เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. นำร่อง Sandbox 3 IPO ทดสอบลดเวลาเหลือ 60-100 วัน
Finance ก.ล.ต. นำร่อง Sandbox 3 IPO ทดสอบลดเวลาเหลือ 60-100 วัน
กทม.ร่วมขับเคลื่อน ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี’ ลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
Economic กทม.ร่วมขับเคลื่อน ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี’ ลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
เอกนิติ หยอดเมล็ดพันธ์ุใหม่ใส่ปุ๋ยสูตรพิเศษ BOI to IPO ชูการลงทุนหนุนเศรษฐกิจ
Finance เอกนิติ หยอดเมล็ดพันธ์ุใหม่ใส่ปุ๋ยสูตรพิเศษ BOI to IPO ชูการลงทุนหนุนเศรษฐกิจ
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
‘โดปามีน’ เพื่อชีวิต
สามัญสำนึก ‘โดปามีน’ เพื่อชีวิต
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,950 บาท
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยจีบ New Economy กว่า 10 ราย ลุ้น IPO แรกปลายปี’70
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุยจีบ New Economy กว่า 10 ราย ลุ้น IPO แรกปลายปี’70
‘บีโอไอ’ On Top ภาษี 3 ปี จากมาตรการ BOI to IPO ดึงทุนใหม่เข้าตลาดทุน ยื้อทุนเก่าให้อยู่ยาว
Economic ‘บีโอไอ’ On Top ภาษี 3 ปี จากมาตรการ BOI to IPO ดึงทุนใหม่เข้าตลาดทุน ยื้อทุนเก่าให้อยู่ยาว
อำนาจทางการเมืองใหม่ ของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Columns อำนาจทางการเมืองใหม่ ของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
SCGP ทุ่ม 68 ล้านบาท ซื้อหุ้น 90% โรงงานกล่องกระดาษชลบุรี รับรู้รายได้ ต.ค.นี้
Finance SCGP ทุ่ม 68 ล้านบาท ซื้อหุ้น 90% โรงงานกล่องกระดาษชลบุรี รับรู้รายได้ ต.ค.นี้
ดูทั้งหมด

มาตรการเพิ่มเวลาพำนัก ปั้นไทยสู่ฮับ ‘เมดิคอล-เวลเนส’ โลก





16 ก.ค. 2560 | 12:55น.

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์และดูแลสุขภาพของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness) มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว 

จากรายงานของฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ระบุว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ตลาด Wellness Tourism ของโลก มีมูลค่ารวมประมาณ 569.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก

ประเทศในเอเชียมุ่งเมดิคอลฮับ

จากแนวโน้มดังกล่าวนี้ ทำให้หลายประเทศต่างลุกขึ้นมาผลักดันให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) โดยสร้างจุดเด่นที่แตกต่างเพื่อก้าวสู่ความเป็น Medical Hub of Asia ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์, มาเลเซีย, เกาหลีใต้, อินเดีย รวมถึงประเทศไทยของเรา

โดยพบว่าสิงคโปร์ได้ก่อตั้ง Singapore Medicine เพื่อทำหน้าที่ผลักดันให้ขึ้นเป็นผู้นำด้านการให้บริการทางการแพทย์ และเป็นประเทศปลายทางสำหรับการดูแลชั้นสูงของเอเชีย ขณะที่มาเลเซียได้ก่อตั้งคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและทางการแพทย์ ส่วนอินเดียได้ออกมาตรการให้วีซ่าเฉพาะสำหรับผู้ป่วย

ต่างชาติประเภท M โดยมีอายุไม่เกิน 1 ปี และขยายได้เพิ่มอีกไม่เกิน 1 ปี

ส่วนเกาหลีใต้ได้ประกาศให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็น 1 ใน 17 อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ และร่วมมือกับภาคเอกชนในการสร้างโครงการ The Jeju Health Town บนเกาะเจจู เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐได้เริ่มปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2547 โดยจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ประเทศในการ

ก้าวสู่ Medical Hub of Asia

 ประกอบด้วย 1.แผนพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ระยะ 10 ปี (2559-2568)และ 2.แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้าน Medical and Wellness Tour-ism ระยะเร่งด่วน (2559-2560)

ไทยชูมาตรการขยายเวลาพำนัก

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติในหลักการขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทย รวม 90 วัน 

สำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตาม กรณีเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม 

และสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ

ล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยนำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร 

รองนายกรัฐมนตรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว “การขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยรวม 90 วัน 

สำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตาม กรณีเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในกลุ่มประเทศ CLMV และสาธารณรัฐประชาชนจีน และการขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยสำหรับกลุ่มพำนักระยะยาว (Long Stay)”

โดยงานดังกล่าวมีรัฐมนตรีจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมด้วย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ รวมถึงเอกอัครราชทูต และผู้แทนจากสถานทูต 14 ประเทศ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

มั่นใจไทยฮับ “เมดิคอล” โลก



“พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำในประเด็นดังกล่าวว่า การขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยรวม 90 วัน (จากเดิม 15-30 วัน) สำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตาม กรณีเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในกลุ่มประเทศ CLMV และสาธารณรัฐประชาชนจีน นั้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้าน Medical & Wellness Tourism

ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก โดยการพัฒนาศักยภาพของสถานบริการสุขภาพทุกระดับ และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ได้คุณภาพและมีมาตรฐานส่วนการขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทย แก่กลุ่มพำนักในระยะยาว หรือลองสเตย์วีซ่า ตามมาตรการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ หรือ Medical Wellness Tourism นั้น จากเดิม 1 ปี ขยายเป็น 10 ปี

โดยครั้งแรกจะได้รับวีซ่า 5 ปี และสามารถต่อได้อีก 5 ปี ให้แก่ชาวต่างชาติจาก 14 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

โดยการขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยทั้ง 2 กรณี จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเป้าหมายให้เดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในไทยเพิ่มมากขึ้นด้าน “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ บอกว่า 2 มาตรการดังกล่าว จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้นแน่นอน และนอกจากนี้ยังมีอีก 3 ประเทศที่ต้องการได้รับสิทธิ์เช่นกัน ได้แก่ เบลเยียม ออสเตรีย และเกาหลีใต้ แต่กระทรวงขอดูผลจากมาตรการนี้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ก่อนที่จะขยายให้ประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก

ขณะที่ “พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเข้ารับการรักษาพยาบาลในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการบริการเพื่อสุขภาพของไทยมีมาตรฐานระดับสากล ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ตลอดจนบุคลากรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

อย่างไรก็ดี ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ารับบริการด้านสุขภาพในไทยยังคงประสบกับอุปสรรคต่าง ๆ อาทิ ระยะเวลาพำนักในไทย และการขอตรวจลงตรา รัฐบาลจึงได้อำนวยความสะดวกในการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลภาคเอกชน

และเชื่อมั่นว่า ทั้ง 2 มาตรการจะช่วยส่งเสริมให้การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของไทย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากยิ่งขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว