วันที่ 15 ตุลาคม 2563 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการเข้าพบของนาย หวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi) มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในโอกาสการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการว่า
นายหวัง อี้ให้ความสำคัญกับประเทศไทย และพูดคุยในหลายเรื่องและการช่วยเหลือต่างๆ และชื่นชมการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน เช่น ฟาสต์เลนเพื่อเตรียมตัวเปิดประเทศไปมาหาสู่กันเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งไทยจะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 เพื่อพิจารณาในรายละเอียด ทั้งเรื่อง State Quarantine (SQ) จะกักตัวให้เหลือ 7 วัน หรือ 10 วัน
อย่างไรก็ตามนักธุรกิจไม่ต้องการให้มีการ SQ เลย ดังนั้นจึงต้องพิจารณาให้รัดกุมมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องอำนวยความสะดวกให้เกิดความรวดเร็วด้วย และกรีนเลนในการอำนวยความสะดวกเส้นทางขนส่งสินค้าตลอดเส้นทาง
นายอนุชากล่าวว่า นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการลงทุน เช่น โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจีนให้ความสำคัญและประเทศไทยก็เป็นหุ้นส่วนที่ดีในด้านการค้าการลงทุน และโครงการเส้นทางสายไหม หรือ BRI เช่น ความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งไทยมีส่วนสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างยิ่ง ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง
นายอนุชากล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับในโอกาสที่นายหวัง อี้ มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในวาระครบรอบ 45 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และยังเป็นโอกาสในการยืนยันความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน พร้อมขอฝากความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ซึ่งการพบกันในครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่ทั่วโลกประสบกับความท้าทายร่วมกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่จะยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมของทั้งสองประเทศ
นายอนุชากล่าวว่า นายหวัง อี้ กล่าวยินดีและขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเสมอมา ในโอกาสนี้รัฐบาลจีน ขอถวายพระพรแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายหวัง อี้ กล่าวว่า เป็นเกียรติที่เป็นรัฐมนตรีคนแรกที่เดินทางเยือนไทยหลังสถานการณ์โควิด เป็นการแสดงความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในไทย โดยเชื่อว่ามิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนจะช่วยเพิ่มพูนความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในทุกระดับ
ทั้งนี้ แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีที่ดำเนินมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคด้วยดี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของประชาชนไทยด้วย ซึ่งสถานการณ์ในจีน จากการควบคุมจัดการอย่างดีของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำให้การควบคุมโรคตามยุทธศาสตร์ประสบความสำเร็จอย่างดี
ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมความสำเร็จของจีนในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ก้าวหน้าไปสู่ระยะที่ 3 แล้ว โดยชื่นชมวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสีฯ ที่กำหนดให้วัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็น “สินค้าสาธารณะของโลก” ฝ่ายจีนได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนของจีน ว่าขณะนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการทดลองในมนุษย์ ซึ่งการพัฒนาวัคซีนมีแนวโน้มที่ดี ซึ่งจีนจะพิจารณาให้ความสำคัญแก่ประเทศในภูมิภาคและมิตรประเทศร่วมกัน
อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์การติดเชื้อในโลก ทุกประเทศต้องคำนึงถึงมาตรการควบคุมโรค พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจไปด้วยกัน ประเทศจีนพิจารณาระบบที่เรียกว่า fast lane เพื่อสนับสนุนการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชน และระบบที่เรียกว่า Green lane เพื่อขนส่งสินค้าระหว่างกัน ซึ่งในการหารือ ทั้งสองฝ่ายยืนยันการสนับสนุนการจัดทำ Fast lane ระหว่างกันในโอกาสแรก
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยที่ไทยคำนึงถึงจีนในฐานะคู่ค้าที่สำคัญ มีตัวเลขการค้าระหว่างกันที่สูง และเป็นนักลงทุนสำคัญใน EEC ซึ่งไทยพร้อมจะร่วมมือกับจีนด้านการค้าการลงทุนแบบพหุภาคี ตลอดจนขอบคุณฝ่ายจีนที่ร่วมลงทุนในไทยในสาขาใหม่ๆ ได้แก่ ด้าน Digital Big Data และ 5G ทั้งนี้ ฝ่ายจีน พร้อมเดินหน้าการพัฒนาด้าน Digital Economy กับไทย ชื่นชมไทยที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการลงทุนในประเทศอย่างเปิดกว้าง โปร่งใส ยืนยันว่ารัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนการลงทุนในไทย และจีนพร้อมสนับสนุนความเชื่อมโยง เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) กับเขตอ่าวกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า (Guangdong – Hong Kong – Macao Greater Bay Area – GBA)
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีฝากคำขอบคุณถึงประธานาธิบดีสีฯ ที่ได้ให้คำมั่นในการดูแลข้อห่วงกังวลของประเทศในอนุภูมิภาคเกี่ยวกับระดับน้ำในแม่น้ำโขง พร้อมชื่นชมพัฒนาการความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำล้านช้าง ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation-MLC) ที่ได้ประชุมร่วมกัน และไทยยินดีสนับสนุนงาน China International Import Expo (CIIE) ครั้งที่ 3 และงานแสดงสินค้าอาเซียน-จีน (CAEXPO) ครั้งที่ 17 ในเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ประเทศจีน