ดอลลาร์อ่อนค่า หลังทรัมป์อนุมัติเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
ยูเอส ดอลลาร์
ดอลลาร์อ่อนค่า หลังทรัมป์อนุมัติเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เงินบาทอ่อนค่า ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/12) ที่ระดับ 30.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (25/12) ที่ระดับ 30.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยในช่วงเช้าของวันนี้ (28/12) ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว
นอกจากนี้ ยังได้ลงนามในร่างงบประมาณวงเงิน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐสามารถเปิดดำเนินการต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะไม่ลงนาม โดยอ้างว่าเขาต้องการให้เพิ่มจำนวนเงินในเช็คเงินสดที่จะแจกจ่ายให้กับชาวอเมริกันจาก 600 ดอลลาร์ เป็น 2,000 ดอลลาร์ และต้องการให้ตัดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
นอกจากนี้จะต้องติดตามเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐจอร์เจียของสหรัฐ ในช่วงวันที่ 5 มกราคม 2564 ซึ่งจะมีผลต่อเรื่องของการผ่านร่างงบประมาณ
ในส่วนของค่าเงินบาทเปิดตลาดทรงตัวจากปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/12) ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศที่ยังคงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ แม้ว่าทางรัฐบาลจะยังไม่ได้ประกาศมาตรการปิดเมือง ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์มากนัก แต่ก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ในสัปดาห์ที่ยังเป็นช่วงใกล้สิ้นปี ปริมาณธุรกรรมอาจจะเบาบางลงด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.08-31.16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/12) ที่ระดับ 1.2194/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/12) ที่ระดับ 1.2185/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทางสหภาพยุโรป (EU) และสหราชอาณาจักร ได้ประกาศบรรลุข้อตกลง Brexit เบื้องต้นแล้ว ก่อนถึงกำหนดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ทำให้สหราชอาณาจักรไม่ต้องออกจากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลง
นอกจากนี้ทางสหภาพยุโรปเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนแล้ว โดยเริ่มจากกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ก่อน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในยุโรปยังคงน่ากังวล
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2179-1.2250 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2246/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/12) ที่ระดับ 103.56/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/12) ที่ระดับ 103.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงหลังรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นจะห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2563 ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อได้เร็วกว่าเดิม
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.38-103.63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย (29/12), รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ จากสถาบัน CB (29/12), ดัชนีราคาบ้านของประเทศอังกฤษจากสถาบัน Nationwide (30/12), ปริมาณการส่งออกของไทย เดือนพฤศจิกายน (30/12),
ดุลการค้าของไทยเดือนพฤศจิกายน (30/12), ดุลการค้าสินค้าสหรัฐ เดือนพฤศจิกายน (30/12), ยอดขายบ้านที่รอการปิดขายในสหรัฐ เดือนพฤศจิกายน (30/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน เดือนธันวาคม (31/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.50/0.00 ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนตางประเทศอยู่ที่ -0.40/2.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ