Skip to content

สู่ความเวิ้งว้างบนอวกาศ “เอนก” ทัวร์ลง เสนอส่งยานขึ้นดวงจันทร์

15 ธ.ค. 2563 | 14:17น.
สู่ความเวิ้งว้างบนอวกาศ “เอนก” ทัวร์ลง เสนอส่งยานขึ้นดวงจันทร์

ทันทีที่ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศว่า เร็ว ๆ นี้ ประเทศไทยจะเป็นชาติที่ 5 ของเอเชีย ที่สามารถผลิตยานอวกาศและส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 7 ปี ระหว่างการเปิดโครงการ “วัคซีนเพื่อคนไทย” ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วานนี้ (14 ธ.ค.63)

ปรากฏว่าโลกออนไลน์มีผู้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเผ็ดร้อน ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่มองว่า ประเทศมีปัญหาเร่งด่วนหลายอย่างให้แก้ไข โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือแม้แต่การปรับปรุงฟุตปาธ และการสร้างถนนพระราม 2 ให้เสร็จ ซึ่งชาวเน็ตมองว่าสำคัญกว่าโครงการด้านอวกาศเป็นไหน ๆ

   

ล่าสุด วันนี้ (15 ธ.ค.) เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โพสต์แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า

คุณเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศเปลี่ยน Mind Set คนไทยว่าเราไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนา ด้วยการตั้งเป้าอีก 7 ปี ส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์

ก่อนเปลี่ยน mind set คนไทย ขอท่าน รมต.เปลี่ยน mind set ตัวเองก่อนดีกว่าค่ะ ถ้าความคิดรากเหง้าของคุณคือการลบปมประเทศด้อยพัฒนา ด้วยการทุ่มเทงบประมาณ สรรพกำลังทุกอย่างไปกับการสร้างยานอวกาศทะยานสู่ดวงจันทร์ จากนั้นสูดลมหายใจลึกๆ พร้อมประกาศว่า…”นี่ไง นี่ไง ชั้นไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนาแล้วนะเฟ้ย ชั้นเป็นประเทศมหาอำนาจแล้ว”

เชิญค่ะ…เชิญลงจากยานก่อน แล้วไปเดินในตรอกซอกซอยถนน ไปดูว่าคนไทยอีกกว่า 60 ล้านคนส่วนใหญ่อยู่กันยังไง คนทำงานหาเช้ากินค่ำที่ต้องส่งลูกหลานเรียนหนังสือ หาเงินซื้อชุดเครื่องแบบนักเรียนและค่าขนมให้ลูก นักศึกษาที่ต้องกู้ กยศ. จบออกมาพร้อมหนี้ก้อนโต คนชั้นกลางที่ต้องใช้เงินเดือนกว่า 1 ใน 3 หรือมากกว่านั้นในการผ่อนรถยนต์ส่วนตัว แทนการใช้ขนส่งสาธารณะที่ไม่สะดวก ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งที่โลกเข้าสู่ยุค 5g 6g แล้ว

อ้อ..ยังมีนักธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก ธุรกิจสตาร์ตอัพที่ตั้งใจสร้างสินค้านวัตกรรมและบริการสมัยใหม่ แต่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนการวิจัยจริงๆ (เขียนว่าทำได้ สนับสนุนทุกอย่าง แต่เอาเข้าจริงคือแทบไม่มีใครได้)

ยังค่ะ ยังไม่หมด ลองเดินไปดูตามต่างจังหวัดค่ะ เกษตรกร ชาวไร่ชาวสวน ที่มีความสามารถแต่ยังขาดการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากรัฐ ตั้งแต่เรื่องดิน พันธุ์พืช การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว เรื่อยไปจนถึงเทคโนโลยีภายหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งสิ้น

ภาคอุตสาหกรรมและบริการอีกล่ะ คุณลงไปดูหรือยัง ว่าต้องการรับการสนับสนุนอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรมจริงๆ ไม่ใช่แค่การอบรมให้ความรู้ และจัดสัมมนาพร้อมเบรกสองมื้อ

ก่อนสร้างฐานยานอวกาศในชื่อประเทศไทย ขอช่วยกลับมาสู่โลกความเป็นจริงก่อนค่ะ โลกที่ประชาชนคือผู้เสียภาษีให้รัฐ ดังนั้นผลประโยชน์ทุกบาททุกสตางค์ต้องกลับคืนสู่ประชาชน ไม่ใช่เพียงเพื่อสนองอัตตาของคนมีอำนาจไม่กี่คนเท่านั้น

จบการรายงานข่าวจากดาวอังคารค่ะ!!!!

#ยืนงงในดงอวกาศ

แต่ใช่ว่าไอเดียนี้จะมีแต่คนร้องยี้ไม่เห็นด้วยไปเสียหมด เพราะยังมี “เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ลูกชายของ “เอนก” ที่ออกมาส่งเสียงหนุนความคิดของบิดา ผ่านการโพสต์เฟซบุ๊ก ดังนี้

อย่ากลัวที่จะฝัน อย่ายอมจำนนให้กับผู้ที่คิดลบ

สิ่งสำคัญคือเราต้องเปลี่ยนทัศนคติให้รู้ว่าประเทศไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร เรามีคนเก่งคนดีไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลก ถ้าเรารวมตัว รวมพลังรวมใจกันได้

ไม่มีอะไรหรอกครับที่เป็นไปไม่ได้ ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง

ถ้าเราตั้งเป้าแล้วกลัวที่เริ่มเราก็จะไม่มีวันไปถึงเป้าหมายได้

อยากให้ทุกท่านได้รับชมคลิปนี้จนจบเพื่อลุกขึ้นมาปลุกประกายไฟในตัวพวกเราอีกครั้ง ประเทศไทยจะยิ่งใหญ่เราต้องกล้าที่จะพุ่งไปข้างหน้า

ถ้าพวกเราเอาแต่อยู่กับความกลัวก็ไม่สามารถเดินหน้าไปไหนได้ วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลคือปัจจัยที่พาเราไปข้างหน้าอย่างมีหมุดหมายที่ชัดเจน

#ทีมไทยแลนด์

ความจริงแล้วการออกมาประกาศโครมของ “เอนก” ครั้งนี้ ใช่ว่าจะปราศจากที่มาที่ไป ก่อนหน้านี้ “เอนก” ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ต่อจาก “สุวิทย์ เมษินทรีย์” เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” มีใจความที่น่าสนใจตอนหนึ่งว่า

ขีดความสามารถในการวิจัยและเทคโนโลยีของประเทศไทย จัดอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน เป็นรองแค่เพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ในขณะเดียวกันถือว่ายังเหนือกว่ามาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และฟิลิปินส์

ไม่เท่านั้น “เอนก” ยังเปรียบเทียบให้เห็นอีกว่า ประเทศไทยขณะนี้ถือว่าอยู่ในลีกเอเชียอาคเนย์ และควรจะต้อง “อัพเกรด” ให้เข้ามาอยู่ใน “ลีกเอเชียตะวันออก” ที่มีประเทศจีน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งถือว่าเป็น “ลีกระดับโลก”

แต่การจะไปถึงลีกระดับโลก จะต้องอาศัยกำลัง สติปัญญา มิตรภาพจากมิตรประเทศเอเชีย ใช้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มาช่วยกันสร้าง และทำให้เกิดความพอเพียงทวิภาคีเกิดขึ้นได้อีกด้วย

แม้กระทั่งเรื่องของ “ดาราศาสตร์” เนื่องจากในช่วงปี 2538 มีนักศึกษาจากธรรมศาสตร์เรียนจบด้านนี้เพียง 3 คน เพราะหลายคนมองว่าวิชาดาราศาสตร์ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์

“แต่ปัจจุบันที่นวัตกรรมล้ำหน้าไปมาก เรายังพบว่าดาราศาสตร์เป็นมารดาของศาสตร์อื่น ๆ เป็นจำนวนมากเหมือนเป็นวิทยาศาสตร์ของจักรวาล และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นตามมาอีก ขณะเดียวกัน อาจต้องเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยให้มากขึ้นกว่าปัจจุบันที่มีอยู่ราว 19,000 ล้านบาท/ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้าอย่างมั่นคง”

 

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอนก เหล่าธรรมทัศน์