Skip to content

“สภาพัฒน์” นัดด่วน “เอกชน-แบงก์” ถกวาระสิ้นสุดมาตรการพักหนี้

08 ต.ค. 2563 | 17:37น.
“สภาพัฒน์” นัดด่วน “เอกชน-แบงก์” ถกวาระสิ้นสุดมาตรการพักหนี้

เลขาฯ สภาพัฒน์ นัด “เอกชน-แบงก์” สัปดาห์หน้า ถกรับมือสิ้นสุดมาตรการ “พักหนี้” หวั่นธุรกิจจ่ายไม่ไหว

วันที่ 8 ตุลาคม 2563 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ สศช. รับเป็นเจ้าภาพเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงแนวทางการรับมือมาตรการพักชำระหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 22 ตุลาคม นี้

โดยในสัปดาห์หน้า สศช. จะเชิญ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธปท. รวมถึงกระทรวงการคลังมาหารือกัน เพื่อหาทางมาตรการดูแลเรื่องดังกล่าว

“ที่ประชุม ศบศ. คุยกันว่า การจะดำเนินการตามข้อเสนอที่เอกชนเสนอมาหรือไม่ ทางภาคเอกชนกับแบงก์ จะต้องมาหารือร่วมกันให้ชัดเจนก่อน โดยมอบให้ สศช. เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาคุย ก็จะเชิญมาในสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อสรุปว่าจะดูแลอย่างไร หากมีความชัดเจนแล้ว ก็จะเสนอรองนายกรัฐมนตรี ก่อนเสนอเข้า ศบศ. ต่อไป” นายดนุชากล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบศ. ได้รับทราบข้อเสนอของภาคเอกชน ที่เสนอโดยคณะอนุกรรมการวิเคราะห์และสนับสนุนเศรษฐกิจรายสาขา โดย 1 ในข้อเสนอดังกล่าว มีการขอให้ภาครัฐดูแลเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจ อาทิ การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) และจัดตั้งกองทุนพิเศษ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ การขยายเวลาชำระหนี้สำหรับธุรกิจ การขยายการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ การปรับโครงสร้างหนี้

นอกจากนี้ ศบศ. ยังได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท. ประกอบด้วย 3 ระยะที่สำคัญ ประกอบด้วย

1) การเยียวยาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย SMEs Corporate ได้แก่ ลูกหนี้รายย่อย รวมมูลค่า 3.84 ล้านล้านบาท จำนวน 10.97 ล้านบัญชี ลูกหนี้ SMEs รวมมูลค่า 2.14 ล้านล้านบาท จำนวน 1.12 ล้านบัญชี และลูกหนี้ corporates รวมมูลค่า 0.92 ล้านล้านบาท จำนวน 37,114 บัญชี

2) สถาบันการเงินติดตามดูแลลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ติดต่อลูกหนี้ ไปเยี่ยมกิจการ เพื่อประเมินผลกระทบ รวมทั้งจัดทำช่องทางให้ลูกหนี้แจ้งสถานะและความประสงค์ในการรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เป็นต้น
และ

3) การเตรียมมาตรการรองรับการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป โดยลูกหนี้ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้หลายรายสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ DR BIZ ซึ่งเป็นระบบ one stop service ให้ลูกหนี้ได้ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อแก้ไขหนี้เดิม และมีโอกาสได้สินเชื่อใหม่

เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า แม้ว่ายอดปิดกิจการ จะดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เนื่องจากยังมีความกังวลกันถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจ หลังจากจบมาตรการพักชำระหนี้แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พักหนี้ สภาพัฒน์