เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
World อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
Economic ‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
Business ‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
Finance คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
News อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
Real Estate 9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
Economic TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
Business ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
ดูทั้งหมด

CEO ปรับแผนรับวิกฤต 3 ปี ยื้อลงทุน-ชี้เศรษฐกิจไม่เหมือนเดิม

16 พ.ย. 2563 | 14:50น.

ซีอีโอธุรกิจปรับแผนตั้งรับวิกฤตลากยาว 3 ปี “ผยง ศรีวณิช” แบงก์กรุงไทย ชี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่รับมือโลกหลังโควิดที่ไม่เหมือนเดิม คีย์เวิร์ดสำคัญ “ระมัดระวัง-ยืดหยุ่น” ชี้โจทย์ธุรกิจไม่มุ่งการเติบโตแต่เน้นดูแลลูกหนี้ เคแบงก์ชู 2 แนวทางสู้วิกฤต “เติมสภาพคล่องลูกค้า-ปรับองค์กร” “โอสถสภา” ปรับโหมดการทำงาน-ระวังการลงทุน “ธีรพงศ์ จันศิริ” แห่งทียูยึดคัมภีร์ “กอดเงินสด-ลดหนี้-ลดต้นทุน” มาสด้าห่วงสถาบันการเงินเข้มสินเชื่อหลังหนี้เสียเพิ่มยิ่งซ้ำเติมกำลังซื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศครั้งนี้เป็นวิกฤตที่รุนแรงและลากยาว ซึ่ง ธปท.ประเมินว่ากว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดังนั้นแนวนโยบายการแก้ปัญหาก็ต้องปรับเปลี่ยนและต้องตรงจุดมากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ ก็ต้องมีการปรับแผนเพื่อรับมือกับวิกฤตที่ลากยาว รวมทั้งระบบเศรษฐกิจที่แม้จะฟื้นกลับมาแต่ก็ไม่เหมือนเดิม

เคแบงก์รับมือยาว 3 ปี

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารได้ประเมินภาพเศรษฐกิจไทยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 จะใช้เวลาในการฟื้นตัวกลับมาเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 อาจจะใช้เวลาและลากยาว 2-3 ปี ซึ่งแม้ว่าจะมีข่าวดีในเรื่องของวัคซีนคุ้มกันโรคโควิด-19 เข้ามา แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ทุกคนได้รับวัคซีนหมดแล้ว

โดยระหว่างนี้ธนาคารมี 2 โจทย์ใหญ่ที่จะต้องดำเนินการ คือ 1.การต่อสู้เพื่อให้รอดจากวิกฤตไปให้ได้ สิ่งที่ธนาคารทำคือการใส่เม็ดเงินให้กับภาคธุรกิจผ่านการให้สินเชื่อหมุนเวียนให้กับธุรกิจและผู้ประกอบการต่าง ๆ เพื่อจะได้ให้อยู่รอดและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ดีการช่วยเหลือก็ต้องเลือกช่วยเหลือคนที่คิดว่าจะสามารถไปรอดได้ด้วย เพราะต้องยอมรับว่าธนาคารมีฐานเงินทุนที่ค่อนข้างจำกัด

เปลี่ยนโยบายสาขา-พนักงาน

โจทย์ที่ 2 คือการปรับกลยุทธ์ผ่านการคิดใหม่ (rethink) รวมถึงการปรับทักษะพนักงาน เนื่องจากขณะนี้ลูกค้าใช้บริการสาขาธนาคารน้อยลง ซึ่งตัวเลขธุรกรรมผ่านสาขาหายไปกว่า 40% ในช่วงที่มีโควิด-19 แม้จะทยอยกลับมาแต่ก็ไม่เหมือนเดิม แบงก์ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายด้านสาขาและพัฒนาทักษะพนักงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงมีทีมงาน re-imagine เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“เรามองว่าสถานการณ์จะลากยาว 2-3 ปี แต่ก็เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะต้องกลับมาได้ แม้ว่าจะไม่เหมือนเดิม ซึ่งในช่วงนี้เราก็ต้องพยายามประคองลูกค้าให้รอดไปได้ และเราเองจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง” นางสาวขัตติยากล่าว

เศรษฐกิจกลับมาไม่เหมือนเดิม

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ถึงแม้จะมีข่าวความคืบหน้าเรื่องวัคซีนต้านโควิดออกมา แต่แบงก์ยังต้องวางแผนเผื่อไว้สำหรับสถานการณ์ที่จะลากยาว เพราะแม้จะมีวัคซีนการกลับมาก็จะไม่เหมือนเดิม

“ต้องดูว่าโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของไทยพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมขนาดไหน ไม่ว่าจะเรื่องการกระจุกตัวของแต่ละภาคเศรษฐกิจ การเปลี่ยนจาก globalization มาเป็น regional หรือ local ขณะที่เศรษฐกิจยึดโยงกับการท่องเที่ยวและส่งออกเป็นหลัก ซึ่งการส่งออกก็จะถูกดิสรัปต์ด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามา” นายผยงกล่าว

KTB หยุดมองเรื่อง “เติบโต”

นายผยงกล่าวว่า ขณะที่ในระยะข้างหน้า แบงก์ยังต้องดูแลลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ต้องช่วยกันทำให้ระบบเศรษฐกิจไปได้ เพราะไม่อย่างนั้นหากเศรษฐกิจมีปัญหาก็จะกระทบกับธนาคารด้วย แต่ละธนาคารจะมีมาตรการออกมารองรับ เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบหนักเป็น “หน้าผาเอ็นพีแอล”

“ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ปัญหาคุณภาพลูกหนี้ ซึ่งทำให้นำมาสู่ภาระการเพิ่มทุนของธนาคาร อันที่สองก็คือต้องดูแลลูกค้า ซึ่งไม่ใช่การประคอง 3 เดือน 6 เดือน แต่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในระยะยาวเพื่อเพิ่มความแข็งแรง รวมถึงการทำแวร์เฮาซิ่งเก็บหนี้ ซึ่งมีหลายวิธีจะเก็บไว้ในงบดุลของแบงก์ หรือจะโอนออกไป หรือการปรับโครงสร้างหนี้ แต่หลักการคือการดูทรัพย์สินที่มีความเปราะบาง เป็นการชะลอไม่ให้คุณภาพหนี้ทรุดลง ซึ่งการตั้งแวร์เฮาซิ่งขณนี้ ทางสมาคมธนาคารก็อยู่ระหว่างการพูดคุยกับแบงก์ชาติถึงเรื่องการผ่อนเกณฑ์กฎระเบียบต่าง ๆ”

นอกจากนี้ในส่วนของภายในแต่ละธนาคารก็ต้องมาดูการจัดการต้นทุนองค์กร ซึ่งเรื่องสาขาก็เป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของธนาคาร อย่างไรก็ตามการจัดการต้นทุนลดลงไม่ได้มาก ขณะที่รายได้ลดลง

ขณะที่เศรษฐกิจก็หดตัว เจอแรงกดดันหลายอย่าง ดังนั้นคีย์เวิร์ดต้องมีความระมัดระวังและยืดหยุ่นสูง ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ไม่ได้เน้นการเติบโต แต่เน้นเรื่องคุณภาพและเสถียรภาพ

ทียูเดินหน้า “ลดหนี้-ลดต้นทุน”

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าโควิดจะอยู่กับเราอีกไม่ต่ำกว่าครึ่งแรกปี 2564 และถึงแม้ว่าจะมีวัคซีนเกิดขึ้นก็ต้องใช้เวลาในการกระจาย

ดังนั้นทียูจึงใช้สมมุติฐานว่าโควิดจะอยู่กับเราปีหน้าทั้งปี และเศรษฐกิจก็จะอ่อนแอต่อเนื่อง และการจะให้เศรษฐกิจฟื้นคืนกลับมาคาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือปี 2566 ซึ่งการทำงานของทียูก็ปรับรูปแบบการติดต่อสื่อสารภายในองค์กร และกับคู่ค้าผ่านทางระบบออนไลน์ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี คาดว่าบางส่วนงานก็จะดำเนินการลักษณะนี้ถาวรไปเลย

“แม้ว่ารายได้ปีนี้จะเป็นปีที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี และคาดว่าจะดีต่อเนื่อง ปีหน้ามีโอกาสขยายตัว 5% อย่างไรก็ตามบริษัทต้องเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ โดยปีหน้าจะยังใช้มาตรการเหมือนปีนี้ ทั้งการควบคุมค่าใช้จ่าย การลงทุน เน้นเรื่องกระแสเงินสด ลดหนี้ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เราไม่ห่วงเรื่องการขาย ทำอย่างไรจะรักษาอัตราการทำกำไรให้อยู่ระดับที่เติบโตขึ้น โดยวางงบประมาณการลงทุน (CAPEX) ประมาณ 4,500 ล้านบาท ยังไม่มีนโยบายจะเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ แต่เน้นลงทุนด้านนวัตกรรมอาหารอนาคต”

โอสถสภาระวังเรื่องลงทุน

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์เอ็ม-150, เบบี้มายด์ เปปทีน กล่าวว่า แม้ว่าสถานกาาณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังมีอิมแพ็กต์ไปอีกนาน สิ่งที่ทุก ๆ ธุรกิจต้องทำคือตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับโอสถสภาต้องตั้งรับและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบ และปรับวิธีการทำงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมืออยู่ตลอด

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของโอสถสภาจากนี้ไปหลัก ๆ คือต้องมีความระมัดระวังเรื่องการลงทุนค่อนข้างมาก แต่ไม่ใช่จะไม่ลงทุนเลย จะต้องเน้นเรื่องสำคัญเท่านั้น และนอกจากองค์กรแล้ว พนักงานก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด

ค่ายรถห่วงแบงก์เข้ม

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มาสด้าและค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อยู่ระหว่างการจับตาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด หลังจากที่มีการประกาศพักชำระหนี้ให้รายย่อยและจะครบกำหนดในเดือนหน้า ว่าจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด

อีกสิ่งที่กังวลคือพอหนี้เสียมากขึ้น สถานการณ์การยึดรถจากสถาบันการเงิน การคุมเข้มสินเชื่อจะมากตามไปด้วย ดังนั้นการทำตลาดจากนี้เชื่อว่าค่ายรถยนต์ต่าง ๆ รวมทั้งมาสด้าจะต้องแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น และจะได้เห็นภาพของการนำกลยุทธ์การส่งเสริมการขายมาใช้มากขึ้นด้วย อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนสินเชื่อเพิ่มเติมน่าจะช่วยเติมความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้

CPF ธุรกิจอาหารรับอานิสงส์

ด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจอาหารอาจจะไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ แต่มองว่าโควิดมีโอกาสที่จะยังอยู่กับเราไปอีก 2 ปี แม้ว่าบริษัทไฟเซอร์จะประกาศความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีน แต่คาดว่าจะสามารถผลิตได้ในกลางปีหน้าและยังต้องใช้ระยะเวลาในการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง ส่วนของบริษัทยังห่วงเรื่องการเดินทางไปทำธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ก็มีหลายนัดที่ยังต้องชะลอไปก่อนและยังค้างอยู่ แม้ว่าจะมีการปรับไปทำงานออนไลน์บ้างแล้วก็ตาม

ส่วนแผนธุรกิจในปีหน้า หลังจากบริษัทเข้าร่วมซื้อกิจการเทสโก้แล้ว ซึ่งก็มีเงื่อนไขห้ามเข้าซื้อกิจการในช่วง 3 ปี และส่วนตัวมองว่าโอกาสที่จะซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยปีหน้าหลัก ๆ จะเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจที่เข้าไปลงทุนใหม่ เช่น ธุรกิจสุกรในจีน เพื่อสร้างการเติบโตและรับรู้รายได้กลับเข้ามา ส่งผลให้ธุรกิจซีพีเอฟเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้

“บางจาก” ขยับแผนลงทุน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมพร้อมเพื่อรับมือวิกฤตโควิดที่จะต้องลากยาวต่อเนื่อง โดยคาดว่าอย่างเร็วที่สุดการพัฒนาวัคซีนโควิดจะเห็นภาพชัดเจนในปลายปีหน้า หากสถานการณ์ยืดเยื้อยังต้องติดตามประเมินเรื่องความต้องการใช้น้ำมัน แม้ว่าขณะนี้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นกลับมาใกล้เป็นปกติแล้วก็ตาม สำหรับแผนการลงทุนต่าง ๆ จะต้องมีการวางไว้หลายแผนเพื่อปรับใช้ โดยจะยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับสถานการณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ