Skip to content
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต.ปักธงปี’65 ดัน บจ.ไทยเปิดเผยข้อมูล ESG ให้ผู้ลงทุน

11 พ.ย. 2563 | 12:45น.
รื่นวดี สุวรรณมงคล

รื่นวดี สุวรรณมงคล

สำนักงาน ก.ล.ต.ปักธง 1 ม.ค.2565 กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนไทยกว่า 700 แห่ง ต้องเปิดเผยข้อมูล ESG เพื่อประโยชน์ผู้ลงทุน แนะผู้ลงทุนอย่ามองแค่ผลประกอบการระยะสั้น เพราะจะไม่เกิดความยั่งยืนอย่างถาวร

วันที่ 11 พ.ย. 2563 นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์​(ก.ล.ต.) กล่าวในงาน “ภาคธุรกิจไทยในวิถี “ยั่งยืน” ช่วงสัมมนาพิเศษ “วิถียั่งยืน ชุบชีวิตธุรกิจ-สังคม” จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ก.ล.ต.เป็นหนึ่งหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนและสร้างระบบนิเวศน์ (Eco-system) ให้กับบริษัทจดทะเบียนไทย(บจ.) โดยต้องคำนึงถึงการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการลงทุนระยะยาว และสร้างวิถีภูมิคุ้มกันให้ผู้ลงทุน

“วันนี้โลกใบเก่าได้เปลี่ยนเป็นโลกใบใหม่ ฉะนั้นบริษัทจดทะเบียนไทยต้องหันมาคำนึงในการบริหารความเสี่ยงเรื่อง ESG โดยที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต.มุ่งมั่นมาตลอดในการสร้างความโปร่งใส และมีหน้าที่เป็นผู้ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนไทยเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุน”  นางสาวรื่นวดีกล่าว

แต่ต่อไปคงต้องให้ความสำคัญในการเปิดเผยข้อมูล ESG มากขึ้น เพราะจะเหมือนกระจกสองด้านในการสะท้อนการทำธุรกิจและการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดีปีที่แล้วเริ่มเห็นหลายบริษัทจดทะเบียนไทยขนาดใหญ่ทำเรื่องนี้แล้ว แต่อาจจะยังมองไม่เห็นเนื่องจากสำนักงาน ก.ล.ต.ยังไม่มีข้อกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนไทยต้องเปิดเผยข้อมูลในไฟลิ่งไว้ชัดเจน

ดังนั้นเพื่อให้เรื่องนี้เป็นเหมือนกันทั้งระบบ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2565 บริษัทจดทะเบียนไทยกว่า 700 แห่ง สำนักงาน ก.ล.ต.จะกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลเรื่อง ESG เพื่อให้ผู้ลงทุนได้เปิดอ่านเพื่อพิจารณาตัดสินใจลงทุน

นอกจากนี้สำนักงาน ก.ล.ต.ก็ได้ยกระดับฝ่าย CG มุ่งไปสู่ฝ่าย ESG เป็นที่เรียบร้อยด้วย เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง”

นางสาวรื่นวดีกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ก.ล.ต.เดินหน้าไปแล้ว คือ การลงนามความร่วมมือกับนักลงทุนสถาบันกว่า 84 แห่ง เพื่อให้ความสำคัญในการลงทุนโดยคำนึงถึงเรื่อง ESG ฉะนั้นต่อไปใครไม่ให้ความสำคัญก็คงจะอยู่ลำบาก

นอกจากนี้ตลาดตราสารหนี้ยังมีการระดมทุนออกตราสารหนี้ที่มุ่งเน้นเพื่อใช้ลงทุนในโครงการที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม (Green Bond) และ (Sustainability Bond) ซึ่งผู้ที่ออกมีทั้งบริษัทจดทะเบียนไทยและหน่วยงานภาครัฐ ที่ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน ซึ่ง ก.ล.ต.ไม่ได้คิดค่าธรรมเนียมในการออกด้วย

“ความยั่งยืนถือเป็นวิถีชีวิตของคนและการทำธุรกิจ ฉะนั้นทำอย่างไรที่ ก.ล.ต.จะช่วยดูแลบริษัทจดทะเบียนไทยไม่ให้เกิดภาระต่อบุคคลอื่น แต่ทั้งนี้ถ้าบริษัทจดทะเบียนไทยทำเรื่องนี้อยู่ฝ่ายเดียว โดยที่ผู้ลงทุนไม่ได้สนใจ มองแค่ผลประกอบการระยะสั้นก็คงไม่เกิดความยั่งยืนอย่างถาวรได้” นางสาวรื่นวดีกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.