เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
Biz Movement มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มอบเงินช่วยเหลือชาวเนปาล ประสบอุทกภัย-ดินถล่ม
สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
Finance สรรพากรเผยความคืบหน้าคดีหุ้นชิน สืบทรัพย์-สอบสวนตามกฎหมาย ชี้อายุความ 10 ปี
ดูทั้งหมด

ปัดฝุ่นกระทรวงน้ำ 3 รัฐบาล ติดกับดัก ไม่ตอบโจทย์ท่วมแล้งซ้ำซาก

10 ธ.ค. 2563 | 11:29น.

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” แม่ทัพใหญ่แห่งพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และ “ผู้จัดการน้ำ” เก็บงำเมกะโปรเจ็กต์-กระทรวงน้ำไว้ ก่อนจะหยิบขึ้นมา “ปัดฝุ่น” และมุ่งมั่น “เกิดขึ้นได้จริง” ให้ได้ภายใน 3 เดือน 6 เดือน

เป็นการควบรวม “หน่วยงานน้ำ” อาทิ กรมทรัพยากรน้ำ-น้ำบาดาล กรมชลประทาน ไว้ในที่เดียวกัน เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ “องค์กรน้ำ” ที่กระจัดกระจายแต่ละกระทรวง และบูรณาการงบประมาณให้เป็นก้อน-เนื้อเดียวกัน ไม่ถูกตัด-โปะ

เพิ่มเติม คือ การระดมบุคคลระดับ “มันสมอง” ในพรรคพลังประชารัฐปั้นใหม่ให้เป็น “กระทรวงดินและน้ำ” โดยการ “ติดเขี้ยวเล็บ” ดันสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้กลายเป็น “เสือติดปีก”

ถึงแม้ว่าขณะนี้ การบริหารจัดการน้ำจะรวมศูนย์อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล-สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสมือน regulator เป็น “หัวเรือ” แต่ “ไม่ใช่หางเสือ” ที่จะคอยบังคับทิศทาง-ขับเคลื่อนให้รัฐนาวาแล่นฉิวทั้งองคาพยพ

มิหนำซ้ำแม้จะมี “ฝ่ายการเมือง” ภายใต้โครงสร้างอำนาจคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ “พล.อ.ประวิตร” เป็นประธาน แต่การขับเคลื่อนนโยบาย-โครงการที่ผ่านมา “ติดหล่ม” อยู่ในแต่ละกรม-กอง สั่งงานไป-แต่ไม่ได้ตามแผน

การตั้ง สทนช.ขึ้นมาเป็นหน่วยขึ้นตรงของรัฐบาล-นักการเมือง เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง จึง “ไม่ตอบโจทย์” เพราะแกะระบบรัฐราชการไม่ออก ดังนั้น หากตั้งกระทรวงน้ำได้สำเร็จ สทนช.จะถูกดีไซน์เป็นเพียง “สำนักงานนโยบายและแผน”

แม้ที่ผ่านมา สทนช.จะวางบทบาทให้มีอำนาจเต็ม-เทียบเท่ากระทรวง (น้ำ) เช่น การยืมตัว-ถ่ายโอนกำลังคน ข้าราชการจากกรมทรัพยากรน้ำ-กรมชลประทาน และการโอนรับและสรรหาข้าราชการพนักงานเพิ่มเติม

ตลอดจนขึ้นรูปโครงสร้างภายในและการออกกฎหมายขึ้นมารองรับหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561 แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และแผนแม่บททรัพยากรน้ำ

ทว่าอำนาจ-หน้าที่ “เกินกำลัง” ของ สทนช.ไม่สามารถแบกรับภาระระดับประเทศ และแม้จะขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี-รองนายกรัฐมนตรี แต่เป็นเพียง “เสือกระดาษ” ไม่สามารถสั่งกรม-กองด้านน้ำ ให้ซ้ายหัน-ขวาหันได้

ที่สำคัญ ไม่มีกองกำลัง-งบประมาณที่จะแก้ปัญหา “วาระแห่งชาติ”

อุทกภัยคู่ชีวิต “บิ๊กตู่”

กระทรวงน้ำไม่ใช่เรื่องใหม่ของ “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” เพราะในยุคที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในฤดูน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทั้งนายกรัฐมนตรีกับ ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ออกงานคู่อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเมื่อทำการรัฐประหาร จัดตั้งรัฐบาลในยุค “รัฐบาล คสช.” แนวคิดตั้ง “กระทรวงน้ำ” จึงถูกจุดพลุขึ้น และดับลง ภายในพริบตาเดียว หลังจากถูก “ต่อต้าน” ทั้งจากเทคโนแครต-เอ็นจีโอ

“กระทรวงน้ำ” จึงถูกออกมาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ “ลูกผีลูกคน” โดยการใช้ “อำนาจพิเศษ” ออกคำสั่ง คสช. ที่ 46/2560 ตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยมี “สมเกียรติ ประจำวงษ์” เป็น “ผู้อำนวยการคนแรก”

ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” หรือ สทนช. ขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรี เป็น “พ่อบ้าน” ให้กับ “พล.อ.ประวิตร” คอย “ทุบโต๊ะ” บริหารจัดการน้ำ น้ำท่วม-แล้งทั้งระบบ โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)

นอกจากนี้ยังส่ง “ทหารเอก” “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” และ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ไปเป็น “มือ-ไม้” และคู่คิด ในคณะอนุกรรมการเพื่อบริหาร “โปรเจ็กต์น้ำ” หลายแสนล้าน

โครงการขนาดใหญ่-โครงการสำคัญถูก กนช. ที่มี “พล.อ.ประวิตร” นั่งบัญชาการทำคลอดหลายโครงการ-หลายแสนล้าน แต่ไม่สามารถผลิดอกออกผลได้อย่างตั้งใจหวัง

กระทรวงน้ำ วิบากกรรม “รัฐบาลยิ่งลักษณ์”

ย้อนไปสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องเผชิญกับวิบากกรรม “มหาอุทกภัย” เมื่อปี 2554 เมืองทั้งเมืองต้องจมอยู่ใต้บาดาล คิดเป็นตัวเงินกว่า 1.44 ล้านล้านบาท และประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้อีกมหาศาล

แนวคิดการตั้ง “กระทรวงน้ำ” เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน-และธุรกิจให้กลับมาอีกครั้ง

สารพัดแผนถูกงัดขึ้น เช่น การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่มาพร้อมกับ “เมกะโปรเจ็กต์” หลายแสนล้าน และกลายเป็น “จุดตัด” สำคัญของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน

ส่วนความพยายามในการตั้ง “กระทรวงน้ำ” โดยมี “ดร.โกร่ง” นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ในขณะนั้นเป็นฟันเฟืองสำคัญ

โดยมี “วิษณุ เครืองาม” หนึ่งในกรรมการ กยอ. เป็นคีย์แมนในการตั้งไข่กระทรวงน้ำ เริ่มจากร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดตั้งองค์การมหาชน ให้เป็น “องค์กรพิเศษ” ในการรับมือมหาอุทกภัย-แก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ

ระยะเฉพาะหน้า คือ การออก พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นมาเพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉินเร่งด่วน แต่ไม่มีอำนาจเต็ม

“หัวใจ” ของการตั้ง “องค์การมหาชน” เพื่อสลัดการทำงานออกจากระบบราชการให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

ระยะที่สอง คือ การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกระดับองค์การมหาชน-มีอำนาจเต็ม

โดยมีอำนาจ-หน้าที่ระยะแรกของการองค์การมหาชน คือ เป็น “ตัวกลาง” ในการประสานกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ รวมถึงการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแก้วิกฤตน้ำ

ระยะต่อไปเมื่อออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อยกระดับเป็น “กระทรวงน้ำ” มีอำนาจในการเวนคืนที่ดิน จัดการผังเมือง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกีดขวางลำน้ำ

คู่ขนานกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่มี “ทศพร ศิริสัมพันธ์” เป็นเลขาธิการ ก.พ.ร. ได้เสนอแนวทางการตั้ง “กระทรวงน้ำ” ไปยังรัฐบาลยิ่งลักษณ์

โดยเอาหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำ-อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะ “กรมชลประทาน” มาไว้ที่ “กระทรวงน้ำ” เพื่อบูรณาการงาน-งบประมาณ ไม่ให้ “ต่างคนต่างทำ”

วันนี้ทั้ง “วิษณุ” และ “ทศพร” ที่เคยเป็นคีย์แมนในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ พลิกมาเป็น “ขุนพล” ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

ผ่านมา 3 รัฐบาล แต่การตั้งกระทรวงน้ำ ยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นจริง