เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

แกะรอย “นโยบายเศรษฐกิจ” “ทรัมป์-ไบเดน” ที่แตกต่าง

31 ต.ค. 2563 | 20:24น.

นับถอยหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะเกิดขึ้นวันที่ 3 พ.ย.นี้ แม้ว่าโพลทุกสำนัก “ไบเดน” จะมีคะแนนนำ แต่ก็ต้องจับตาไม่กะพริบ

“ประชาชาติธุรกิจ” เปรียบเทียบนโยบายเศรษฐกิจของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน และ “โจ ไบเดน” จากพรรคเดโมแครต ที่ได้หาเสียงหากได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป ซึ่งจะสะท้อนถึงภาพการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดเงินตลาดทุนที่แตกต่างกันไป

เริ่มจาก “เม็ดเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังรอการอนุมัติหลังการเลือกตั้ง ซึ่งฝั่ง “โดนัลด์ ทรัมป์” เสนอใช้งบฯ 1.6-1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ “ไบเดน” ประกาศจะอัดฉีดเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมระบุว่าจะทำการอนุมัติเงินก้อนนี้ทันทีหลังการเลือกตั้ง ไบเดนยืนยันว่า จะสามารถผ่านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ได้ทันที เพราะพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งในสภาบนและสภาล่าง ต่างกับทรัมป์ที่ไม่สามารถควบคุมให้รัฐบาลเขาอนุมัติเงินก้อนนี้ได้

“นโยบายภาษี” ถือว่าเป็นนโยบายที่ทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน

โดยทรัมป์ยังคงนโยบายเอื้อคนรวย คงอัตราภาษีนิติบุคคล 21% หลังออกกฎหมายลดภาษีครั้งใหญ่เมื่อปี 2017 และมีนโยบายที่ต่ออายุกฎหมายดังกล่าว (Tax Cuts and Jobs Act) จากเดิมที่จะหมดอายุปี 2025 ให้ต่อไปถึงปี 2030 ซึ่งข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบรายจ่ายรัฐบาลสหรัฐ (CRFB) รายงานว่า รัฐบาลจะเสียเงินทั้งหมด 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และยังมอบสิทธิการลดหย่อนภาษีบริษัทที่ทำรายได้สูง โดยระบุว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานให้กับประชาชน

ส่วน “ไบเดน” มีนโยบายปรับเพิ่มภาษีคนรวย โดยจะปรับเพิ่มภาษีคนที่มีรายได้เกิน 400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี พร้อมปรับอัตราภาษีเงินได้สูงสุดจาก 37% เป็น 39.6% และเก็บภาษีกำไรบริษัทที่ทำรายได้ต่างประเทศ 21% และภาษีกำไรจากการขายหุ้น รวมทั้งปรับเพิ่มภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% ซึ่งในส่วนนี้นักวิเคราะห์มองว่า อาจจะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนให้ไหลออกจากสหรัฐไปยังตลาดเกิดใหม่มากขึ้น

ข้อมูลจากหน่วยงานภาษีสหรัฐรายงานว่า มาตรการภาษีของไบเดนจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2021-ปี 2030 โดยประเมินว่า 75% ของภาษีทั้งหมดจะมาจากคนมีรายได้สูงสุดจำนวน 1% ซึ่งหมายถึงไม่ได้กระทบกับประชาชนทั่วไป

Advertisement

ในแง่ของนโยบายการค้า แน่นอนว่า “ทรัมป์” ยึดคติ “America First” ปกป้องธุรกิจอเมริกันแบบแข็งกร้าว ด้วยการใช้วิธีการตั้งกำแพงภาษีประเทศคู่แข่งทั้งหลาย โดยเฉพาะจีน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการพยายามให้บริษัทอเมริกันสามารถอยู่รอดได้ ท่ามกลาง “สงครามการค้า” ที่ชาติอื่นเข้ามาแข่งขัน

สำหรับ “ไบเดน” ยังมองจีนเป็นศัตรูเหมือนทรัมป์ แต่มีท่าทีประนีประนอมมากกว่า และชูนโยบาย “Buy America” ซื้อแต่ผลผลิตของอเมริกัน มูลค่า 400,000 ล้านดอลลาร์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไปจนถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ต้อง “เมด อิน อเมริกา” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศ แต่เน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่สร้างมลพิษ หรือไม่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

ขณะที่ “ทรัมป์” ไม่เชื่อในเรื่อง “ภาวะโลกร้อน” สนับสนุนการลงทุนพลังงานฟอสซิล และขุดเจาะน้ำมันเพื่อสร้างงานให้กับชาวอเมริกันที่กำลังตกงาน

นี่คือความต่าง 2 ขั้ว 2 นโยบายเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐ และเศรษฐกิจโลก ในมุมที่แตกต่าง