เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
Economic ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
Politics ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
Real Estate ‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่า นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ทางการเมือง

16 ต.ค. 2563 | 18:28น.
ดอกเบี้ย-เงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (12/10) ที่ระดับ 31.09/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (9/10) ที่ระดับ 31.12/14 บาท/ดอลลาร์

นักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากถูกระงับไป แม้จะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องของวงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงถูกกดดันหลังจากที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่เปิดเผยในวันศุกร์ (9/10) อ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ได้แก่ สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบเป็นรายเดือน แต่ปรับตัวลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขายภาคค้าส่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนสิงหาคม

แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า บริษัทจอห์นสัน และ จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

นอกจากประเด็นความกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดแล้วค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอีกครั้ง โดยมีรายงานว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ของทำเนียบขาว ด้วยเหตุผลว่าวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบโควิด-19

ซึ่งทางด้านของนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้ออกมายอมรับว่า การบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก โดยพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันยังคงมีความขัดแย้งกันนหลายประเด็น

สำหรับทางด้านของตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ประกาศออกมาในช่วงปลายสัปดาห์ก็จะมีกระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนกันยายน ได้ปรับตัวขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนสิงหาคม และสูงขึ้นกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.2%

ส่วนทางกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐพุ่งขึ้น 53,000 ราย สู่ 898,000 รายในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดรอบ 2 เดือน และอยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในตลาดที่ 825,000 ราย โดยรายงานตัวเลขนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าโรคระบาดอาจจะสร้างความเสียหายในระยะยาวต่อตลาดแรงงานสหรัฐ

ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ครายงานว่า ดัชนีเอ็มไพร์ สเตทสำหรับภาวะธุรกิจปัจจุบันในรัฐนิวยอร์กดิ่งลงจาก +17.0 ในเดือนกันยายน สู่ +10.5 ในเดือนตุลาคม และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในตลาดที่ +15.0 สำหรับเดือนตุลาคม

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทแข็งค่าในวันจันทร์ (12/10) ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีทิศทางเดียวกับสกุลเงินทางแถบเอเชียที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเช่นกัน โดยได้รับอานิสงส์จากการที่ตลาดการเงินของจีนกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากหยุดยาว เงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นถึง 1.4% ในวันศุกร์ (2/10) นับเป็นการแข็งค่ามากสุดในรอบ 13 ปี

อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศในเรื่องของการรวมตัวชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาล ซึ่งความกังวลในตลาดเพิ่มสูงขึ้นหลังจากการรวมตัวของผู้ชุมนุมเริ่มเกิดปัญหาและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งหากการชุมนุมยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในประเทศได้

จนกระทั่งคืนวันพุธ (14/10) รัฐบาลได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 04.00 ของวันพฤหัสบดี (15/10) เป็นต้นไป โดยให้เหตุผลว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นของกลุ่มคณะราษฎรนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะในกรุงเทพฯ โดยใช้วิธีการและช่องทางต่าง ๆ ก่อให้เกิดความปั่นป่วน, วุ่นวาย มีการกระทำที่กระทบต่อขบวนเสด็จพระราชดำเนิน

อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และกระทบโดยตรงต่อมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาดูสถานการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.01-31.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/10) ที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (12/10) ที่ระดับ 1.1811/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/10) ที่ระดับ 1.1759/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังจากที่นักลงทุนขายดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงรายงานการเกินดุลการค้าที่ลดลงในเดือนสิงหาคม ซึ่งมาจากยอดส่งออกและนำเข้าของเยอรมนีปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยการนำเข้าปรับตัวเพิ่มในสัดส่วนที่มากกว่าการส่งออก

รายงานตัวเลขนี้ช่วยกระตุ้นความคาดหวังที่ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีอาจจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง พบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวนมากในหลายพื้นที่ในยุโรป

อีกทั้งปัจจัยของการเจรจาในข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ของสหราชอาณาจักรร่วมกับสหภาพยุโรป (EU) ที่ยังคงไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ หลังจากในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงการค้าให้ได้ภายในกลางเดือนตุลาคม เพื่ออนุมัติข้อตกลงดังกล่าวให้ได้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2564

ขณะที่นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนเจรจาการค้าฝ่าย EU เปิดเผยว่า ควรบรรลุข้อตกลงดังกล่าวก่อนสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเจรจาข้อตกลงการค้ามาตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังอังกฤษได้ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก EU เมื่อวันที่ 31 มกราคม โดยหวังที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าให้ได้ก่อนที่ช่วงเปลี่ยนผ่านตามสนธิสัญญาการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (ฺBrexit) จะสิ้นสุดลงในปลายปี 2563 นี้ ซึ่งหากไม่มีข้อตกลง อังกฤษจะต้องทำการค้ากับ EU ตามเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (WTO) ในปี 2564 ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1692-1.1821 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/10) ที่ระดับ 1.1705/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (12/10) ที่ระดับ 105.61/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/10) ที่ระดับ 105.95/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7.525 แสนล้านเยน หรือประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนสิงหาคม

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนมีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่มีรายงานว่ารัฐบาลพร้อมที่จะนำทุนสำรองฉุกเฉินมาใช้เพื่อทำให้ภาคการผลิตในประเทศแข็งแกร่งขึ้น และอุดหนุนการจ้างงาน โดยวงเงินฉบับนี้จะเป็นงบรายจ่ายพิเศษมูลค่ารวม 9.0 หมื่นล้านเยน (855 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับโครงการเงินอุดหนุนวงเงิน 2.20 แสนล้านเยนเพื่อนำการผลิตจากต่างประเทศกลับคืนสู่ญี่ปุ่น และลดความเสี่ยงในการผลิตสินค้า อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะในบางประเทศ

นอกจากนี้รัฐบาลจะจัดสรรเงินทุนจากทุนสำรองฉุกเฉินเพื่อนำไปขยายในโครงการอุดหนุนการจ้างงานเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสด้วย ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.06-105.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/10) ที่ระดับ 105.23/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท