เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
Biz Movement เมืองสุขสยาม ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ดิวาลี ชวนสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอินเดียร่วมสมัย
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,450 บาท
Taobao แจงปมถูกแอบอ้างแบรนด์ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับ ‘บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด’
Tech Taobao แจงปมถูกแอบอ้างแบรนด์ ย้ำไม่เกี่ยวข้องกับ ‘บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด’
ไทยยูเนี่ยน Q3 ยอดขาย 3.57 หมื่นล้าน  เดินหน้า Strategy 2030
Economic ไทยยูเนี่ยน Q3 ยอดขาย 3.57 หมื่นล้าน  เดินหน้า Strategy 2030
หุ้นไทยโค้งท้ายปีมีลุ้นฟื้น จับตากำไร บจ. Q3 ชี้ชะตา ‘ทิสโก้’ ชู 7 หุ้นฝ่าตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยโค้งท้ายปีมีลุ้นฟื้น จับตากำไร บจ. Q3 ชี้ชะตา ‘ทิสโก้’ ชู 7 หุ้นฝ่าตลาดผันผวน
เลือกตั้งสหรัฐสะเทือนเศรษฐกิจโลก ‘ธนวรรธน์’ ชี้ผล 2 สภากำหนดทิศสงคราม-การค้า
Economic เลือกตั้งสหรัฐสะเทือนเศรษฐกิจโลก ‘ธนวรรธน์’ ชี้ผล 2 สภากำหนดทิศสงคราม-การค้า
เชียงใหม่ขอสายการบิน “เลี่ยงบิน” ช่วงยี่เป็ง 69 หวั่น “โคมลอย” กระทบความปลอดภัยน่านฟ้า
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่ขอสายการบิน “เลี่ยงบิน” ช่วงยี่เป็ง 69 หวั่น “โคมลอย” กระทบความปลอดภัยน่านฟ้า
ท่องเที่ยวไทยส่อเสียแชมป์! หอการค้าฯ ชี้เวียดนามแย่งลูกค้า คาดปี’70 ฟื้น 34 ล้านคน แต่เสี่ยงหลุดเป้า
Economic ท่องเที่ยวไทยส่อเสียแชมป์! หอการค้าฯ ชี้เวียดนามแย่งลูกค้า คาดปี’70 ฟื้น 34 ล้านคน แต่เสี่ยงหลุดเป้า
ครม.ตั้ง ปลัดคมนาคม เป็น ‘ประธานบอร์ด รฟม.’
Politics ครม.ตั้ง ปลัดคมนาคม เป็น ‘ประธานบอร์ด รฟม.’
มช. ปั้น “PockaJoo” ถุงซึมซับปัสสาวะผู้ป่วยชาย แก้เพนพอยต์ผู้ป่วยติดเตียง เร่งต่อยอดเชิงพาณิชย์
การศึกษา มช. ปั้น “PockaJoo” ถุงซึมซับปัสสาวะผู้ป่วยชาย แก้เพนพอยต์ผู้ป่วยติดเตียง เร่งต่อยอดเชิงพาณิชย์
ดูทั้งหมด

ถึงเวลาประเทศไทย… เปิดรับ “ต่างชาติ” หรือยัง ?

09 ต.ค. 2563 | 17:15น.
ภูเก็ตเปิดรับนักท่องเที่ยว
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]

นับตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยจำนวนไม่น้อยคงจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อได้รับข้อมูลว่า รัฐบาลไทยเราได้เริ่มทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาแล้ว

โดยจากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า เที่ยวบินแรกที่จะบินเข้าประเทศไทย คือ กลุ่มลองสเตย์จากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน จำนวน 150 คน โดยสารเครื่องบินชาร์เตอร์ไฟลต์ หรือเครื่องเช่าเหมาลำ บินตรงสู่เมืองภูเก็ตในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

และจะมีเข้ามาเพิ่มเติมอีกในวันที่ 25 ตุลาคม โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินไทยสมายล์ จำนวน 126 คน ที่บินตรงเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเข้ากักตัวที่โรงแรม ASQ ในกรุงเทพฯ รวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำของการบินไทยจากโซนยุโรป สแกนดิเนเวีย และเชงเก้นอีก 120 คน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน

ต้องยอมรับกระแสข่าวนี้สร้างความวิตกกังวลให้กับคนไทยส่วนหนึ่งไม่น้อย เพราะหวั่นว่านักเดินทางเหล่านี้จะนำมาซึ่งการระบาดของไวรัสโควิดอีกครั้ง หลังจากที่คนไทยทั้งประเทศรู้สึกสบายใจกับการกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว

ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่ามีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ลุ้นและอยากให้รัฐบาลเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้แล้ว โดยมองว่ากลุ่มนักเดินทางเหล่านี้กระเป๋าหนัก ใช้จ่ายสูง น่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศไทยในช่วงวิกฤตแบบนี้ได้บ้าง

โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเซ็กเตอร์ที่เคยทำรายได้เข้าประเทศปีละ 2 ล้านล้านบาทนั้นได้หยุดชะงัก ผู้ประกอบการมีรายได้แทบจะเป็นศูนย์มาร่วม 7-8 เดือนแล้ว คนในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคนได้รับผลกระทบอย่างหนัก

การแง้มประตูรับต่างชาติครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณบวกที่ดีสำหรับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย

ที่สำคัญ แนวทางดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวเกิด “ความหวัง” ขึ้นมาทันที เพราะหากกลุ่มแรกที่เข้ามาไม่สร้างปัญหา และเราสามารถบริหารจัดการได้ นั่นหมายถึงโอกาสที่ “ประตู” จะเปิดกว้างขึ้น และกว้างขึ้น ตามมาแน่นอน

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเราก็จะมี “โอกาส” ฟื้นตัวได้ในเวลาที่เร็วขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,362 คน ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก คือ ภูเก็ต, เชียงใหม่, เกาะสมุย, กระบี่, พัทยา (ชลบุรี) เกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทุกประเทศ แต่เห็นด้วยว่าควรเปิดรับกลุ่มที่มีความจำเป็นเท่านั้น โดยมีเพียงคนในภูเก็ตและสมุยเที่ยอมรับการท่องเที่ยวแบบจับคู่ประเทศ เช่นเดียวกับความเห็น กรณีกลุ่มที่เข้ามาพักระยะยาว หรือลองสเตย์นั้น 1-2 ปีที่คนส่วนใหญ่ในภูเก็ตและสมุยที่ยอมรับ

ที่สำคัญ ยังพบว่าคนส่วนใหญ่มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ควรมีการกักตัว 14 วัน และต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น

หากสรุปจากผลการสำรวจนี้จะพบว่ามีเพียงแค่ภูเก็ตและเกาะสมุย 2 พื้นที่เท่านั้นที่ยินดีต้อนรับชาวต่างชาติ และการเข้ามาก็ต้องกักตัว 14 วันตามมาตรฐานของ ศบค.ด้วย

แต่ในความเป็นจริงขณะนี้รัฐบาลไทยเปิดกว้างให้ต่างชาติเข้ามาแล้วกว่า 10 กลุ่ม อาทิ กลุ่มจัดแสดงสินค้า, เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์, ลองสเตย์, นักกีฬา, สมาชิกบัตรอีลิตการ์ด, สมาชิกบัตร APEC ฯลฯ เข้ามาจังหวัดไหนก็ได้ทั่วประเทศ และกักตัว 14 วัน

ในมุมผู้เขียนเองยอมรับว่า แอบลุ้นให้ไทยลองเปิดรับต่างชาติดูบ้าง แต่อยากให้ทดลองเป็นกรุ๊ปขนาดเล็กก่อน และทำแบบเปิดเผย ทำให้คนไทยทั่วประเทศเห็นว่ารัฐมีขั้นตอนการบริหารจัดการที่เป็นขั้นเป็นตอน มีระบบที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติเข้ามาเกิดความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะปลอดภัย

เพราะเชื่อว่า หากทุกคนได้เห็นถึงขั้นตอนการดูแลชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างปลอดภัย สุดท้ายพวกเขาจะเกิดความเชื่อมั่นและเปิดใจยอมรับได้มากขึ้น เมื่อถึงเวลานที่รัฐประกาศลดจำนวนวันกักตัว หรืออาจจะไม่ต้องกักตัวเลย คนไทยก็ไม่รู้สึกกลัวและสบายใจมากขึ้นเมื่อต้องอยู่ร่วมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ขอเพียงแค่ทำทีละสเต็ป อย่าใจร้อน และอย่าลืมว่าการสร้างความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้คนในพื้นที่เป็นประเด็น่สำคัญที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ