ “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ของรัฐบาลมาประกบ

ว่ากันว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญในสภา จะเริ่มต้นก่อนปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 19 กันยายน ที่จะถึงนี้

อัพเดทล่าสุดในเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญซีกรัฐบาล กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ – แนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มี “พีระพันธุ์” เป็นประธาน

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ที่มี “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เป็นประธาน ได้ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในหลากหลายประเด็น

แต่ที่ปมเดือดทั้งใน – นอกสภา มีแค่ 2 หัวข้อหลักคือ 1.วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ว่ากันว่ายากเย็นแสนเข็ญ เพราะติดล็อกรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับการเห็นชอบจากทุกพรรคการเมือง และสมาชิกวุฒิสภา 2.การยกเลิก 250 ส.ว.ในบทเฉพาะกาล และล้างผลพวงรัฐประหาร

เริ่มจากวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มีการหารือ ทั้งแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขเนื้อหาในบทบัญญัติมาตรา 256

ชง 3 ช่องรื้อรัฐธรรมนูญ

ใจความ “ข้อสรุป” ของ กมธ.ถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มี 2 ข้อที่เป็นปัญหา 1. ปัญหาเกี่ยวกับเงื่อนไขในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จำเป็นจะต้องได้รับความเห็น พ้องต้องกันจากทุกฝ่าย (ส.ส.ทุกพรรคและ ส.ว.84 เสียงขึ้นไป) ตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 256 ซึ่งอาจทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่ประสบความสำเร็จ และอาจส่งผลให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณได้

2.ปัญหาเกี่ยวกับความชอบธรรมของที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันทามติจากประชาชน และเห็นว่าบทบัญญัติอื่น ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาหลายมาตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบัญญัติในมาตรา 256 นั้น ทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการ ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหา 3 ทาง แนวทางที่ 1 ควรแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราที่เห็นว่ามีปัญหาด้วย กระบวนการที่บัญญัติในมาตรา 256 ยกเว้นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะต้องไปผ่านการลงประชามติ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 256 (8)

เนื่องจากการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 หรือการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็อาจมีอุปสรรคเนื่องจากต้องจัดทำประชามติ หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้อาจ เสียงบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนมากถึง 3 พันล้านบาท หรือ 1 หมื่นล้านบาท แล้วแต่กรณี

แนวทางที่ 2  เพื่อให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จ ต้องแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา

ช่วงเวลาที่ 1.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในช่วงที่มีวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล สามารถทำได้ แก้ไขบทบัญญัติรายมาตรามีปัญหาเร่งด่วนไปก่อน

แล้วค่อยแก้ไขกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ส.ว. (โดยกำหนดให้มีผลหลังจากวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567) ซึ่งเป็นเวลาที่ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาล พ้นวาระทำหน้าที่ 5 ปีไปแล้ว

ช่วงเวลาที่ 2 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลพ้นวาระ 5 ปี ซึ่งสามารถแก้ไขประเด็นอื่น ๆ นอกเหนือจากที่แก้ไขไปแล้วในช่วงแรกได้ แต่ไม่ว่าจะแก้ไข ให้เป็นอย่างไร ก็จะต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม และมีการรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างแท้จริง

แนวทางที่ 3 ควรมีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ อย่างแท้จริง

ดังนั้น เมื่อช่องทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ทำได้ยาก หรือแทบ “เป็นไปไม่ได้” เพราะต้องได้รับการเห็นชอบจากทั้ง ส.ส.และ ส.ว. อีกทั้งบทบัญญัติในมาตรา 256 (8) กำหนดประเด็นที่จะต้องไปทำประชามติ เช่น อำนาจศาล อำนาจองค์กรอิสระ และคุณสมบัติตำแหน่งต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ

ลดอำนาจ ส.ว.ขวางแก้รัฐธรรมนูญ

ข้อเสนอแนะในการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อ “ปลดล็อก” ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ง่ายขึ้น ทาง กมธ.จึงเสนอทางออกไว้ 5 ทาง

แนวทางที่ 1  แก้ไขกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้เหมือนกับที่เคยบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

แนวทางที่ 2  ในช่วงที่ ส.ว.ในบทเฉพาะกาลยังทำหน้าที่อยู่ ควร “ตัดเงื่อนไข” ที่กำหนดให้ ส.ว.ต้องเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมดที่มีอยู่ คือ 84 เสียง

แนวทางที่ 3 กำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องได้รับความเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยให้มีผลหลังจากวันที่ 11 พฤษภาคม 2567

แนวทางที่ 4 แก้ไขมาตรา 256 (8) โดยกำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หน้าที่และอำนาจของศาล และองค์กรอิสระ หรือเรื่องเกี่ยวกับ คณะสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงต แหน่งต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องผ่านการออกเสียงประชามติ

แนวทางที่ 5 แก้ไขมาตรา 256 (8) โดยกำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวกับบททั่วไป พระมหากษัตริย์ หน้าที่และอำนาจของศาล และองค์กรอิสระ หรือเรื่องเกี่ยวกับคณะสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องผ่านการออกเสียงประชามติ

รื้อ ส.ว.ทหาร ลบมาตรานิรโทษ คสช.

สำหรับ “ใจกลาง” อุปสรรคการแก้รัฐธรรมนูญคือ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล เพราะเป็น “ด่าน” สำคัญที่จะ

กมธ.สรุป “ปัญหา” ของ ส.ว.สายตรงทหาร 250 คนว่า  ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลในทางปฏิบัตินั้นขาดความหลากหลาย อีกทั้ง การคัดเลือก ส.ว.จากกรรมการสรรหาบางท่านก็เกิดคำถามเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แต่กลับให้อำนาจค่อนข้างมาก

ทั้งอำนาจในการติดตาม เร่งรัด และเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตลอดจนการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการให้อำนาจ ที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับที่มาของวุฒิสภาแล้ว เห็นว่าน่าจะไม่เหมาะสม

2.ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ ยังให้อำนาจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ได้ถึง 2 สมัย เมื่อเทียบกับที่มาของ ส.ว.แล้ว ก็เกิดคำถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

กมธ.จึงมีข้อเสนอแนะ ว่า  ควรมีการปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติในประเด็นที่กล่าวถึงที่มาของ ส.ว.ในบทเฉพาะกาล และอำนาจให้เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังการศึกษายังแตะไปถึง มาตรา 279 ที่รองรับความชอบด้วยกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ที่รับรองการกระทำ คำสั่ง และประกาศของ คสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

โดย กมธ.สรุปว่า “ขัดต่อหลักนิติธรรมเพราะส่งผลให้การกระทำของ  คสช.ไม่สามารถถูกตรวจสอบได้”

จึงมีข้อเสนอแนะ “ควรยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้รัฐธรรมนูญ