แนวโน้ม ราคาทองคำ
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำประจำวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563

สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the dip หลังจากราคาทองคำร่วงลงแรง นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากนายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดดัลลัส ระบุวานนี้ เฟดไม่ควรยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตราบใดที่ COVID-19 ยังคงมีการแพร่ระบาด พร้อมกับเตือนว่าช่วงเวลา 2 ไตรมาสข้างหน้าจะมีความท้าทาย และยากลำบากมาก
เพราะความเสี่ยงในช่วงขาลงกำลังเพิ่มขึ้นอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,890.41 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังเป็นไปอย่างจำกัดเมื่อเทียบกับการปรับตัวลงแรงในวันทำการก่อนหน้า เหตุเพราะความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19 ยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ประกอบกับดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น +0.02% วานนี้เนื่องจากนักลงทุนมีการปิดสถานะซื้อในสกุลเงินปลอดภัยหลักอื่นๆ
เช่น เยน และฟรังก์สวิส รับข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนต้าน COVID-19 ซึ่งทำให้ดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวจนเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในช่วงค่ำอาจเบาบางกว่าปกติ เนื่องจากภาคธนาคารรวมถึงตลาดพันธบัตรของสหรัฐจะปิดทำการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Veterans Day) อย่างไรก็ตามตลาดทุน ตลาดเงินและตลาดทองคำนิวยอร์กยังคงเปิดทำการตามปกติ
เน้นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น เสี่ยงเข้าซื้อในบริเวณ 1,871-1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,859 ดอลลาร์ต่อออนซ์) พิจารณาขายทำกำไรช่วงสั้นหากไม่ผ่านแนวต้าน 1,893-1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์