เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

IMF ปรับ GDP โลกเพิ่ม มองเศรษฐกิจโตดี แม้ยังมีความเสี่ยงในระยะยาว

11 ต.ค. 2560 | 21:27น.

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook Update) ในเดือนตุลาคม 2017 ซึ่งมีการปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2017 และ 2018 ขึ้นเป็น 3.6% และ 3.7% จากคาดการณ์เดิมในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ระดับ 3.5% และ 3.6% ตามลำดับ โดยเป็นการปรับเพิ่มประมาณการทางเศรษฐกิจจากช่วงครึ่งปีแรกจากการที่หลายกลุ่มประเทศมีการเติบโตดีเกินคาด สะท้อนถึงภาวะการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม

IMF เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลก มองการเติบโตระยะสั้นดีขึ้นหลายภูมิภาคโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เมื่อเทียบกับคาดการณ์ครั้งก่อนทั้งในเดือนเมษายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา ประมาณการเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักถูกปรับขึ้น โดยประมาณการล่าสุดสำหรับเขตยูโรโซนเติบโตที่ 2.1% และ 1.9% ในขณะที่ญี่ปุ่นเติบโตที่ 1.5% และ 0.7% ในปี 2017 และ 2018 ตามลำดับ พร้อมกันนี้ประเทศเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีนจะขยายตัวได้ราว 6.8% และ 6.5% สำหรับอินเดียจะเติบโตราว 6.7% และ 7.4% ในปี 2017 และ 2018 ตามลำดับ ในภาพรวมกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาจะเติบโตได้เฉลี่ย 4.6% ในปี 2017 และ 4.9% ในปี 2018 โดยเศรษฐกิจโลกในปี 2017 มีการเติบโตจากอุปสงค์ภายในประเทศและตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวดีและคาดมีแรงส่งต่อเนื่องในปี 2018 อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% แม้มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเล็กน้อยในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ จากความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่สหราชอาณาจักรยังเสี่ยงจาก Brexit โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.2% และ 2.3% ในปี 2017 และ 2018 ตามลำดับ ปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ ทำให้ IMF คาดว่าจะยังไม่มีแรงกระตุ้นเพิ่มเติมจากนโยบายการปฏิรูปภาษี สำหรับเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร ได้ปรับลดคาดการณ์ลงตามการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกที่ต่ำกว่าที่คาด จากการบริโภคในประเทศที่เติบโตช้าและค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่า อีกทั้งมองว่าการเติบโตของ สหราชอาณาจักรในระยะกลางยังมีความไม่แน่นอนสูงจากผลกระทบของ Brexit ทั้งในด้านอุปสรรคทางการค้า การอพยพแรงงาน และกิจกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ

IMF มองเศรษฐกิจโลกระยะยาวเสี่ยงกว่าระยะสั้น ในระยะสั้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่องอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตได้สูงกว่าที่คาด แม้จะยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ และจาก Brexit ขณะที่ในระยะยาว มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลกโตช้ากว่าที่คาด ได้แก่ 1) ภาวะการเงินตึงตัวเกินคาดจากการที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวถูกปรับสูงขึ้นตามกลไกตลาด ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ 2) ปัญหาหนี้ในจีนที่ยังคงเพิ่มขึ้นเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวในระยะต่อไปได้ 3) ภาวะการก่อหนี้และชำระหนี้ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่และประเทศที่พึ่งพาการกู้ยืม ที่จะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยโดยรวมที่สูงขึ้น นอกจากนี้ 4) ความเสี่ยงจากนโยบายการกีดกันทางการค้าและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ในคาบสมุทรเกาหลีอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้ทุกขณะ

อีไอซีมองว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการส่งออกและท่องเที่ยว แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศจะเป็นแรงส่งให้การส่งออกไทย และภาคการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นแรงสนับสนุนให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น อย่างไรก็ดี อีไอซีมองว่าสำหรับเศรษฐกิจไทย แม้มีพัฒนาการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่องที่ 3.6% ในปี 2017 และ 3.5% ในปี 2018 แต่ปัจจัยด้านราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มไม่กลับไปสูงเช่นได้อดีต และปัญหากำลังซื้อภายในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำจะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปของไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำทั้งในปีนี้และปีหน้าที่ราว 0.6% และ 1% ตามลำดับ

ภาวะการเงินโลกที่มีแนวโน้มตึงตัวขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตลาดการเงินไทยในด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะต่อไป แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและการลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมทั้งการลดวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลางในเขตยูโรโซนและญี่ปุ่น จะทำให้เกิดความตึงตัวในตลาดการเงินมากขึ้น หากตลาดการเงินโลกตอบสนองรุนแรงเกินกว่าที่คาด อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลดลง และอาจก่อให้เกิดการไหลย้อนกลับของเงินทุนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนารวมถึงไทยได้ อย่างไรก็ตาม อีไอซีประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงความเสี่ยงด้านต่ำที่เพิ่มมากขึ้น และจะไม่ส่งผลต่อภาวะตลาดการเงินของไทยมากนัก เพราะปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยยังคงดีต่อเนื่อง ประกอบกับสถานะการเงินระหว่างประเทศของไทยยังคงเข้มแข็ง จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลต่อนัยยะค่าเงินบาทที่จะยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าในระยะสั้น แต่จะเริ่มทยอยอ่อนค่าได้ถึง 33.5-34.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ ณ สิ้นปี 2018 ตามแนวโน้มการลดการผ่อนคลายทางนโยบายการเงินในกลุ่มประเทศหลัก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) ไอเอ็มเอฟ (IMF)