เงินบาทแข็งค่า หลังส่งออกพุ่ง หนุนไทยเกินดุลการค้ากว่าที่คาด
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที 4 สิงหาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/8) ที่ระดับ 31.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (21/8) ที่รtดับ 31.53/55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากเมื่อคืนวันศุกร์ (21/8) มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ จากสถาบัน IHS Markit ดีดตัวสูงระดับ 54.7 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน จากระดับ 50.3 ในเดือนกรกฎาคม
ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะขยายตัว ทั้งภาคการผลิตและบริการ โดยภาคบริการมีการขยายตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐนั้นก็เริ่มทรงตัว และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐก็ได้ออกมาแถลงยืนยันว่า สำนักงานอาหารและยาขอสหรัฐได้อนุมัติให้ใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกันในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งพลาสมานั้นมาจากน้ำเลือดที่บริจาคโดยผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงวิธีการรักษาดังกล่าวได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่เมืองแจ๊กสัน โฮลในวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ โดยนักลงทุนยังคงจับตารอการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟด และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในวันที่ 27 สิงหาคมนี้เช่นกัน
ในส่วนของค่าเงินบาทเปิดตลาดทรงตัว แต่หลังจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขนำเข้า-ส่งออกของไทย สำหรับเดือนกรกฎาคม ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยมูลค่าการส่งออกเดือนกรกฎาคมหดตัวร้อยละ 11.37 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัวร้อยละ 17.80 ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าเดือนกรกฎาคมนั้นหดตัวร้อยละ 23.38 ซึ่งแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 23.20
ส่งผลให้ดุลการค้าเดือนกรกฎาคมไทยเกินดุลการค้า 3,343 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าคาดที่ 1,112 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ระหว่างวันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.45-31.63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.45/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/8) ที่ระดับ 1.1796/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 1.18908/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงหลังจากเมื่อวันศุกร์ (21/8) ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการเดือนสิงหาคม ของยูโรโซนออกมาค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 51.7 ใกล้เคียงมาจากเดือนกรกฎาคมที่ 51.8 แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 52.9
ส่วนภาคบริการนั้นออกมาที่ระดับ 50.1 ซึ่งลดลงมาจากเดือนกรกฎาคม ที่ระดับ 54.7 และต่ำกว่าคาดที่ระดับ 54.5 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1783-1.1840 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1834/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/8) ที่ระดับ 105.75/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 105.60/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังตากนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเข้าโรงพยาบาลถึง 2 ครั้งในรอบสัปดาห์ ทำให้ตลาดตั้งข้อสงสัยและเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.68-105.94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.70/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เยอรมนีไตรมาสสอง (25/8), ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจเยอรมนีจากสถาบัน Ifo เดือนสิงหาคม (25/8), รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนสิงหาคมจากสถาบัน CB (25/8), ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐเดือนกรกฎาคม (25/8), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐเดือนกรกฎาคม (26/8), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สหรัฐ ไตรมาสสอง (27/8), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (27/8), ดัชนีราคาผู้บริโภคเขตโตเกียวญี่ปุ่นเดือนสิงหาคม (28/8), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ฝรั่งเศสไตรมาสสอง (28/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.65/0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 7.90/9.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ