“เมดิฟูดส์” ชัยภูมิ แปรรูปข้าว อาหารเสริม ส่งออก 20 ประเทศโต 30%
ปัจจุบันสินค้าอาหารทำจากข้าวหรือแปรรูปมาจากข้าวมีอยู่เป็นจำนวนมากในท้องตลาด และถูกพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายประเภทด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ เดิมทีเป็นเพียงข้าวถุงนำมาหุงต้มในครัวเรือนถูกปรับเปลี่ยนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้มากขึ้น เช่น ขนมขบเคี้ยว น้ำมันรำข้าว วิตามินหรืออาหารเสริม
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “อุไรวรรณ รุ่งธนากิจกุล” Chief Marketing Officer, Medifoods (Thailand) Co.,Ltd. หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เมดิฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด จากอำเภอแก้งค้อ จังหวัดชัยภูมิ หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับข้าวครบวงจร
“อุไรวรรณ” เล่าว่า บริษัท เมดิฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าประเภทข้าวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขายสินค้าประเภทข้าวในชื่อแบรนด์ว่า “ฮักปัน” หรือ “HUGPUN” ได้แนวคิดมาจากรักกันแบ่งปันกัน รวมถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกหลายร้อยชนิด ส่งออกไปขายยังต่างประเทศรวมกว่า 20 ประเทศ อาทิ อเมริกา ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น

ส่วนในประเทศไทยมีวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าบ้างเล็กน้อย โดยใช้แบรนด์ของเราเอง แต่ตลาดภายในประเทศเรายังไม่ได้มีการทำประชาสัมพันธ์ออกไปมาก ลูกค้าของเมดิฟูดส์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่ทำในลักษณะการรับจ้างผลิต (OEM) มากกว่า
“เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการผลิตสินค้าแปรรูปจากวัตถุดิบข้าว ดูแลตั้งแต่วัตถุดิบ แปรรูป และทำตลาดขายครบวงจร โปรดักต์ตัวแรกคือข้าว เช่น ข้าวสาร ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมมะลิ โดยเฉพาะข้าวเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นโปรดักต์เริ่มต้น หลังจากนั้นเราแตกไลน์ผลิตเป็นเครื่องดื่ม อาหารเสริม เช่น น้ำนมข้าว ผงข้าวกล้อง น้ำมันสกัดเย็น และอีกหลายตัว
โดยคอนเซ็ปของเมดิฟูดส์คือการทานอาหารให้เป็นยา เราผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ เดิมทีสัดส่วนการขายในต่างประเทศอยู่ที่ 80% ขายในประเทศไทยเพียง 20% แต่เทรนด์รักสุขภาพในประเทศเริ่มมีมากขึ้นทำให้สัดส่วนดังกล่าวขยับตัวขึ้นด้วย”
“อุไรวรรณ” บอกว่า เมดิฟูดส์ ถือเป็นบริษัทที่ผลิตอาหารให้มีทางเลือกมากขึ้น ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวปราศจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หรือ free from hypoallergenic พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราทำสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งมีความปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่บริษัทจะผลิตได้ ถึงปัจจุบันเราจะเป็นบริษัทขนาดกลาง
แต่ต้องเดินหน้าเติบโตอีกมาก แม้รายได้อยู่เพียงหลัก 100 ล้านบาทต่อปี ยังไม่ถึงหลักพันล้านบาท แต่ภายในสิ้นปี 2563 ตั้งเป้าไว้ว่าจะขยับให้ถึงประมาณ 500 ล้านบาท หรือเติบโต 20-30% และถึงแม้จะเจอพิษโควิด-19 สินค้าของบริษัทยังคงเดินหน้าเติบโตสวนกระแสอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจดี ยอดขายไม่ตก ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตสูงประมาณ 50%
ด้านแผนการตลาดสำหรับปีนี้เน้นทำตลาด B2B และเริ่มหันมาสร้างตลาด B2C ทำเว็บไซต์สื่อสารให้มากขึ้นคือ WWW.MEDIFOODS.CO.TH ที่บ่งบอกความเป็นเมดิฟูดส์และขายทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้น กระจายสินค้าผ่านทางตลาดออนไลน์ และยังได้รับการสนับสนุนที่ดีจาก TOPs Super Market, Lemon Farm ซึ่งมีการคัดเลือกสินค้าและช่วยสนับสนุนการขายไปด้วย ถือเป็นพื้นที่ตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพได้ดีมาก ล่าสุดผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นโจ๊กอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยกับ Big-C
สำหรับโจ๊ก “ฮักปัน” เพิ่งถูก launch สินค้าใหม่มาลองตลาด เป็นโจ๊กสำเร็จรูปทำมาจากข้าว กข43 เป็นข้าวออร์แกนิคคัดสรรค์พิเศษ เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคไตหรือเบาหวาน มีทั้งเป็นแบบผสม หรือข้าวพันธุ์ผสมอย่างข้าวไรซ์เบอรี่ ซึ่งมีแอนโทไซยานิน (anthocyanins) ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จึงตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย สามารถอุ่นกินได้ทันที
นอกจากนี้ น้ำมันสกัดเย็น น้ำมันจมูกข้าวกล้องออร์แกนิก นับว่าเป็นสินค้าที่บริษัทภาคภูมิใจซึ่งได้รับรางวัลระดับสากลมาถึง 2 รางวัล เป็นอาหารเสริมไว้ทาน เพื่อช่วยในเรื่องการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) เป็นโรคที่ไม่ได้ติดต่อจากเชื้อโรค แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรม
ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นพิสูจน์มาแล้วว่าสินค้าตัวนี้ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ลดคอเลสเตอรอล ต้านโรคแพ้ภูมิตัวเอง(SLE) โรคความดัน มะเร็งบางชนิด โดยได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีการศึกษาภูมิคุ้มกันในระดับเซลล์และได้ขึ้นทะเบียนอาหารเสริมในประเทศยุโรป 5 ประเทศ คือ เบลเยียม อังกฤษ เยอรมนี สเปน ฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมดิฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งมานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นบริษัทที่นอกจากตอบโจทย์สุขภาพแล้วยังช่วยเหลือชาวนาได้เป็นอย่างดี เพราะทำคอนแทร็กฟาร์มมิ่งจากชุมชน ร่วมทั้งทำนาแปลงใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐด้วย อย่างการผลิตข้าว กข43 นอกจากนี้ยังมีการปลูกข้าวเอง โดยเฉพาะการทำนาเกษตรอินทรีย์ และนำมาแปรรูปเป็นสินค้าเพิ่มมูลค่าแล้วขายส่งต่างประเทศ
“เราคาดหวังว่าจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่จะช่วยชาวนา เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น เรามีพาร์ตเนอร์มากมาย เราช่วยเกษตรกรและมีคนมาสมัครเข้าเครือข่ายเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่อยู่ในชัยภูมิเป็นหลัก นอกจากนั้นก็มีภาคกลางบ้าง หรือหากมีมาติดต่อขายและคุณภาพดีตรงตามสเป็กเราก็รับซื้อเช่นกัน จากวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาเราโชคดีที่มีพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมช่วยเหลือ มีเครือข่ายมากมาย และเราคาดหวังว่าอนาคตธุรกิจจะขยายตัวเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ”