ชงล่วงหน้า 4 จังหวัดอีสาน ตั้งแท่น 151 แผน เข้า ครม.สัญจร
กรอ.กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 จังหวัด “ขอนแก่น-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์” ถกตั้งแท่นเตรียมนำโครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายหมื่นล้าน ชงเสนอ ครม.สัญจรอีสานในอนาคต โดยเฉพาะโครงการร้อยแก่นสารสินธุ์ Railway Innopolis เมืองนวัตกรรมระบบราง มูลค่า 23,633 ล้านบาท โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง 151 โครงการ พร้อมผลักดันโครงการศูนย์ออกแบบแฟชั่นผ้าไหม EWEC-ยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวหอมมะลิสู่เมืองนวัตกรรมครบวงจร-การพัฒนาเมืองสมุนไพร-โครงการจูราสสิคพาร์คร้อยแก่นสารสินธุ์
นายสุทิน พรมงคลชัย ประธานหอการค้ากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้หอการค้ากลุ่มภาคอีสานตอนกลางประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ หรือเรียกกันว่า กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ ได้จัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.กลุ่มจังหวัด) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจในกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ ที่ชะลอตัวมานาน และทรุดหนักขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่รัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศไทยให้แย่ลงไปอีก
ตัวเลขคนตกงานพุ่งสูงมาก โดยเฉพาะตัวเลขแรงงานในภาคบริการน่าจะตกงานหลายหมื่น ประชาชนไม่มีรายได้ ทำให้การบริโภคลดต่ำลง แต่คาดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 สภาพเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะเป็นช่วงเทศกาลงานบุญประเพณีต่าง ๆ เกิดการท่องเที่ยว และเกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร ชาวบ้านทั่วไปจะมีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้มีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐที่ทยอยออกมา ล้วนแต่ช่วยให้เกิดการใช้จ่ายมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ แต่ไม่สามารถเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วได้ เพราะหลาย ๆ อย่างได้เปลี่ยนไปคนในสังคมต้องใช้ชีวิตวิถีใหม่ (new normal)
นายสุทินกล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อเสนอของ กรอ.แต่ละจังหวัด ปกติ กรอ.แต่ละจังหวัดจะได้งบประมาณจังหวัดละประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำและปรับปรุงถนน สำหรับโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณจำนวนมากมีหลายโครงการที่เตรียมไว้ขอรับการจัดสรรในนามกลุ่มจังหวัดไว้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่จะมาภาคอีสานในอนาคต ที่ประชุมหารือแต่ละประเด็นที่เสนอมากันหลายครั้ง พร้อมกับมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละพื้นที่กลับไปทบทวนและจัดลำดับความสำคัญของโครงการอีกครั้ง
แบ่งเป็น 1.โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งมีทั้งหมด 151 โครงการ, โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวหอมมะลิสู่การเป็นเมืองนวัตกรรมด้านข้าวอย่างครบวงจร และโครงการพัฒนาเมืองสมุนไพร
2.การพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้า การบริการ เช่น โครงการศูนย์ออกแบบแฟชั่นผ้าไหม (Silk Fashion Design Center) บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC)
3.ด้านระบบโลจิสติกส์ ระบบราง และอุตสาหกรรมอากาศยาน เช่น โครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมกลุ่มจังหวัดอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการค้า การลงทุน การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว, การก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำมีทั้งสิ้น 3 โครงการ งบประมาณ 2,550 ล้านบาท และโครงการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันกลุ่มจังหวัดด้วยระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงโครงข่ายระดับภาค ระดับชาติ และระดับภูมิภาค มี 2 โครงการ งบประมาณ 835 ล้านบาท ส่วนโครงการร้อยแก่นสารสินธุ์ Railway Innopolis หรือเมืองนวัตกรรมระบบราง มี 3 โครงการ งบประมาณ 23,633 ล้านบาท เป็นต้น
4.การเพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เช่น โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแก่งเลิงจาน จ.มหาสารคาม งบประมาณ 500 ล้านบาท, โครงการจูราสสิคพาร์คร้อยแก่นสารสินธุ์ งบประมาณ 500 ล้านบาท, โครงการก่อสร้าง landmark “คิดเซ็นเตอร์” ศูนย์นวัตกรรมและวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ งบประมาณ 800 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมปีการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง 2565 โครงการพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์โครงการสวนสาธารณะบึงทุ่งสร้างส่วนที่เหลือระยะที่ 2
“การประชุม กรอ.กลุ่มจังหวัดที่ผ่านมาปีนี้มีการประชุมเพียง 2 ครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านั้นติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ล่าสุดในการประชุม กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 2/2563 ที่ จ.ร้อยเอ็ด โครงการเศรษฐกิจด้านการเกษตรสมุนไพรและพัฒนาเมืองสมุนไพรของ จ.มหาสารคาม กลุ่มจังหวัดได้มีการบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2565 และโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแก่งเลิงจาน งบประมาณ 500 ล้านบาท งบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและขอใช้พื้นที่กับสำนักงานชลประทานและสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม”
นอกจากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ 2 โครงการ คือ 1.โครงการพัฒนาการคมนาคมจังหวัดมหาสารคาม เชื่อมโยงกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ คือการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอกอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สำหรับถนนวงแหวนเส้นนี้จะเชื่อมถนนนครสวรรค์ ทางไป จ.ร้อยเอ็ด อ้อมไปจดกับถนนถีนานนท์ กม.8 ทางไป จ.กาฬสินธุ์ จะช่วยลดการคมนาคมที่แออัด ลดอุบัติเหตุ
เนื่องจากถนนถีนานนท์เป็นเส้นทางที่นักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามเดินทางเข้าตัวเมืองในช่วงการจราจรคับคั่ง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถนนเส้นนี้จะช่วยลดการจราจรที่แออัดได้ และเป็นประโยชน์ต่อการคมนาคม ในกลุ่มจังหวัดข้างเคียงในการค้าการลงทุนและการขนส่งสินค้าไม่ต้องผ่านเข้าตัวเมือง และถนนเลี่ยงเมืองจากบึงกุยตัดอ้อมไปเขตชุมชนไม่ต้องเข้าอำเภอโกสุมพิสัย มุ่งเข้า จ.ขอนแก่น ลดปัญหาการจราจรคับคั่งเช่นกัน เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นทางไป จ.ขอนแก่น แต่ละวันมีการสัญจรไปมาจำนวนมาก และโครงการนี้ทาง กรอ.กลุ่มจะมีการเสนอเข้าสู่ กรอ.ส่วนกลางต่อไป
และโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างสนามบินกาฬสินธุ์-มหาสารคาม หรือท่าอากาศยานสารสินธุ์ความคืบหน้าโครงการนี้จากกรมท่าอากาศยานมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษามาศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ โดยจะเริ่มลงมือช่วงเดือนธันวาคม 2563 ถึงเดือนกันยายน 2564 ระยะเวลารวม 9 เดือน ใช้งบประมาณกว่า 6 ล้านบาท สำหรับสถานที่ที่จะก่อสร้างสนามบินคาดว่าจะเป็นพื้นที่ อ.ยางตลาด ห่างจาก จ.มหาสารคามประมาณ 30 กม.