เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ดูทั้งหมด

“อาคม” อุ้มลูกหนี้แบงก์รัฐ หวั่นม็อบขยาย-กระทบธุรกิจยืดเยื้อ

20 ต.ค. 2563 | 18:06น.

วันที่ 20 ตุลาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า นายสุพัฒนพงศ์ พันธ์มีเชาร์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ประมาณการเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับตัวเลขประมาณการณ์ของประเทศไทยจากเดิมที่คาดว่าในปี 2563 ติดลบ 7.7 ปรับให้ดีขึ้น ติดลบ 7.1 แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 ปรับตัวได้ดีขึ้น

เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีการปลดล็อก ผ่อนคลายมาตรการ อีกทั้งเข้าไปช่วยเหลือสภาพคล่องทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ SMEs รายย่อย ซึ่งการปรับตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจ IMF และธนาคารโลกปรับตัวให้กลุ่มประเทศเอเชียฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าภูมิภาคอื่นของโลก ประกอบกับภายในประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นหลายตัวปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 และคาดว่าจะต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปีนี้ด้วย

นายอาคม กล่าวต่อว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องทางระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการภายใต้ พระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2019 2563 (พ.ร.ก.ซอฟท์โลน) วงเงิน 5 แสนล้านนั้น ชัดเจนว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่ต่ออายุ ซึ่งจะสิ้นสุดโครงการ 22 ตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้นิ่งเฉย ได้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ให้จัดมาตรการต่อเนื่อง โดยจัดกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่ม ๆ แบ่งได้ดังนี้

1.ลูกหนี้ที่กลับมาดำเนินการตามธุรกิจตามปกติ คือ ธุรกิจกลุ่มสีเขียวอ่อน 60%
2.กลุ่มลูกหนี้ที่กลับมาดำเนินธุรกิจ แต่ยังไม่ฟื้นตัว ประมาณ 30%
3.กลุ่มลูกหนี้ที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ ซึ่งต้องเข้าไปช่วย 4%
4.กลุ่มลูกหนี้ที่ขาดการติดต่อกับสถาบันการเงินในระบบซึ่งมีอยู่ประมาณ 6%

“ทาง ธปท.ประสานกับธนาคารพาณิชย์ดูแลกลุ่มลูกค้า ส่วนระบบสถาบันการเงินที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เช่น สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ธนาคารอิสลาม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ให้ดูแลลูกค้าต่อเนื่องจำนวน 4 ล้านราย ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ SMEs และสินเชื่อธุรกิจรายย่อย จากลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินทั้งหมด 12 ล้านราย”

“เราจะขยายเวลาให้กับคนที่อยู่ในกลุ่มที่ 3 และกลุ่ม 4 เราจะต้องดึงขึ้นมา หากคำนวณแล้วอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้าน ขณะที่กลุ่ม 4 ที่ไม่มีการติดต่อ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือไม่เป็น NPL ก็ต้องให้เวลา ซึ่ง 6% ส่วนกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ยังไม่พร้อมที่จะเข้ามาชำระหนี้ ได้ให้เวลาเพิ่ม” นายอาคมกล่าว

ทั้งนี้ จำนวนสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่เข้าไปดูแลมีจำนวนทั้งหมด 1.9 ล้านล้านบาท จากทั้งหมด 5.5 ล้านล้านบาท เท่ากับ 30% ของระบบสถาบันการเงินทั้งหมด นอกจากนี้ ปล่อยสินเชื่อสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร คือกลุ่มลิสซิ่ง เช่าซื้อรถ มีจำนวนหนึ่ง

นายอาคม กล่าวว่า อยากย้ำว่า มาตรการเสริมสภาพคล่อง พักชำระหนี้นั้น กระทรวงการคลังยังดูแลต่อเนื่อง โดยเฉพาะในขอบเขตหน้าที่ของสถาบันการเงินของรัฐในการเป็นเครื่องมือให้สภาพคล่องในระบบธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการประสานงานธนาคารทั้งหมดจะมีความชัดเจนในภายในต้นสัปดาห์หน้า

“ตอนนี้ให้การบ้านไป ประมาณสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า จะมีความชัดเจน เพราะว่าได้มีการขยายเวลายื่นเวลาชะลอการชำระหนี้หรือพักชำระหนี้ไปด้วย เป็นส่วนที่สามารถดำเนินการเองได้โดยมาตรการของแบงก์รัฐเอง”

ส่วนการยืดระยะเวลาชำระหนี้ของธนาคารรัฐต่างๆ นั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) สามารถยืดเวลาให้ถึงเดือนมีนาคม 2564 ส่วนธนาคารออมสิน อยู่ในระหว่างการพิจารณาของบอร์ด ซึ่งธนาคารแต่ละแห่งจะมีการขยายเวลาที่ต่างกัน อาจจะพิจารณา 3 เดือนหรือ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ

นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มที่ชำระหนี้ตรงเวลาอาจมีการมอบรางวัลพิเศษ ซึ่งให้รอความชัดเจนอีกครั้งภายในต้นสัปดาห์หน้า

ขณะที่ ผลการประเมินสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประเมิน GDP ประเทศไทย -7.8 นั้น นายอาคมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีธุรกิจหยุดทำการจากสถานการณ์ทางการเมือง ต้องตรวจสอบว่าส่งผลกระทบเพียงพื้นที่จำกัดหรือไม่ แต่หากขยายวงกว้าง อาจมีผลกระทบระยะยาว

ทั้งนี้ นายอาคม ระบุว่า การที่ยังอยู่ในวงจำกัดที่น่าห่วง เพราะเป็นซิเนริโอ (สถานการณ์) ว่าจำกัดอยู่แค่นี้หรือขยายออกไปทั้งในเรื่องของเวลาหรือขยายขอบเขตวงกว้างในลักษณะของพื้นที่ช่วง 2 สัปดาห์นี้ ส่วนส่งผลกระทบขนาดไหน นายอาคมตอบว่า “เป็นช่วงสั้นๆ”