เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

เตือนต้นปี’64 บาทแข็งโป๊กทะลุ 29 บาท ลุ้น ธปท.เพิ่มดีกรีพยุงค่าเงิน

03 ธ.ค. 2563 | 10:06น.
bank

เตือนรับมือต้นปี’64 “บาทแข็ง” เร็ว ทะลุ 29 บาท/ดอลลาร์ จับตาฟันด์โฟลว์ไหลเข้าภูมิภาคเอเชียต่อเนื่อง “บล.ไทยพาณิชย์” ชี้ 2 เดือนแรกเงินทุนทะลักเข้าไทยอีกระลอก “กรุงศรีฯ” ประเมิน ธปท.ไม่ใช้ยาแรงดูแลค่าเงินบาท-เน้นระยะสั้น “เฉพาะจุด” “กสิกรไทย” เก็งแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยนโยบายไตรมาสแรกปีหน้า 0.25% หนุนเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า-เสี่ยงอ่อนแอลง ด้าน “กรุงไทย” มองต่าง เชื่อตรึง ดอกเบี้ยยาวถึงปี’66

ฟันด์โฟลว์ทะลัก บาทแข็งต่อ

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส Chief Investment Office บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ (SCBS CIO) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มค่าเงินบาทน่าจะยังแข็งค่าค่อนข้างมากในช่วงต้นปี 2564 โดยเฉพาะช่วง 1-2 เดือนแรก ซึ่งอาจจะแข็งค่าไปถึงระดับ 28-29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากทิศทางเงินไหลเข้าภูมิภาค (ฟันด์โฟลว์) ยังมีต่อเนื่อง และเพิ่งจะเริ่มไหลเข้ามา

ดังนั้นในช่วงต้นปีจึงยังน่าจะมีโฟลว์ไหลเข้ามาอีก เพราะนักลงทุนต่างชาติจะปรับพอร์ตโยกย้ายเงินมาลงทุนในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้นำเข้า-ส่งออกก็จะมีการนำเงินดอลลาร์มาขายเพื่อเก็บสภาพคล่องเตรียมไว้ทำธุรกิจด้วย ขณะที่คาดว่าสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 30-30.2 บาทต่อดอลลาร์

“ตอนนี้โฟลว์เข้ามาเพิ่งเริ่ม มีโอกาสเข้ามาอีกช่วง 1-2 เดือนแรก ก็ขึ้นอยู่กับ ธปท. ถ้าไม่ได้มีนโยบายอะไรดูแลเป็นพิเศษ ค่าเงินบาทก็น่าจะแข็งค่อนข้างเร็ว แต่ถ้ามีการตอบโต้ก็น่าจะชะลอได้ และตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ค่าเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 29-30 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากยังรอความชัดเจนเรื่องวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมถึงปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากปีนี้ราว 3-4% ก็เป็นระดับที่ยอมรับได้” ดร.จิติพลกล่าว

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า เนื่องจากแนวโน้มเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าในปีหน้า และตลาดอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (risk on) ดังนั้น ค่าเงินบาทก็น่าจะมีทิศทางแข็งค่า

Q4 ปี’63 บาทแข็งพรวด 4.1%

ด้านนายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ต ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าค่าเงินบาทปรับทิศทางจากสถานการณ์โควิด-19 ช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ที่อ่อนค่า 8.63% ขณะที่ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่า 14.98% และไตรมาส 4 ค่าเงินบาทกลับพลิกมามีแนวโน้มแข็งค่า แต่ไม่ได้แข็งค่าที่สุด เนื่องจากค่าเงินอินโดนีเซียแข็งค่าไปราว 4.91% ส่วนเงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 4.1% อย่างไรก็ดี ในเดือน พ.ย.เงินบาทแข็งค่ารวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนปรับพอร์ตรอการลงทุนรอบใหม่ หลังมีข่าวดีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐ และพัฒนาการวัคซีน แต่ภาพรวม 11 เดือนแรกของปีนี้ เงินบาทยังอ่อนค่า 1%

ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2564 มองว่ายังอยู่ในทิศทางแข็งค่าอยู่ที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์ จากกรอบคาดการณ์อยู่ที่ 29.00-30.25 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งปัจจัยชี้นำค่าเงินจะมาจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และนโยบายการเงินของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ขณะที่ปัจจัยในประเทศจะมาจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดราว 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะเกินดุลเล็กน้อย แต่เทียบเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกสุทธิในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ราว 3.1 แสนล้านบาท เทียบกับการเกินดุล 2 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินทุนไหลเข้าสูงถึง 6 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

ประเมิน ธปท.ไม่ใช้ยาแรง

นายตรรกกล่าวว่า การดูแลค่าเงินบาทของ ธปท.ในระยะต่อไป น่าจะเป็นมาตรการระยะสั้น เพื่อชะลอการแข็งค่าของค่าเงินบาท มากกว่ามาตรการยาแรง เนื่องจากปัจจัยหลักของการแข็งค่ามาจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ประกอบกับมาตรการที่ ธปท.ออกมาก็กำลังดำเนินอยู่ ธนาคารจึงประเมินว่าภายในสิ้นปีนี้ เงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้น แต่คงไม่แข็งขึ้นจนทะลุ 30 บาทต่อดอลลาร์

ส่วนปี 2564 ค่าเงินบาทน่าจะแข็งค่าแตะระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ แต่คงไม่ผ่านจุดระดับต่ำกว่า 29 บาทต่อดอลลาร์

“ตอนนี้เรายังรอดูมาตรการเพิ่มเติมของ ธปท.ที่จะออกมา ทั้งมาตรการที่จะดูแลตลาดตราสารหนี้ที่อาจจะออกเป็นมาตรการระยะสั้น หรือการผลักดันเงินไปลงทุนต่างประเทศ เพราะตอนนี้เงินขาออกไม่บาลานซ์เงินขาเข้า แต่ไม่คิดว่า ธปท.จะออกมาตรการมาดูแลสกัดการไหลเข้ามาของเงินทุนต่างชาติ เพราะภาพการเก็งกำไรค่าเงินมองไม่ชัดเจน และการเคลื่อนไหวของเงินบาทยังสอดคล้องกับสกุลในภูมิภาค บาทไม่ได้แข็งค่ามากสุดในภูมิภาค” นายตรรกกล่าว

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่า ธปท.จะตรึงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2564 อยู่ในระดับ 0.50% ต่อปี เนื่องจาก ธปท.ส่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวเปราะบางและไม่ทั่วถึง จึงมุ่งเน้นมาตรการแก้ไขและตรงจุด โดยการสนับสนุนการกระจายสภาพคล่องให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้อัตราดอกเบี้ย

กสิกรฯเก็ง ธปท.ลด ดบ.ฟื้น ศก.

ขณะที่นางสาววรันธร ภู่ทอง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารกสิกรไทยมองภาพเศรษฐกิจไทยปี 2564 มีความเสี่ยงที่จะอ่อนแอลง จาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวที่ยังทรุดหนัก, มาตรการพักชำระหนี้ที่หมดอายุ จะส่งผลให้ภาคธุรกิจขาดปัจจัยสนับสนุนสภาพคล่อง และความเชื่อมั่นธุรกิจยังต่ำจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก และการเมืองในไทยยังกดดันความเชื่อมั่นต่อการลงทุน ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ ธปท.มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 0.25% ในไตรมาสแรก

อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยคงไม่ได้ช่วยลดแรงกดดันการแข็งค่าของเงินบาทมากนัก แต่น่าจะคำนึงถึงปัจจัยด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

นางสาววรันธรกล่าวอีกว่า แม้ว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ย แต่เงินทุนไหลเข้าจะยังหนุนเงินบาทแข็งค่า เนื่องจาก 3 ปัจจัย คือ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและเอเชีย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนหลังชัยชนะของนายโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, อัตราดอกเบี้ยไทยสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจหลัก และการดึงเงินกลับมาไทยจากความต้องการเสริมสภาพคล่องธุรกิจ

KTB เชื่อตรึงดอกเบี้ยถึงปี’66

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารประเมินว่า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50% จนถึงปี 2566 หรือจนกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะกลับมาเท่ากับปี 2562 ซึ่งจะเป็นจุดที่ ธปท.จะพิจารณาทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ เพื่อเป็นการทยอยเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็นหากมีสถานการณ์ไม่แน่นอนเกิดขึ้นอีก เนื่องจากเศรษฐกิจปัจจุบันอยู่ในจุดต่ำสุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม โอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็มี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย 0.50% ยังถือว่าไม่ได้ต่ำที่สุดในโลก ยังมีช่องที่จะลดดอกเบี้ยได้ แต่การปรับลดจะพิจารณามาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.การระบาดของโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเกิดการชัตดาวน์ประเทศอีกครั้ง

และ 2.เงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งมีนักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่า ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าไปถึง 10% ส่งผลต่อค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่า จนทำให้เป็นสาเหตุการลดดอกเบี้ยลง

โดยมองว่าทิศทางค่าเงินบาทยังคงเห็นการแข็งค่า ซึ่งในปีนี้ให้กรอบอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ และปี 2564 เดิมกรอบเฉลี่ย 30 บาทต่อดอลลาร์ แต่มีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐาน และผลจากเงินดอลลาร์ที่คาดว่าอ่อนค่ากว่า 10% แม้ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลน้อยลงจากเฉลี่ยอยู่ที่ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพราะรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป และต่างชาติเทขายหุ้นและพันธบัตร แต่จากดอลลาร์อ่อนค่า และไทยเป็นหลุมหลบภัย (safe haven) ทำให้เทรนด์ค่าเงินบาทยังมีทิศทางแข็งค่าต่อไป