ถอดชนวนขัดแย้งประเทศพ้นวงจรปัญหา
บทบรรณาธิการ
ยังคาดเดาลำบากว่า หลังการประชุมสมัยวิสามัญรัฐสภา วันที่ 26-27 ตุลาคม 2563 สิ้นสุดลง การเมืองที่กำลังตึงเครียดจากการเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชน 2 กลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างจะคลี่คลายลงมากน้อยแค่ไหน แม้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันการหยิบยกปัญหาดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมรัฐสภาถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีไม่มาก
การประชุมวิสามัญรัฐสภาตลอดระยะเวลา 2 วันจึงถูกคาดหวังสูง แม้ในสภาพความเป็นจริงคงเป็นไปได้ยากที่จะได้ข้อยุติเป็นทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับ
แถมน่าห่วงว่าในการอภิปราย ชี้แจงของทั้งฝ่ายรัฐบาล ส.ว. ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แทนที่กระบวนการรัฐสภาจะช่วยแก้ปัญหาก็อาจขยายปมขัดแย้งยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่นอกสภาการชุมนุมเคลื่อนไหวทั้งในส่วนกลาง ต่างจังหวัดของแนวร่วมคณะราษฎร 2563 กับกลุ่มคนเสื้อเหลืองกระจายวงกว้างมากขึ้น หลายจุดเสี่ยงจะเกิดการกระทบกระทั่ง บานปลายกลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียวจากการยั่วยุ การฉวยโอกาสก่อให้เกิดความรุนแรงของมือที่สาม ทุกภาคส่วนจึงต้องหาทางยุติข้อขัดแย้งก่อนสถานการณ์จะไปไกลกู่ไม่กลับ
การเมืองร้อนโค้งสุดท้ายปี’63 กดดันทั้งกับประชาชนภาคเอกชน เพราะหลังซมพิษไวรัสโควิด-19 มาตั้งแต่ต้นศักราชปีชวด คนตกงาน ธุรกิจรายได้ลดต่อเนื่องถึงปลายปีแม้ความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 จะลดลง การเปิดประเทศรับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มนับถอยหลัง แต่มีแนวโน้มจะถูกดับฝันหากการเมืองไทยยังก้าวไม่พ้นวังวนเดิม
บรรยากาศปลายปีแทนที่จะเห็นความคึกคัก กลายเป็นความวิตกกังวล ความเชื่อมั่นหดหายเพราะปัจจัยการเมืองทำให้ความไม่แน่นอนมีเพิ่มขึ้น เป็นตัวแปรฉุดรั้งเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้น หากปัญหาการเมืองลาม รัฐสภาเป็นเวทีที่ฝ่ายรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านมุ่งแต่เล่นเกมอำนาจ ผลกระทบและความเสียหายกับประเทศและเศรษฐกิจในภาพรวมจะยิ่งมีเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม คำยืนยันจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ระบุว่า จากการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค ได้ข้อสรุปว่าจะเร่งเดินหน้าแก้วิกฤต โดยจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือน พ.ย.นี้ และจะแล้วเสร็จในวาระ 1-3 ภายในเดือน ธ.ค. 2563 น่าจะทำให้สถานการณ์ที่เขม็งเกลียวผ่อนคลายลง แม้ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของม็อบคนรุ่นใหม่จะไม่ได้รับสนองตอบทั้งหมด
ต้องจับตาดูว่าหลังปิดประชุมสภา ภารกิจสร้างความสมานฉันท์ ถอดชนวนขัดแย้ง จะมีใครนำไปสานต่อ แก้วิกฤตการณ์ความเห็นต่าง ให้ประเทศมีทางออก สังคมไทยรอดพ้นจากวงจรปัญหาซ้ำซาก