เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ส่อง 8 หุ้นเด่น พื้นฐานดี-จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ลงทุนรับมือความผันผวน

02 ก.ย. 2563 | 07:30น.
FILE PHOTO: A man wearing a protective mask is seen inside the Shanghai Stock Exchange building, as the country is hit by a new coronavirus outbreak, at the Pudong financial district in Shanghai

FILE PHOTO: A man wearing a protective mask is seen inside the Shanghai Stock Exchange building, as the country is hit by a new coronavirus outbreak, at the Pudong financial district in Shanghai

บล.โกลเบล็ก แนะนำซื้อ 8 หุ้นเด่น พื้นฐานแข็งแกร่ง-ปันผลสม่ำเสมอ ประเมินแนวโน้ม SET Index สัปดาห์นี้แกว่งในกรอบ 1,300-1,350 จุด จับตาการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรอบเดือน ก.ค. – ส.ค.นี้

วันที่ 2 กันยายน 2563 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบดัชนีที่ระดับ 1,300-1,350 จุด โดยปัจจัยเชิงบวกในประเทศมาจากการที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค.63 ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการใช้จ่ายภาครัฐและการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนผ่านการบริโภคภาคเอกชน มูลค่าการส่งออกสินค้า และการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง

อีกทั้ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือน ก.ค. ที่เริ่มทยอยฟื้นตัวหลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ และทางกิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มกลับมาขับเคลื่อนได้

ขณะที่ปัจจัยบวกจากต่างประเทศมาจากการที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” เพื่อสนับสนุนตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐ  อีกทั้งสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ค. และในส่วนของประเทศจีนเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการพุ่งแตะ 55.2 จุด ในเดือน ส.ค. ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตชะลอตัวลงแตะ 51 จุด แต่ยังขยายตัว

โดยปัจจัยที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้ ได้แก่

  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต เดือน ส.ค.ของจีน
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ เดือน ส.ค.ของจีน
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน ส.ค.ของสหรัฐ
  • ดัชนีภาคการผลิตเดือน ส.ค.ของสหรัฐ
  • การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือน ก.ค.ของสหรัฐ
  • ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ส.ค.ของสหรัฐ
  • ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือน ส.ค.ของสหรัฐ
  • ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ก.ค.ของสหรัฐ
  • รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จาก Fed
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ
  • ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ก.ค.ของสหรัฐ
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ส.ค.ของสหรัฐ
  • ดัชนีภาคบริการเดือน ส.ค.ของสหรัฐ
  • ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค.ของสหรัฐ

ส่วนด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนหุ้น “Defensive Stock” หรือหุ้นที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นหุ้นที่พื้นฐานค่อนข้างแข็งแกร่ง มีความเสี่ยงต่ำ และสามารถจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอเมื่อเทียบในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่

  • บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)
  • บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH)
  • กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF)
  • บมจ.ทีทีดับบลิว (TTW)
  • บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)
  • บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)
  • บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG)
  • บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

ด้าน นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวถึงแนวโน้มราคาทองคำว่า ราคาทองคำผันผวนอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,976 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับตัวลงแตะจุดต่ำสุดที่ 1,909 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังจีนยิงขีปนาวุธ 2 ลูกลงสู่ทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 26 ส.ค.63 หลังพบเครื่องบินสอดแนม U-2 ของสหรัฐฯ ลำหนึ่งบินเข้ามาในเขตห้ามบินโดยไม่ได้รับอนุญาตระหว่างที่กองทัพเรือของปักกิ่งกำลังซ้อมรบ

ขณะที่กรอบราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ประเมินไว้ที่ 1,900-1,980 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยที่  27,830-29,130 บาท/บาททองคำ โดยหากราคาหลุดแนวรับที่ 1,900 ดอลลาร์/ออนซ์ ให้ระวังแรงขายออกเพิ่มเติม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้น